คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ EU เสนอกฎหมาย 'Industrial Accelerator Act' ตั้งเป้าปกป้องอุตสาหกรรมและเร่งลดคาร์บอน โดยบังคับใช้กฎ 'ผลิตในอียู' [7][12] โตโยต้าวิตกอย่างหนัก ชี้ว่าการกีดกันคู่ค้าต่างชาติจะบั่นทอนการลงทุนและการจ้างงานในภูมิภาค พร้อมเรียกร้องให้รวมหุ้นส่วนนานาชาติอย่างอังกฤษและญี่ปุ่นเข้าไปด้วย [10][21] จากัวร์ แลนด์ โรเวอร์ และสมาคมผู้ผลิตยานยนต์อังกฤษ (SMMT) ชี้ว่า กฎดังกล่าวเป็นการเลือกปฏิบัติต่อรถยนต์ที่ผลิตในอังกฤษ และอาจทำให้มูลค่าการค้ายานยนต์ระหว่างอังกฤษกับ EU กว่า 2.7 ล้านล้านบาทต่อปีตกอยู่ในความเสี่ยง [8][9] นิสสันเคยออกมาเตือนว่า โรงงานในซันเดอร์แลนด์ของอังกฤษอาจต้องปิดตัวลงหากไม่ถูกรวมไว้ในกฎ 'ผลิตในอียู' [37] What are the key concerns raised by Toyota and Jaguar Land Rover regarding the European Union's proposed "Made in Europe" manufacturing rule The EU's proposed 'Made in Europe' rules have met fierce resistance from global automakers. Credit: AI-generated / GPT Image 1.5 AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What are the key concerns raised by Toyota and Jaguar Land Rover regarding the European Union's proposed "Made in Europe" manufacturing rule. Article summary: Here is a summary of the key concerns and dynamics around the EU's proposed "Made in Europe" rules under the Industrial Accelerator Act (IAA).. Topic tags: general, government, news, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "“Our goal is to help stakeholders understand the future of mobility.”. Home › News › EU’s “Made in Europe” law clears Commission after long delay. # EU’s “Made in Europe” law clear" source context "EU's “Made in Europe” law clears Commission after long delay | Automotive World" Reference image 2: visual subject "In a move to counter Chinese and American dominance, the Eur
openai.com คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "เมื่อ ‘เมด อิน ยุโรป’ กลายเป็นดาบสองคม: ความกังวลของยักษ์ใหญ่ยานยนต์ต่อกฎใหม่ EU" คืออะไร EU เสนอกฎหมาย 'Industrial Accelerator Act' ตั้งเป้าปกป้องอุตสาหกรรมและเร่งลดคาร์บอน โดยบังคับใช้กฎ 'ผลิตในอียู' [7][12]
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? EU เสนอกฎหมาย 'Industrial Accelerator Act' ตั้งเป้าปกป้องอุตสาหกรรมและเร่งลดคาร์บอน โดยบังคับใช้กฎ 'ผลิตในอียู' [7][12] โตโยต้าวิตกอย่างหนัก ชี้ว่าการกีดกันคู่ค้าต่างชาติจะบั่นทอนการลงทุนและการจ้างงานในภูมิภาค พร้อมเรียกร้องให้รวมหุ้นส่วนนานาชาติอย่างอังกฤษและญี่ปุ่นเข้าไปด้วย [10][21]
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? จากัวร์ แลนด์ โรเวอร์ และสมาคมผู้ผลิตยานยนต์อังกฤษ (SMMT) ชี้ว่า กฎดังกล่าวเป็นการเลือกปฏิบัติต่อรถยนต์ที่ผลิตในอังกฤษ และอาจทำให้มูลค่าการค้ายานยนต์ระหว่างอังกฤษกับ EU กว่า 2.7 ล้านล้านบาทต่อปีตกอยู่ในความเสี่ยง [8][9]
คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ EU เสนอกฎหมาย 'Industrial Accelerator Act' ตั้งเป้าปกป้องอุตสาหกรรมและเร่งลดคาร์บอน โดยบังคับใช้กฎ 'ผลิตในอียู' [7][12] โตโยต้าวิตกอย่างหนัก ชี้ว่าการกีดกันคู่ค้าต่างชาติจะบั่นทอนการลงทุนและการจ้างงานในภูมิภาค พร้อมเรียกร้องให้รวมหุ้นส่วนนานาชาติอย่างอังกฤษและญี่ปุ่นเข้าไปด้วย [10][21] จากัวร์ แลนด์ โรเวอร์ และสมาคมผู้ผลิตยานยนต์อังกฤษ (SMMT) ชี้ว่า กฎดังกล่าวเป็นการเลือกปฏิบัติต่อรถยนต์ที่ผลิตในอังกฤษ และอาจทำให้มูลค่าการค้ายานยนต์ระหว่างอังกฤษกับ EU กว่า 2.7 ล้านล้านบาทต่อปีตกอยู่ในความเสี่ยง [8][9] นิสสันเคยออกมาเตือนว่า โรงงานในซันเดอร์แลนด์ของอังกฤษอาจต้องปิดตัวลงหากไม่ถูกรวมไว้ในกฎ 'ผลิตในอียู' [37] What are the key concerns raised by Toyota and Jaguar Land Rover regarding the European Union's proposed "Made in Europe" manufacturing rule The EU's proposed 'Made in Europe' rules have met fierce resistance from global automakers. Credit: AI-generated / GPT Image 1.5 AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What are the key concerns raised by Toyota and Jaguar Land Rover regarding the European Union's proposed "Made in Europe" manufacturing rule. Article summary: Here is a summary of the key concerns and dynamics around the EU's proposed "Made in Europe" rules under the Industrial Accelerator Act (IAA).. Topic tags: general, government, news, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "“Our goal is to help stakeholders understand the future of mobility.”. Home › News › EU’s “Made in Europe” law clears Commission after long delay. # EU’s “Made in Europe” law clear" source context "EU's “Made in Europe” law clears Commission after long delay | Automotive World" Reference image 2: visual subject "In a move to counter Chinese and American dominance, the Eur
openai.com คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "เมื่อ ‘เมด อิน ยุโรป’ กลายเป็นดาบสองคม: ความกังวลของยักษ์ใหญ่ยานยนต์ต่อกฎใหม่ EU" คืออะไร EU เสนอกฎหมาย 'Industrial Accelerator Act' ตั้งเป้าปกป้องอุตสาหกรรมและเร่งลดคาร์บอน โดยบังคับใช้กฎ 'ผลิตในอียู' [7][12]
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? EU เสนอกฎหมาย 'Industrial Accelerator Act' ตั้งเป้าปกป้องอุตสาหกรรมและเร่งลดคาร์บอน โดยบังคับใช้กฎ 'ผลิตในอียู' [7][12] โตโยต้าวิตกอย่างหนัก ชี้ว่าการกีดกันคู่ค้าต่างชาติจะบั่นทอนการลงทุนและการจ้างงานในภูมิภาค พร้อมเรียกร้องให้รวมหุ้นส่วนนานาชาติอย่างอังกฤษและญี่ปุ่นเข้าไปด้วย [10][21]
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? จากัวร์ แลนด์ โรเวอร์ และสมาคมผู้ผลิตยานยนต์อังกฤษ (SMMT) ชี้ว่า กฎดังกล่าวเป็นการเลือกปฏิบัติต่อรถยนต์ที่ผลิตในอังกฤษ และอาจทำให้มูลค่าการค้ายานยนต์ระหว่างอังกฤษกับ EU กว่า 2.7 ล้านล้านบาทต่อปีตกอยู่ในความเสี่ยง [8][9]
ประกอบขึ้นภายในสหภาพยุโรป (บังคับ)
มีมูลค่าชิ้นส่วนที่มาจากใน EU อย่างน้อย 70% โดยไม่นับรวมแบตเตอรี่
นอกจากนี้ กฎหมาย IAA ยังตั้งเป้าหมายใหญ่ในการเพิ่มสัดส่วนของภาคการผลิตต่อ GDP ของ EU จากประมาณ 15% ในปัจจุบันขึ้นเป็น 20% ภายในปี 2035
