คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ ทีมนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์นานาชาตินำโดย ดร.ฟิล ไวส์แมน จากมหาวิทยาลัยเซาแทมป์ตัน และมีอดัม รีสส์กับไบรอัน ชมิดท์ สองเจ้าของรางวัลโนเบลร่วมวิจัย ตีพิมพ์ผลการศึกษาในวารสาร Monthly Notices of the Royal Astronomical Society... งานวิจัยชี้ว่า การที่ทีมมหาวิทยาลัยยอนเซในเกาหลีใต้สรุปว่าเอกภพกำลังขยายตัวช้าลงนั้น เกิดจากความเข้าใจผิดทางวิทยาศาสตร์ โดยพวกเขาใช้ 'อายุของดาราจักร' แทน 'อายุของดาวที่ระเบิด' ซึ่งเป็นคนละสิ่งกัน [6] เมื่อแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าวและใช้ขั้นตอนการปรับแก้มาตรฐานที่ทีมยอนเซมองข้ามไป หลักฐานที่สนับสนุนการขยายตัวด้วยความเร่งของเอกภพและการมีอยู่ของพลังงานมืดก็ยังคงหนักแน่นเช่นเดิม [5][6] What study published on June 11 in the Monthly Notices of the Royal Astronomical Society, led by the University of Southampton and co-author AI-generated editorial hero image for What study published on June 11 in the Monthly Notices of the Royal Astronomical Society, led by the University of Southampton and co-author. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What study published on June 11 in the Monthly Notices of the Royal Astronomical Society, led by the University of Southampton and co-author. Article summary: The study published on June 11, 2026, in *Monthly Notices of the Royal Astronomical Society* was led by Dr. Phil Wiseman of the University of Southampton and co-authored by Nobel laureates Adam Riess and Brian Schmidt. I. Topic tags: general, education, academic, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "They refuted a study published last year claiming the growth of the universe is slowing and insist there is no flaw in the widely-accepted theory that a mysterious force known as d" source context "Experts Confirm Universe's Expansion Is Accelerating | Mirage News" Reference image 2: visual s
openai.com คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "ทีมนักฟิสิกส์โนเบลหักล้างงานวิจัยเกาหลีใต้ ยืนยัน 'เอกภพยังขยายตัวด้วยความเร่ง'" คืออะไร ทีมนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์นานาชาตินำโดย ดร.ฟิล ไวส์แมน จากมหาวิทยาลัยเซาแทมป์ตัน และมีอดัม รีสส์กับไบรอัน ชมิดท์ สองเจ้าของรางวัลโนเบลร่วมวิจัย ตีพิมพ์ผลการศึกษาในวารสาร Monthly Notices of the Royal Astronomical Society...
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? ทีมนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์นานาชาตินำโดย ดร.ฟิล ไวส์แมน จากมหาวิทยาลัยเซาแทมป์ตัน และมีอดัม รีสส์กับไบรอัน ชมิดท์ สองเจ้าของรางวัลโนเบลร่วมวิจัย ตีพิมพ์ผลการศึกษาในวารสาร Monthly Notices of the Royal Astronomical Society... งานวิจัยชี้ว่า การที่ทีมมหาวิทยาลัยยอนเซในเกาหลีใต้สรุปว่าเอกภพกำลังขยายตัวช้าลงนั้น เกิดจากความเข้าใจผิดทางวิทยาศาสตร์ โดยพวกเขาใช้ 'อายุของดาราจักร' แทน 'อายุของดาวที่ระเบิด' ซึ่งเป็นคนละสิ่งกัน [6]
