คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ งานวิจัยชิ้นใหม่จาก University of Oxford ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2026 ไขข้อข้องใจเรื่องวิวัฒนาการของเซลล์สมอง โดยระบุว่าการเพิ่มจำนวนจีโนมทั้งชุดสองครั้งแรกในยุคบรรพบุรุษของสัตว์มีกระดูกสันหล... ทีมวิจัยวิเคราะห์ข้อมูล transcriptome ระดับเซลล์เดี่ยวจาก 5 สปีชีส์ ได้แก่ มนุษย์ หนู กิ้งก่า ปลาแลมป์เพรย์ (สัตว์มีกระดูกสันหลังไร้ขากรรไกร) และแอมฟิออกซัส (สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่เป็นญาติใกล้ชิด) เพื่อเปรียบเทียบ... ประเด็นถกเถียงสำคัญในวงการที่ว่าความหลากหลายของเซลล์สมองเกิดจากการเพิ่มจำนวนยีนแบบค่อยเป็นค่อยไป หรือจากเหตุการณ์ duplication ขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ครั้ง ได้รับการไขกระจ่างแล้วในงานวิจัยนี้ [1][2] ผลการศึกษาชี้ชัดว่า 'โอห์โนล็อก' (ohnologues) หรือคู่ของยีนที่เกิดจากการเพิ่มจำนวนจีโนมทั้งชุด คือปัจจัยหลักที่กำหนดประเภทของเซลล์สมองที่แตกต่างกัน โดยมีบทบาทโดดเด่นกว่ายีนที่เกิดจากการ duplication ด้วยวิธีอื่น [1][2][3] What did the Oxford-led study published in Nature reveal about the role of two ancient whole-genome duplication events (around 520 and 500 m The complex vertebrate brain owes its diverse cell types to ancient whole-genome duplications, which provided the raw genetic material for specialization. (AI-generated image) AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did the Oxford-led study published in Nature reveal about the role of two ancient whole-genome duplication events (around 520 and 500 m. Article summary: **Resolving the debate over brain cell diversity.** Scientists had long argued whether brain cell type expansion came from rare whole-genome duplications or from many small-scale gene duplications. The study settled this. Topic tags: general, government, education, academic, general web. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "WHO WERE THE AEGEANS?The exciting newpodcastseries exploring the mysteries of the ancient Aegeans, the Bronze Age people who inspired Homer's epic stories of the Iliad and the Odys" source context "University of Oxford researchers create largest ever human family tree – Popular Archeology" Refere
openai.com หากจะถามว่า อะไรคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้สมองของมนุษย์และสัตว์มีกระดูกสันหลังทั้งหลายวิวัฒนาการจนมีโครงสร้างซับซ้อนและมีความหลากหลายของเซลล์มากมาย คำตอบอาจย้อนกลับไปไกลถึง 'อุบัติเหตุ' ทางพันธุกรรมที่เกิดขึ้นก่อนที่ปลาตัวแรกจะแหวกว่ายในมหาสมุทรเสียอีก
นั่นคือข้อสรุปจากงานวิจัยชิ้นบุกเบิกที่นำโดย มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด (University of Oxford) ซึ่งเผยแพร่ในวารสารวิชาการชั้นนำ Nature เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ค.ศ. 2026 การศึกษาครั้งนี้ไม่เพียงแต่ไขข้อถกเถียงที่มีมายาวนานในหมู่นักชีววิทยาวิวัฒนาการ แต่ยังวาดภาพที่ชัดเจนถึงกลไกเบื้องหลังการกำเนิดของสมองที่ชาญฉลาด
ไขข้อถกเถียงครั้งใหญ่: อะไรคือกลไกสร้างเซลล์สมอง?