เสียงคัดค้านจากนอกสมรภูมิ: ทำไมโตโยต้าถึงกังวล? หนึ่งในเสียงคัดค้านที่ดังที่สุดมาจากค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นอย่าง โตโยต้า (Toyota) ซึ่งได้ออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่ากฎหมาย IAA จะส่งผลกระทบต่อการลงทุน ตำแหน่งงาน และขีดความสามารถในการแข่งขันของภูมิภาค
ข้อเรียกร้องสำคัญของโตโยต้ามีดังนี้:
เปิดกว้างสำหรับหุ้นส่วนระหว่างประเทศ: โตโยต้าไม่เห็นด้วยกับการกีดกันคู่ค้าและห่วงโซ่อุปทานที่อยู่นอกกลุ่ม EU โดยเรียกร้องให้มีการยอมรับพันธมิตรสำคัญอย่าง อังกฤษ ญี่ปุ่น และตุรกี ให้มีสถานะเทียบเท่ากับ “ผลิตในอียู” ภายใต้กฎหมายนี้ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งร่วมกันในระดับภูมิภาค
นโยบายที่เปิดกว้างทางเทคโนโลยี: โตโยต้าสนับสนุนแนวทางที่ไม่มุ่งเน้นแต่ยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) เพียงอย่างเดียว แต่ควรเปิดกว้างสำหรับเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น รถยนต์ไฮบริดและพลังงานไฮโดรเจน ซึ่งเป็นจุดแข็งของค่ายรถยนต์ญี่ปุ่น (ฮอนด้าและนิสสันเองก็มีความกังวลในลักษณะเดียวกันเกี่ยวกับการเข้าถึงตลาด )
“เราเชื่อว่าพันธมิตรที่สำคัญ... ควรได้รับการยอมรับเช่นเดียวกับ 'ผลิตในอียู' ภายใต้กฎหมาย Industrial Accelerator Act ความยืดหยุ่นของยุโรปไม่ได้สร้างขึ้นจากการผลิตในท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังมาจากการทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อสร้างขนาดในระดับภูมิภาคและความสำเร็จร่วมกัน” – โยชิฮิโระ นากาตะ, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โตโยต้า มอเตอร์ ยุโรป
เสียงเตือนจากฝั่งอังกฤษ: จากัวร์ แลนด์ โรเวอร์ กับความเสี่ยงหลัง Brexit สำหรับฝั่งอังกฤษ ความกังวลนั้นใกล้ตัวยิ่งกว่า จากัวร์ แลนด์ โรเวอร์ (Jaguar Land Rover - JLR) ซึ่งมีฐานการผลิตหลักในอังกฤษเพื่อส่งออกไปยังตลาดยุโรป มองว่ากฎหมายนี้เป็นการเลือกปฏิบัติต่อรถยนต์และชิ้นส่วนที่ผลิตในสหราชอาณาจักรโดยตรงในยุคหลัง Brexit
สมาคมผู้ผลิตและผู้ค้ายานยนต์แห่งสหราชอาณาจักร (SMMT) ได้ออกมาเตือนอย่างจริงจังว่า กฎหมาย IAA อาจบ่อนทำลายมูลค่าการค้ายานยนต์ระหว่างสหราชอาณาจักรกับสหภาพยุโรปที่สูงถึง 8 หมื่นล้านยูโร (ประมาณ 3.2 ล้านล้านบาท) ต่อปี และเรียกร้องให้มีการปรับเปลี่ยนกฎหมายอย่างเร่งด่วน
สถานการณ์เลวร้ายถึงขั้นที่ นิสสัน (Nissan) ซึ่งมีโรงงานขนาดใหญ่ในเมืองซันเดอร์แลนด์ของอังกฤษ เคยออกมาเตือนว่า โรงงานแห่งนี้อาจต้องปิดตัวลง ถ้าอังกฤษไม่ถูกรวมเข้าไปในกรอบกฏหมาย 'ผลิตในอียู' อย่างเต็มรูปแบบ
การต่อต้านในวงกว้าง: ความกังวลที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่พรมแดน ความวิตกเกี่ยวกับกฎหมาย IAA ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ค่ายรถยนต์นอก EU เท่านั้น แต่ยังสร้างรอยร้าวภายในยุโรปเองด้วยเช่นกัน
ค่ายรถยนต์ใหญ่ไม่ให้การรับรอง: สมาคมผู้ผลิตยานยนต์ยุโรป (ACEA) ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของค่ายรถยนต์รายใหญ่ในยุโรป ปฏิเสธที่จะลงนามรับรอง กลยุทธ์ “ผลิตในยุโรป” ที่เสนอโดยกรรมาธิการอุตสาหกรรมของ EU เนื่องจากความไม่แน่นอนในรายละเอียดของกฎ สะท้อนให้เห็นถึงความไม่พอใจอย่างลึกซึ้งในหมู่ผู้ผลิตรถยนต์
ความขัดแย้งในหมู่ประเทศสมาชิก: ประเทศสมาชิก EU เองก็มีความเห็นที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ โดย ฝรั่งเศส สนับสนุนแนวทางกีดกันทางการค้าที่เข้มข้น ในขณะที่ เยอรมนี ซึ่งเป็นฐานการผลิตและส่งออกรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุด กลับวิตกกังวลว่ามาตรการดังกล่าวจะนำไปสู่การตอบโต้ทางการค้าจากประเทศคู่ค้า
