นักวิจัยจากวารสาร Journal of Biometeorology ยังย้ำด้วยว่า 14 จาก 16 เมืองเจ้าภาพมีค่า WBGT เกิน 28°C และอย่างน้อย 4 เมืองมีค่าเกินนี้มากกว่าครึ่งหนึ่งของช่วงบ่ายโดยเฉลี่ย
ปัญหาสำคัญของเรื่องนี้คือ ตัวเลข 'เกณฑ์ปลอดภัย' ที่แต่ละฝ่ายใช้ในการตัดสินใจ ซึ่งไม่ตรงกันเสียทีเดียว
นักวิทยาศาสตร์กว่า 20 สถาบันได้ลงนามในจดหมายเปิดผนึกถึงฟีฟ่า โดยระบุว่า มาตรการของฟีฟ่าที่ใช้เกณฑ์ 32°C นั้น 'ไม่เพียงพอ' และ 'เป็นไปไม่ได้ที่จะยืนยันความปลอดภัย' สำหรับนักกีฬาที่ต้องวิ่งในสนาม
ฟีฟ่าตอบสนองด้วยมาตรการหลายอย่าง เช่น การจัดเวลาแข่งขันให้เลี่ยงแดดบ่ายแก่ๆ การพักดื่มน้ำที่รอบ 30 และ 75 นาที และการอนุญาตให้มีขวดน้ำส่วนตัวข้างสนาม แต่ FIFPRO มองว่ายังไม่พอ และกำลังผลักดันให้ขยายเวลาพักครึ่งเป็น 20 นาที เพื่อให้นักกีฬาฟื้นตัวได้ดีขึ้น
การแข่งขันครั้งนี้ถูกมองว่าเป็น 'โอกาสสุดท้าย' ที่ทวีปอเมริกาเหนือจะเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกในฤดูร้อนได้ โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนขนานใหญ่ เพราะงานวิจัยต่างๆ ชี้ให้เห็นว่า:
แม้ว่านักกีฬาจะร่างกายแข็งแรงกว่าคนทั่วไป แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ย้ำว่าเมื่อถึงจุดที่อากาศร้อนและชื้นเกินกว่าร่างกายจะระบายเหงื่อได้ อันตรายอาจเริ่มตั้งแต่ 'ตะคริว' ไปจนถึง 'โรคลมร้อน' ซึ่งอาจรุนแรงถึงแก่ชีวิต
สิ่งที่เกิดขึ้นในบอลโลกครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของเกมการแข่งขัน แต่เป็นเครื่องสะท้อนว่าโลกร้อนกำลังเปลี่ยนวิถีชีวิตและกีฬาของมนุษย์อย่างไร และนี่คือคำถามสำคัญที่เราทุกคนต้องช่วยกันหาคำตอบ
Comments
0 comments