ในอดีต นักวิทยาศาสตร์ถกเถียงกันมานานว่า ความหลากหลายของเซลล์สมองในสัตว์มีกระดูกสันหลัง ซึ่งมีมากกว่าในสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังมากนั้น เกิดจากกลไกใดกันแน่ ระหว่าง หรือ ซึ่งเปรียบเสมือนการถ่ายเอกสารคู่มือพันธุกรรมทั้งเล่มขึ้นมาอีกหนึ่งชุด
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "เปิดปริศนาวิวัฒนาการสมอง: การเพิ่มจำนวนจีโนมโบราณสองครั้งสร้างความหลากหลายของเซลล์สมองสัตว์มีกระดูกสันหลังได้อย่างไร" คืออะไร งานวิจัยชิ้นใหม่จาก University of Oxford ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2026 ไขข้อข้องใจเรื่องวิวัฒนาการของเซลล์สมอง โดยระบุว่าการเพิ่มจำนวนจีโนมทั้งชุดสองครั้งแรกในยุคบรรพบุรุษของสัตว์มีกระดูกสันหล...
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? งานวิจัยชิ้นใหม่จาก University of Oxford ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2026 ไขข้อข้องใจเรื่องวิวัฒนาการของเซลล์สมอง โดยระบุว่าการเพิ่มจำนวนจีโนมทั้งชุดสองครั้งแรกในยุคบรรพบุรุษของสัตว์มีกระดูกสันหล... ทีมวิจัยวิเคราะห์ข้อมูล transcriptome ระดับเซลล์เดี่ยวจาก 5 สปีชีส์ ได้แก่ มนุษย์ หนู กิ้งก่า ปลาแลมป์เพรย์ (สัตว์มีกระดูกสันหลังไร้ขากรรไกร) และแอมฟิออกซัส (สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่เป็นญาติใกล้ชิด) เพื่อเปรียบเทียบ...
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? ประเด็นถกเถียงสำคัญในวงการที่ว่าความหลากหลายของเซลล์สมองเกิดจากการเพิ่มจำนวนยีนแบบค่อยเป็นค่อยไป หรือจากเหตุการณ์ duplication ขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ครั้ง ได้รับการไขกระจ่างแล้วในงานวิจัยนี้ [1][2]
คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ งานวิจัยชิ้นใหม่จาก University of Oxford ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2026 ไขข้อข้องใจเรื่องวิวัฒนาการของเซลล์สมอง โดยระบุว่าการเพิ่มจำนวนจีโนมทั้งชุดสองครั้งแรกในยุคบรรพบุรุษของสัตว์มีกระดูกสันหล... ทีมวิจัยวิเคราะห์ข้อมูล transcriptome ระดับเซลล์เดี่ยวจาก 5 สปีชีส์ ได้แก่ มนุษย์ หนู กิ้งก่า ปลาแลมป์เพรย์ (สัตว์มีกระดูกสันหลังไร้ขากรรไกร) และแอมฟิออกซัส (สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่เป็นญาติใกล้ชิด) เพื่อเปรียบเทียบ... ประเด็นถกเถียงสำคัญในวงการที่ว่าความหลากหลายของเซลล์สมองเกิดจากการเพิ่มจำนวนยีนแบบค่อยเป็นค่อยไป หรือจากเหตุการณ์ duplication ขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ครั้ง ได้รับการไขกระจ่างแล้วในงานวิจัยนี้ [1][2] ผลการศึกษาชี้ชัดว่า 'โอห์โนล็อก' (ohnologues) หรือคู่ของยีนที่เกิดจากการเพิ่มจำนวนจีโนมทั้งชุด คือปัจจัยหลักที่กำหนดประเภทของเซลล์สมองที่แตกต่างกัน โดยมีบทบาทโดดเด่นกว่ายีนที่เกิดจากการ duplication ด้วยวิธีอื่น [1][2][3] What did the Oxford-led study published in Nature reveal about the role of two ancient whole-genome duplication events (around 520 and 500 m The complex vertebrate brain owes its diverse cell types to ancient whole-genome duplications, which provided the raw genetic material for specialization. (AI-generated image) AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did the Oxford-led study published in Nature reveal about the role of two ancient whole-genome duplication events (around 520 and 500 m. Article summary: **Resolving the debate over brain cell diversity.