ผู้ผลิตชิ้นส่วน (CLEPA) คิดต่าง: ที่น่าสนใจคือ สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ยุโรป (CLEPA) กลับมีจุดยืนที่ตรงกันข้ามกับค่ายรถยนต์ โดยเรียกร้องให้มีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดยิ่งขึ้นถึงระดับ 70-75% เพื่อปกป้องตำแหน่งงานและห่วงโซ่อุปทานในยุโรป
ความเสี่ยงที่ใหญ่กว่า: สงครามการค้ากับพันธมิตร? นักวิเคราะห์จำนวนมากได้ออกมาเตือนถึงความเสี่ยงในภาพรวมที่ใหญ่กว่าประเด็นทางเทคนิคของกฎหมาย นั่นคือความเป็นไปได้ที่กฎหมาย IAA อาจกลายเป็นชนวนเหตุของ สงครามการค้า กับพันธมิตรสำคัญของ EU อย่างอังกฤษ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ หากประเทศเหล่านี้มองว่ามาตรการดังกล่าวเป็นการกีดกันทางการค้าอย่างไม่เป็นธรรม
ยิ่งไปกว่านั้น การออกกฎที่เข้มงวดเกินไปอาจส่งผลให้ราคารถยนต์ในยุโรปสูงขึ้น ลดทางเลือกของผู้บริโภค และสร้างความปั่นป่วนให้กับห่วงโซ่อุปทานโลกที่บูรณาการกันอย่างแนบแน่นมาหลายทศวรรษ
เส้นทางของกฎหมาย IAA หลังจากนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการปกป้องอุตสาหกรรมภายในเท่านั้น แต่คือการเดินบนเส้นด้ายระหว่างการรักษาฐานการผลิต กับการรักษาความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศที่ดีเอาไว้
ประกอบขึ้นภายในสหภาพยุโรป (บังคับ)
มีมูลค่าชิ้นส่วนที่มาจากใน EU อย่างน้อย 70% โดยไม่นับรวมแบตเตอรี่
นอกจากนี้ กฎหมาย IAA ยังตั้งเป้าหมายใหญ่ในการเพิ่มสัดส่วนของภาคการผลิตต่อ GDP ของ EU จากประมาณ 15% ในปัจจุบันขึ้นเป็น 20% ภายในปี 2035
เสียงคัดค้านจากนอกสมรภูมิ: ทำไมโตโยต้าถึงกังวล? หนึ่งในเสียงคัดค้านที่ดังที่สุดมาจากค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นอย่าง โตโยต้า (Toyota) ซึ่งได้ออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่ากฎหมาย IAA จะส่งผลกระทบต่อการลงทุน ตำแหน่งงาน และขีดความสามารถในการแข่งขันของภูมิภาค
ข้อเรียกร้องสำคัญของโตโยต้ามีดังนี้:
เปิดกว้างสำหรับหุ้นส่วนระหว่างประเทศ: โตโยต้าไม่เห็นด้วยกับการกีดกันคู่ค้าและห่วงโซ่อุปทานที่อยู่นอกกลุ่ม EU โดยเรียกร้องให้มีการยอมรับพันธมิตรสำคัญอย่าง อังกฤษ ญี่ปุ่น และตุรกี ให้มีสถานะเทียบเท่ากับ “ผลิตในอียู” ภายใต้กฎหมายนี้ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งร่วมกันในระดับภูมิภาค
นโยบายที่เปิดกว้างทางเทคโนโลยี: โตโยต้าสนับสนุนแนวทางที่ไม่มุ่งเน้นแต่ยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) เพียงอย่างเดียว แต่ควรเปิดกว้างสำหรับเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น รถยนต์ไฮบริดและพลังงานไฮโดรเจน ซึ่งเป็นจุดแข็งของค่ายรถยนต์ญี่ปุ่น (ฮอนด้าและนิสสันเองก็มีความกังวลในลักษณะเดียวกันเกี่ยวกับการเข้าถึงตลาด )
“เราเชื่อว่าพันธมิตรที่สำคัญ... ควรได้รับการยอมรับเช่นเดียวกับ 'ผลิตในอียู' ภายใต้กฎหมาย Industrial Accelerator Act ความยืดหยุ่นของยุโรปไม่ได้สร้างขึ้นจากการผลิตในท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังมาจากการทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อสร้างขนาดในระดับภูมิภาคและความสำเร็จร่วมกัน” – โยชิฮิโระ นากาตะ, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โตโยต้า มอเตอร์ ยุโรป