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? เมื่อแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าวและใช้ขั้นตอนการปรับแก้มาตรฐานที่ทีมยอนเซมองข้ามไป หลักฐานที่สนับสนุนการขยายตัวด้วยความเร่งของเอกภพและการมีอยู่ของพลังงานมืดก็ยังคงหนักแน่นเช่นเดิม [5][6]
คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ ทีมนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์นานาชาตินำโดย ดร.ฟิล ไวส์แมน จากมหาวิทยาลัยเซาแทมป์ตัน และมีอดัม รีสส์กับไบรอัน ชมิดท์ สองเจ้าของรางวัลโนเบลร่วมวิจัย ตีพิมพ์ผลการศึกษาในวารสาร Monthly Notices of the Royal Astronomical Society... งานวิจัยชี้ว่า การที่ทีมมหาวิทยาลัยยอนเซในเกาหลีใต้สรุปว่าเอกภพกำลังขยายตัวช้าลงนั้น เกิดจากความเข้าใจผิดทางวิทยาศาสตร์ โดยพวกเขาใช้ 'อายุของดาราจักร' แทน 'อายุของดาวที่ระเบิด' ซึ่งเป็นคนละสิ่งกัน [6] เมื่อแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าวและใช้ขั้นตอนการปรับแก้มาตรฐานที่ทีมยอนเซมองข้ามไป หลักฐานที่สนับสนุนการขยายตัวด้วยความเร่งของเอกภพและการมีอยู่ของพลังงานมืดก็ยังคงหนักแน่นเช่นเดิม [5][6] What study published on June 11 in the Monthly Notices of the Royal Astronomical Society, led by the University of Southampton and co-author AI-generated editorial hero image for What study published on June 11 in the Monthly Notices of the Royal Astronomical Society, led by the University of Southampton and co-author. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What study published on June 11 in the Monthly Notices of the Royal Astronomical Society, led by the University of Southampton and co-author. Article summary: The study published on June 11, 2026, in *Monthly Notices of the Royal Astronomical Society* was led by Dr. Phil Wiseman of the University of Southampton and co-authored by Nobel laureates Adam Riess and Brian Schmidt. I. Topic tags: general, education, academic, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "They refuted a study published last year claiming the growth of the universe is slowing and insist there is no flaw in the widely-accepted theory that a mysterious force known as d" source context "Experts Confirm Universe's Expansion Is Accelerating | Mirage News" Reference image 2: visual s
openai.com คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "ทีมนักฟิสิกส์โนเบลหักล้างงานวิจัยเกาหลีใต้ ยืนยัน 'เอกภพยังขยายตัวด้วยความเร่ง'" คืออะไร ทีมนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์นานาชาตินำโดย ดร.ฟิล ไวส์แมน จากมหาวิทยาลัยเซาแทมป์ตัน และมีอดัม รีสส์กับไบรอัน ชมิดท์ สองเจ้าของรางวัลโนเบลร่วมวิจัย ตีพิมพ์ผลการศึกษาในวารสาร Monthly Notices of the Royal Astronomical Society...