** Scientists had long argued whether brain cell type expansion came from rare whole-genome duplications or from many small-scale gene duplications. The study settled this. Topic tags: general, government, education, academic, general web. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "WHO WERE THE AEGEANS?The exciting newpodcastseries exploring the mysteries of the ancient Aegeans, the Bronze Age people who inspired Homer's epic stories of the Iliad and the Odys" source context "University of Oxford researchers create largest ever human family tree – Popular Archeology" Refere
openai.com หากจะถามว่า อะไรคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้สมองของมนุษย์และสัตว์มีกระดูกสันหลังทั้งหลายวิวัฒนาการจนมีโครงสร้างซับซ้อนและมีความหลากหลายของเซลล์มากมาย คำตอบอาจย้อนกลับไปไกลถึง 'อุบัติเหตุ' ทางพันธุกรรมที่เกิดขึ้นก่อนที่ปลาตัวแรกจะแหวกว่ายในมหาสมุทรเสียอีก
นั่นคือข้อสรุปจากงานวิจัยชิ้นบุกเบิกที่นำโดย มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด (University of Oxford) ซึ่งเผยแพร่ในวารสารวิชาการชั้นนำ Nature เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ค.ศ. 2026 การศึกษาครั้งนี้ไม่เพียงแต่ไขข้อถกเถียงที่มีมายาวนานในหมู่นักชีววิทยาวิวัฒนาการ แต่ยังวาดภาพที่ชัดเจนถึงกลไกเบื้องหลังการกำเนิดของสมองที่ชาญฉลาด
ไขข้อถกเถียงครั้งใหญ่: อะไรคือกลไกสร้างเซลล์สมอง?
ในอดีต นักวิทยาศาสตร์ถกเถียงกันมานานว่า ความหลากหลายของเซลล์สมองในสัตว์มีกระดูกสันหลัง ซึ่งมีมากกว่าในสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังมากนั้น เกิดจากกลไกใดกันแน่ ระหว่าง หรือ ซึ่งเปรียบเสมือนการถ่ายเอกสารคู่มือพันธุกรรมทั้งเล่มขึ้นมาอีกหนึ่งชุด
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "เปิดปริศนาวิวัฒนาการสมอง: การเพิ่มจำนวนจีโนมโบราณสองครั้งสร้างความหลากหลายของเซลล์สมองสัตว์มีกระดูกสันหลังได้อย่างไร" คืออะไร งานวิจัยชิ้นใหม่จาก University of Oxford ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2026 ไขข้อข้องใจเรื่องวิวัฒนาการของเซลล์สมอง โดยระบุว่าการเพิ่มจำนวนจีโนมทั้งชุดสองครั้งแรกในยุคบรรพบุรุษของสัตว์มีกระดูกสันหล...
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? งานวิจัยชิ้นใหม่จาก University of Oxford ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2026 ไขข้อข้องใจเรื่องวิวัฒนาการของเซลล์สมอง โดยระบุว่าการเพิ่มจำนวนจีโนมทั้งชุดสองครั้งแรกในยุคบรรพบุรุษของสัตว์มีกระดูกสันหล... ทีมวิจัยวิเคราะห์ข้อมูล transcriptome ระดับเซลล์เดี่ยวจาก 5 สปีชีส์ ได้แก่ มนุษย์ หนู กิ้งก่า ปลาแลมป์เพรย์ (สัตว์มีกระดูกสันหลังไร้ขากรรไกร) และแอมฟิออกซัส (สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่เป็นญาติใกล้ชิด) เพื่อเปรียบเทียบ...