เสียงเตือนจากฝั่งอังกฤษ: จากัวร์ แลนด์ โรเวอร์ กับความเสี่ยงหลัง Brexit สำหรับฝั่งอังกฤษ ความกังวลนั้นใกล้ตัวยิ่งกว่า จากัวร์ แลนด์ โรเวอร์ (Jaguar Land Rover - JLR) ซึ่งมีฐานการผลิตหลักในอังกฤษเพื่อส่งออกไปยังตลาดยุโรป มองว่ากฎหมายนี้เป็นการเลือกปฏิบัติต่อรถยนต์และชิ้นส่วนที่ผลิตในสหราชอาณาจักรโดยตรงในยุคหลัง Brexit
สมาคมผู้ผลิตและผู้ค้ายานยนต์แห่งสหราชอาณาจักร (SMMT) ได้ออกมาเตือนอย่างจริงจังว่า กฎหมาย IAA อาจบ่อนทำลายมูลค่าการค้ายานยนต์ระหว่างสหราชอาณาจักรกับสหภาพยุโรปที่สูงถึง 8 หมื่นล้านยูโร (ประมาณ 3.2 ล้านล้านบาท) ต่อปี และเรียกร้องให้มีการปรับเปลี่ยนกฎหมายอย่างเร่งด่วน
สถานการณ์เลวร้ายถึงขั้นที่ นิสสัน (Nissan) ซึ่งมีโรงงานขนาดใหญ่ในเมืองซันเดอร์แลนด์ของอังกฤษ เคยออกมาเตือนว่า โรงงานแห่งนี้อาจต้องปิดตัวลง ถ้าอังกฤษไม่ถูกรวมเข้าไปในกรอบกฏหมาย 'ผลิตในอียู' อย่างเต็มรูปแบบ
การต่อต้านในวงกว้าง: ความกังวลที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่พรมแดน ความวิตกเกี่ยวกับกฎหมาย IAA ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ค่ายรถยนต์นอก EU เท่านั้น แต่ยังสร้างรอยร้าวภายในยุโรปเองด้วยเช่นกัน
ค่ายรถยนต์ใหญ่ไม่ให้การรับรอง: สมาคมผู้ผลิตยานยนต์ยุโรป (ACEA) ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของค่ายรถยนต์รายใหญ่ในยุโรป ปฏิเสธที่จะลงนามรับรอง กลยุทธ์ “ผลิตในยุโรป” ที่เสนอโดยกรรมาธิการอุตสาหกรรมของ EU เนื่องจากความไม่แน่นอนในรายละเอียดของกฎ สะท้อนให้เห็นถึงความไม่พอใจอย่างลึกซึ้งในหมู่ผู้ผลิตรถยนต์
ความขัดแย้งในหมู่ประเทศสมาชิก: ประเทศสมาชิก EU เองก็มีความเห็นที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ โดย ฝรั่งเศส สนับสนุนแนวทางกีดกันทางการค้าที่เข้มข้น ในขณะที่ เยอรมนี ซึ่งเป็นฐานการผลิตและส่งออกรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุด กลับวิตกกังวลว่ามาตรการดังกล่าวจะนำไปสู่การตอบโต้ทางการค้าจากประเทศคู่ค้า
ผู้ผลิตชิ้นส่วน (CLEPA) คิดต่าง: ที่น่าสนใจคือ สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ยุโรป (CLEPA) กลับมีจุดยืนที่ตรงกันข้ามกับค่ายรถยนต์ โดยเรียกร้องให้มีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดยิ่งขึ้นถึงระดับ 70-75% เพื่อปกป้องตำแหน่งงานและห่วงโซ่อุปทานในยุโรป
ความเสี่ยงที่ใหญ่กว่า: สงครามการค้ากับพันธมิตร? นักวิเคราะห์จำนวนมากได้ออกมาเตือนถึงความเสี่ยงในภาพรวมที่ใหญ่กว่าประเด็นทางเทคนิคของกฎหมาย นั่นคือความเป็นไปได้ที่กฎหมาย IAA อาจกลายเป็นชนวนเหตุของ สงครามการค้า กับพันธมิตรสำคัญของ EU อย่างอังกฤษ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ หากประเทศเหล่านี้มองว่ามาตรการดังกล่าวเป็นการกีดกันทางการค้าอย่างไม่เป็นธรรม
ยิ่งไปกว่านั้น การออกกฎที่เข้มงวดเกินไปอาจส่งผลให้ราคารถยนต์ในยุโรปสูงขึ้น ลดทางเลือกของผู้บริโภค และสร้างความปั่นป่วนให้กับห่วงโซ่อุปทานโลกที่บูรณาการกันอย่างแนบแน่นมาหลายทศวรรษ
เส้นทางของกฎหมาย IAA หลังจากนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการปกป้องอุตสาหกรรมภายในเท่านั้น แต่คือการเดินบนเส้นด้ายระหว่างการรักษาฐานการผลิต กับการรักษาความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศที่ดีเอาไว้