ทีมของ ศาสตราจารย์ยอง-อุค ลี (Young-Wook Lee) แห่งมหาวิทยาลัยยอนเซแย้งว่า ความสว่างของซูเปอร์โนวานั้นเปลี่ยนไปตามอายุของดาวต้นกำเนิด (Progenitor Age) เมื่อเอกภพมีอายุมากขึ้น ซูเปอร์โนวาที่เกิดในยุคหลังก็จะมีความสว่างสูงสุดที่ต่างออกไปอย่างเป็นระบบ ซึ่งหากเป็นเรื่องจริง ก็จะแปลว่า 'เทียนมาตรฐาน' ของเรามันไม่ได้มาตรฐาน และอาจนำไปสู่ข้อสรุปที่ว่าพลังงานมืดไม่มีอยู่จริงได้
แต่ จุดที่ทีมยอนเซพลาด คือการหาอายุของดาวต้นกำเนิดนั่นเอง
งานวิจัยใหม่ชี้ให้เห็นข้อผิดพลาดที่เป็นแก่นของเรื่องนี้อย่างแจ่มแจ้ง: การเอาอายุของดาราจักร (Galaxy Age) ไปใช้เป็นอายุของดาวที่ระเบิด (Progenitor Age) โดยตรง
ในดาราจักรหนึ่งๆ ไม่ได้มีแต่ดาวฤกษ์ที่เกิดมาพร้อมกันอายุเท่ากันทั้งหมด แต่เปรียบเสมือนเมืองใหญ่ที่มีคนอยู่หลายรุ่น ทั้งคนแก่และคนหนุ่มสาว ดาวฤกษ์ที่ระเบิดเป็นซูเปอร์โนวานั้นอาจเป็นเพียง 'คนหนุ่ม' ในดาราจักรที่เก่าแก่กว่ามากก็ได้
ดร.ฟิล ไวส์แมนและทีมงานอธิบายว่า:
เมื่อนักวิจัยแก้ไขความคลาดเคลื่อนนี้และปรับแก้ค่าตามมาตรฐานที่ถูกต้อง "หลักฐานของการขยายตัวด้วยความเร่งของเอกภพก็ยังคงแข็งแกร่ง และพลังงานมืดก็ยังคงเป็นทฤษฎีที่อธิบายปรากฏการณ์นี้ได้ดีที่สุด"
สรุปคือ เรื่องนี้ไม่ใช่ระเบิดเวลาที่จะทำลายทฤษฎีบิ๊กแบงหรือการขยายตัวของเอกภพ แต่มันคือกระบวนการตามธรรมชาติของการถกเถียงทางวิทยาศาสตร์ ที่ในที่สุดข้อมูลและหลักฐานที่ถูกต้องก็จะตรวจสอบและกลั่นกรองความจริงออกมาได้เอง
Comments
0 comments