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? ประเด็นถกเถียงสำคัญในวงการที่ว่าความหลากหลายของเซลล์สมองเกิดจากการเพิ่มจำนวนยีนแบบค่อยเป็นค่อยไป หรือจากเหตุการณ์ duplication ขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ครั้ง ได้รับการไขกระจ่างแล้วในงานวิจัยนี้ [1][2]
การเพิ่มจำนวนยีนแบบค่อยเป็นค่อยไปทีละน้อย (small-scale gene duplications)
เหตุการณ์หายากที่เรียกว่า 'การเพิ่มจำนวนจีโนมทั้งชุด' (Whole-Genome Duplication - WGD)
งานวิจัยนี้ยุติข้อถกเถียงดังกล่าวอย่างเด็ดขาด โดยการวิเคราะห์ข้อมูล ทรานสคริปโตมระดับเซลล์เดี่ยว (single-cell transcriptomes) จากสมองของสิ่งมีชีวิตห้าชนิดที่ถูกคัดเลือกมาอย่างจำเพาะเจาะจง:
มนุษย์ และ หนู (สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม)
กิ้งก่า (สัตว์เลื้อยคลาน)
ปลาแลมป์เพรย์ (สัตว์มีกระดูกสันหลังไร้ขากรรไกร ซึ่งเป็นตัวแทนของสัตว์มีกระดูกสันหลังยุคโบราณ)
แอมฟิออกซัส (สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่เป็นญาติใกล้ชิดที่สุดของสัตว์มีกระดูกสันหลัง ใช้เป็นตัวเปรียบเทียบเสมือน 'ภาพก่อน' วิวัฒนาการ)
การเปรียบเทียบข้ามสายพันธุ์ที่ห่างไกลกันนี้ ทำให้ทีมวิจัยสามารถย้อนรอยกลับไปได้ว่า ความหลากหลายของเซลล์สมองเกิดขึ้นที่จุดใดในประวัติศาสตร์วิวัฒนาการ
'โอห์โนล็อก' พระเอกของเรื่อง ผู้อยู่เบื้องหลังวิวัฒนาการสมอง หัวใจของการค้นพบอยู่ที่ยีนกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่า "โอห์โนล็อก" (ohnologues) ซึ่งตั้งชื่อตาม ศาสตราจารย์ซูซูมุ โอห์โนะ (Susumu Ohno) นักพันธุศาสตร์ผู้ตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับ WGD ไว้ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1970 โอห์โนล็อกคือคู่ของยีนที่เกิดจากการเพิ่มจำนวนจีโนมทั้งชุด
แล้วโอห์โนล็อกทำงานอย่างไร? งานวิจัยอธิบายว่า ยีนที่ได้มาใหม่ส่วนใหญ่ไม่ได้วิวัฒนาการให้มีหน้าที่ใหม่ถอดด้าม แต่มันใช้กลยุทธ์ที่ชาญฉลาดกว่านั้น คือ
การแบ่งหน้าที่ของยีนต้นแบบ (Subfunctionalization): ลองนึกภาพยีนบรรพบุรุษหนึ่งตัวที่คอยควบคุมงานหลายอย่างในเซลล์ เมื่อมันถูกทำสำเนาขึ้นมา ยีนแต่ละสำเนาจะค่อยๆ แบ่งงานกันทำ โดยตัวหนึ่งอาจไปควบคุมการพัฒนาเซลล์ประเภท A ส่วนอีกตัวไปควบคุมเซลล์ประเภท B ทำให้เกิดความชำนาญพิเศษ (specialization) มากขึ้น
การคัดเลือกโดยปริมาณที่เหมาะสม (Dosage Selection): กลไกนี้ช่วยรักษาสมดุลการทำงานของยีนที่ถูกทำสำเนาไว้ เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียต่อเซลล์ และในขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้เกิดการปรับแต่งการทำงานที่ละเอียดอ่อนขึ้น