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? ทีมนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์นานาชาตินำโดย ดร.ฟิล ไวส์แมน จากมหาวิทยาลัยเซาแทมป์ตัน และมีอดัม รีสส์กับไบรอัน ชมิดท์ สองเจ้าของรางวัลโนเบลร่วมวิจัย ตีพิมพ์ผลการศึกษาในวารสาร Monthly Notices of the Royal Astronomical Society... งานวิจัยชี้ว่า การที่ทีมมหาวิทยาลัยยอนเซในเกาหลีใต้สรุปว่าเอกภพกำลังขยายตัวช้าลงนั้น เกิดจากความเข้าใจผิดทางวิทยาศาสตร์ โดยพวกเขาใช้ 'อายุของดาราจักร' แทน 'อายุของดาวที่ระเบิด' ซึ่งเป็นคนละสิ่งกัน [6]
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? เมื่อแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าวและใช้ขั้นตอนการปรับแก้มาตรฐานที่ทีมยอนเซมองข้ามไป หลักฐานที่สนับสนุนการขยายตัวด้วยความเร่งของเอกภพและการมีอยู่ของพลังงานมืดก็ยังคงหนักแน่นเช่นเดิม [5][6]
ล่าสุด ข้อกล่าวอ้างนั้นกำลังถูกโต้กลับอย่างถึงพริกถึงขิงจากทีมนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ระดับหัวแถวของโลก
ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Monthly Notices of the Royal Astronomical Society นำโดย ดร.ฟิล ไวส์แมน (Phil Wiseman) จากมหาวิทยาลัยเซาแทมป์ตัน และมีสองนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลอย่าง อดัม รีสส์ (Adam Riess) และ ไบรอัน ชมิดท์ (Brian Schmidt) ร่วมลงชื่อ ได้ออกมาชี้แจงว่า ข้อสรุปของทีมมหาวิทยาลัยยอนเซนั้น เกิดจากความเข้าใจผิดขั้นพื้นฐานในการวิเคราะห์ข้อมูล ไม่ใช่การค้นพบครั้งใหม่ที่สั่นคลอนรากฐานของจักรวาลวิทยาแต่อย่างใด
ต้นตอของปัญหา: ดาราจักรหนึ่งแห่ง ไม่ได้มีดาวแค่เจเนอเรชันเดียว เพื่อให้เห็นภาพ เราต้องเข้าใจก่อนว่า 'ซูเปอร์โนวาประเภท Ia' (Type Ia Supernovae) คืออะไร และทำไมมันถึงสำคัญ
นักดาราศาสตร์ใช้การระเบิดของดาวฤกษ์ชนิดนี้เป็น "เทียนมาตรฐาน" (Standard Candles) หรือเครื่องมือวัดระยะทางในเอกภพ เพราะโดยธรรมชาติแล้ว ซูเปอร์โนวาประเภท Ia ควรจะมีความสว่างสูงสุดที่ใกล้เคียงกันมาก จนเราสามารถคำนวณระยะห่างของมันได้จากความสว่างที่เรามองเห็นจากโลก
แต่ จุดที่ทีมยอนเซพลาด คือการหาอายุของดาวต้นกำเนิดนั่นเอง
Galaxy Age ไม่เท่ากับ Progenitor Age: ความผิดพลาดที่เปลี่ยนทุกสิ่ง งานวิจัยใหม่ชี้ให้เห็นข้อผิดพลาดที่เป็นแก่นของเรื่องนี้อย่างแจ่มแจ้ง: การเอาอายุของดาราจักร (Galaxy Age) ไปใช้เป็นอายุของดาวที่ระเบิด (Progenitor Age) โดยตรง
ในดาราจักรหนึ่งๆ ไม่ได้มีแต่ดาวฤกษ์ที่เกิดมาพร้อมกันอายุเท่ากันทั้งหมด แต่เปรียบเสมือนเมืองใหญ่ที่มีคนอยู่หลายรุ่น ทั้งคนแก่และคนหนุ่มสาว ดาวฤกษ์ที่ระเบิดเป็นซูเปอร์โนวานั้นอาจเป็นเพียง 'คนหนุ่ม' ในดาราจักรที่เก่าแก่กว่ามากก็ได้
ดร.ฟิล ไวส์แมนและทีมงานอธิบายว่า:
ข้อสันนิษฐานที่ง่ายเกินไป : ทีมยอนเซตั้งสมมติฐานว่าอายุของดาราจักรสามารถใช้เป็นตัวแทนอายุของดาวแคระขาว (White Dwarf) ที่เป็นต้นเหตุของการระเบิดได้ทันที ซึ่งในความเป็นจริงมันซับซ้อนกว่านั้นมาก
ผลกระทบที่เล็กน้อย หรือถูกแก้ไขไปแล้ว : งานวิจัยที่ออกมาโต้แย้งพบว่า ผลกระทบจากอายุของดาวต้นกำเนิดที่ทีมยอนเซอ้างว่าเป็นปัญหาใหญ่นั้น แทบไม่มีนัยสำคัญ หรือถูกชดเชยด้วยขั้นตอนการปรับแก้มาตรฐาน (Standardization) ที่ใช้กันอยู่แล้วในวิเคราะห์ซูเปอร์โนวายุคใหม่ แต่เป็นขั้นตอนที่ทีมยอนเซกลับมองข้ามไป
เมื่อนักวิจัยแก้ไขความคลาดเคลื่อนนี้และปรับแก้ค่าตามมาตรฐานที่ถูกต้อง "หลักฐานของการขยายตัวด้วยความเร่งของเอกภพก็ยังคงแข็งแกร่ง และพลังงานมืดก็ยังคงเป็นทฤษฎีที่อธิบายปรากฏการณ์นี้ได้ดีที่สุด"