มรดกที่ยืนยงนับร้อยล้านปี ศาสตราจารย์เซบาสเตียน ชิเมลด์ (Professor Sebastian Shimeld) ผู้เขียนอาวุโสของงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด กล่าวว่า
"การค้นพบของเราเผยให้เห็นว่าเหตุการณ์การเพิ่มจำนวนสารพันธุกรรมทั้งชุดสองครั้ง คือรากฐานที่ทำให้เกิดวิวัฒนาการของสมองที่ซับซ้อน การที่ธรรมชาติทำสำเนายีนทุกตัวในจีโนมขึ้นมา ทำให้เกิดวัตถุดิบที่สามารถนำมาดัดแปลงเพื่อสร้างเซลล์สมองชนิดใหม่ๆ ได้"
ด้าน ศาสตราจารย์ปีเตอร์ ฮอลแลนด์ (Professor Peter Holland) ผู้ร่วมเขียนงานวิจัย กล่าวสรุปไว้อย่างน่าสนใจว่า
"เซลล์สมองใหม่ๆ ต้องการยีนใหม่ๆ และไม่ใช่ยีนอะไรก็ได้ แต่มันคือยีนส่วนเกินที่เกิดจากอุบัติเหตุในการเพิ่มจำนวนดีเอ็นเอ ก่อนที่ปลาตัวแรกจะว่ายน้ำในมหาสมุทรเสียอีก"
บทสรุป: พิมพ์เขียวแห่งสมองจากอดีตกาล การศึกษาครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการไขปริศนาอดีต แต่มันเชื่อมโยงเราเข้ากับเหตุการณ์ระดับโมเลกุลที่เกิดขึ้นเมื่อหลายร้อยล้านปีก่อน ซึ่งวางรากฐานให้กับทุกความคิด ความทรงจำ และความรู้สึกของเราในวันนี้ มันแสดงให้เห็นว่าวิวัฒนาการที่ดูเหมือนเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ แท้จริงแล้วอาจเริ่มต้นจาก 'อุบัติเหตุ' ทางพันธุกรรมที่เปิดโอกาสให้ธรรมชาติได้สรรค์สร้างสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อนขึ้น อันนำไปสู่การอุบัติขึ้นของสมองที่ทำให้เราเป็น 'มนุษย์' ได้ในที่สุด
อ้างอิง bristol.ac.uk
January: Hagfish | News and features | University of Bristol
การเพิ่มจำนวนยีนแบบค่อยเป็นค่อยไปทีละน้อย (small-scale gene duplications)
เหตุการณ์หายากที่เรียกว่า 'การเพิ่มจำนวนจีโนมทั้งชุด' (Whole-Genome Duplication - WGD)
งานวิจัยนี้ยุติข้อถกเถียงดังกล่าวอย่างเด็ดขาด โดยการวิเคราะห์ข้อมูล ทรานสคริปโตมระดับเซลล์เดี่ยว (single-cell transcriptomes) จากสมองของสิ่งมีชีวิตห้าชนิดที่ถูกคัดเลือกมาอย่างจำเพาะเจาะจง:
มนุษย์ และ หนู (สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม)
กิ้งก่า (สัตว์เลื้อยคลาน)
ปลาแลมป์เพรย์ (สัตว์มีกระดูกสันหลังไร้ขากรรไกร ซึ่งเป็นตัวแทนของสัตว์มีกระดูกสันหลังยุคโบราณ)
แอมฟิออกซัส (สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่เป็นญาติใกล้ชิดที่สุดของสัตว์มีกระดูกสันหลัง ใช้เป็นตัวเปรียบเทียบเสมือน 'ภาพก่อน' วิวัฒนาการ)
การเปรียบเทียบข้ามสายพันธุ์ที่ห่างไกลกันนี้ ทำให้ทีมวิจัยสามารถย้อนรอยกลับไปได้ว่า ความหลากหลายของเซลล์สมองเกิดขึ้นที่จุดใดในประวัติศาสตร์วิวัฒนาการ
'โอห์โนล็อก' พระเอกของเรื่อง ผู้อยู่เบื้องหลังวิวัฒนาการสมอง หัวใจของการค้นพบอยู่ที่ยีนกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่า "โอห์โนล็อก" (ohnologues) ซึ่งตั้งชื่อตาม ศาสตราจารย์ซูซูมุ โอห์โนะ (Susumu Ohno) นักพันธุศาสตร์ผู้ตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับ WGD ไว้ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1970 โอห์โนล็อกคือคู่ของยีนที่เกิดจากการเพิ่มจำนวนจีโนมทั้งชุด
แล้วโอห์โนล็อกทำงานอย่างไร? งานวิจัยอธิบายว่า ยีนที่ได้มาใหม่ส่วนใหญ่ไม่ได้วิวัฒนาการให้มีหน้าที่ใหม่ถอดด้าม แต่มันใช้กลยุทธ์ที่ชาญฉลาดกว่านั้น คือ
การแบ่งหน้าที่ของยีนต้นแบบ (Subfunctionalization): ลองนึกภาพยีนบรรพบุรุษหนึ่งตัวที่คอยควบคุมงานหลายอย่างในเซลล์ เมื่อมันถูกทำสำเนาขึ้นมา ยีนแต่ละสำเนาจะค่อยๆ แบ่งงานกันทำ โดยตัวหนึ่งอาจไปควบคุมการพัฒนาเซลล์ประเภท A ส่วนอีกตัวไปควบคุมเซลล์ประเภท B ทำให้เกิดความชำนาญพิเศษ (specialization) มากขึ้น
การคัดเลือกโดยปริมาณที่เหมาะสม (Dosage Selection): กลไกนี้ช่วยรักษาสมดุลการทำงานของยีนที่ถูกทำสำเนาไว้ เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียต่อเซลล์ และในขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้เกิดการปรับแต่งการทำงานที่ละเอียดอ่อนขึ้น
มรดกที่ยืนยงนับร้อยล้านปี ศาสตราจารย์เซบาสเตียน ชิเมลด์ (Professor Sebastian Shimeld) ผู้เขียนอาวุโสของงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด กล่าวว่า
"การค้นพบของเราเผยให้เห็นว่าเหตุการณ์การเพิ่มจำนวนสารพันธุกรรมทั้งชุดสองครั้ง คือรากฐานที่ทำให้เกิดวิวัฒนาการของสมองที่ซับซ้อน การที่ธรรมชาติทำสำเนายีนทุกตัวในจีโนมขึ้นมา ทำให้เกิดวัตถุดิบที่สามารถนำมาดัดแปลงเพื่อสร้างเซลล์สมองชนิดใหม่ๆ ได้"
ด้าน ศาสตราจารย์ปีเตอร์ ฮอลแลนด์ (Professor Peter Holland) ผู้ร่วมเขียนงานวิจัย กล่าวสรุปไว้อย่างน่าสนใจว่า
"เซลล์สมองใหม่ๆ ต้องการยีนใหม่ๆ และไม่ใช่ยีนอะไรก็ได้ แต่มันคือยีนส่วนเกินที่เกิดจากอุบัติเหตุในการเพิ่มจำนวนดีเอ็นเอ ก่อนที่ปลาตัวแรกจะว่ายน้ำในมหาสมุทรเสียอีก"
บทสรุป: พิมพ์เขียวแห่งสมองจากอดีตกาล การศึกษาครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการไขปริศนาอดีต แต่มันเชื่อมโยงเราเข้ากับเหตุการณ์ระดับโมเลกุลที่เกิดขึ้นเมื่อหลายร้อยล้านปีก่อน ซึ่งวางรากฐานให้กับทุกความคิด ความทรงจำ และความรู้สึกของเราในวันนี้ มันแสดงให้เห็นว่าวิวัฒนาการที่ดูเหมือนเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ แท้จริงแล้วอาจเริ่มต้นจาก 'อุบัติเหตุ' ทางพันธุกรรมที่เปิดโอกาสให้ธรรมชาติได้สรรค์สร้างสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อนขึ้น อันนำไปสู่การอุบัติขึ้นของสมองที่ทำให้เราเป็น 'มนุษย์' ได้ในที่สุด
อ้างอิง bristol.ac.uk
January: Hagfish | News and features | University of Bristol