สรุปคือ เรื่องนี้ไม่ใช่ระเบิดเวลาที่จะทำลายทฤษฎีบิ๊กแบงหรือการขยายตัวของเอกภพ แต่มันคือกระบวนการตามธรรมชาติของการถกเถียงทางวิทยาศาสตร์ ที่ในที่สุดข้อมูลและหลักฐานที่ถูกต้องก็จะตรวจสอบและกลั่นกรองความจริงออกมาได้เอง
stsci.edu Dr. Adam Riess - Dark Energy ล่าสุด ข้อกล่าวอ้างนั้นกำลังถูกโต้กลับอย่างถึงพริกถึงขิงจากทีมนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ระดับหัวแถวของโลก
ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Monthly Notices of the Royal Astronomical Society นำโดย ดร.ฟิล ไวส์แมน (Phil Wiseman) จากมหาวิทยาลัยเซาแทมป์ตัน และมีสองนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลอย่าง อดัม รีสส์ (Adam Riess) และ ไบรอัน ชมิดท์ (Brian Schmidt) ร่วมลงชื่อ ได้ออกมาชี้แจงว่า ข้อสรุปของทีมมหาวิทยาลัยยอนเซนั้น เกิดจากความเข้าใจผิดขั้นพื้นฐานในการวิเคราะห์ข้อมูล ไม่ใช่การค้นพบครั้งใหม่ที่สั่นคลอนรากฐานของจักรวาลวิทยาแต่อย่างใด
ต้นตอของปัญหา: ดาราจักรหนึ่งแห่ง ไม่ได้มีดาวแค่เจเนอเรชันเดียว เพื่อให้เห็นภาพ เราต้องเข้าใจก่อนว่า 'ซูเปอร์โนวาประเภท Ia' (Type Ia Supernovae) คืออะไร และทำไมมันถึงสำคัญ
นักดาราศาสตร์ใช้การระเบิดของดาวฤกษ์ชนิดนี้เป็น "เทียนมาตรฐาน" (Standard Candles) หรือเครื่องมือวัดระยะทางในเอกภพ เพราะโดยธรรมชาติแล้ว ซูเปอร์โนวาประเภท Ia ควรจะมีความสว่างสูงสุดที่ใกล้เคียงกันมาก จนเราสามารถคำนวณระยะห่างของมันได้จากความสว่างที่เรามองเห็นจากโลก
แต่ จุดที่ทีมยอนเซพลาด คือการหาอายุของดาวต้นกำเนิดนั่นเอง
Galaxy Age ไม่เท่ากับ Progenitor Age: ความผิดพลาดที่เปลี่ยนทุกสิ่ง งานวิจัยใหม่ชี้ให้เห็นข้อผิดพลาดที่เป็นแก่นของเรื่องนี้อย่างแจ่มแจ้ง: การเอาอายุของดาราจักร (Galaxy Age) ไปใช้เป็นอายุของดาวที่ระเบิด (Progenitor Age) โดยตรง
ในดาราจักรหนึ่งๆ ไม่ได้มีแต่ดาวฤกษ์ที่เกิดมาพร้อมกันอายุเท่ากันทั้งหมด แต่เปรียบเสมือนเมืองใหญ่ที่มีคนอยู่หลายรุ่น ทั้งคนแก่และคนหนุ่มสาว ดาวฤกษ์ที่ระเบิดเป็นซูเปอร์โนวานั้นอาจเป็นเพียง 'คนหนุ่ม' ในดาราจักรที่เก่าแก่กว่ามากก็ได้
ดร.ฟิล ไวส์แมนและทีมงานอธิบายว่า:
ข้อสันนิษฐานที่ง่ายเกินไป : ทีมยอนเซตั้งสมมติฐานว่าอายุของดาราจักรสามารถใช้เป็นตัวแทนอายุของดาวแคระขาว (White Dwarf) ที่เป็นต้นเหตุของการระเบิดได้ทันที ซึ่งในความเป็นจริงมันซับซ้อนกว่านั้นมาก
ผลกระทบที่เล็กน้อย หรือถูกแก้ไขไปแล้ว : งานวิจัยที่ออกมาโต้แย้งพบว่า ผลกระทบจากอายุของดาวต้นกำเนิดที่ทีมยอนเซอ้างว่าเป็นปัญหาใหญ่นั้น แทบไม่มีนัยสำคัญ หรือถูกชดเชยด้วยขั้นตอนการปรับแก้มาตรฐาน (Standardization) ที่ใช้กันอยู่แล้วในวิเคราะห์ซูเปอร์โนวายุคใหม่ แต่เป็นขั้นตอนที่ทีมยอนเซกลับมองข้ามไป
เมื่อนักวิจัยแก้ไขความคลาดเคลื่อนนี้และปรับแก้ค่าตามมาตรฐานที่ถูกต้อง "หลักฐานของการขยายตัวด้วยความเร่งของเอกภพก็ยังคงแข็งแกร่ง และพลังงานมืดก็ยังคงเป็นทฤษฎีที่อธิบายปรากฏการณ์นี้ได้ดีที่สุด"
สรุปคือ เรื่องนี้ไม่ใช่ระเบิดเวลาที่จะทำลายทฤษฎีบิ๊กแบงหรือการขยายตัวของเอกภพ แต่มันคือกระบวนการตามธรรมชาติของการถกเถียงทางวิทยาศาสตร์ ที่ในที่สุดข้อมูลและหลักฐานที่ถูกต้องก็จะตรวจสอบและกลั่นกรองความจริงออกมาได้เอง
stsci.edu Dr. Adam Riess - Dark Energy