แม้ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จะติดลบ 1.5% และพันธบัตรเยอรมนีติดลบ 2.4% แต่กลับมีเม็ดเงินสุทธิ 12,000 ล้านดอลลาร์ไหลเข้ากองทุนพันธบัตรรัฐบาลตลาดพัฒนาแล้วหลังสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน [2] [23] แนวคิดการลงทุนแบบสวนกระแสตั้งอยู่บน 3 เสาหลัก: ความคาดหวังว่าเงินเฟ้อจากวิกฤตน้ำมันใกล้ถึงจุดสูงสุดแล้ว, โอกาสล็อกผลตอบแทน...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What explains the $12 billion inflow into developed-market government bond funds despite losses of -1.5% on U.S. Treasuries and -2.4% on Ger. Article summary: Here is a full breakdown based on the available evidence.. Topic tags: general, news, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "A line graph displays the inflow trends of developed market corporate bond funds from Q3 2019 to Q2 2020, with the yellow line decreasing slightly, the red line remaining relativel" Reference image 2: visual subject "A bar chart illustrating weekly inflows and outflows in various U.S. bond fund categories, with data from July to August 2023, showing fluctuations in investments amid cooling infl" Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mo
ในช่วงหลายสัปดาห์หลังจากที่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 พันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกสร้างผลตอบแทนที่น่าปวดหัวให้กับผู้ถือครอง ราคาที่ร่วงลงอย่างหนักดันให้อัตราผลตอบแทน (yield) พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนขาดทุนทันที แต่ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง ข้อมูลจาก Lipper กลับเผยให้เห็นว่า มีเม็ดเงินสุทธิกว่า 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไหลเข้ากองทุนพันธบัตรรัฐบาลของประเทศตลาดพัฒนาแล้ว คิดเป็นมูลค่าทั้งหมดของเงินไหลเข้าสุทธิในปีนี้ นี่คือ 'พาราด็อกซ์' ที่มีรากฐานมาจากการปะทะกันของความตื่นตระหนกเรื่องเงินเฟ้อ ความหิวกระหายผลตอบแทน และความเชื่อมั่นของผู้จัดการสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในโลกบางรายที่ว่า ตลาดพันธบัตรกำลังอ่านอนาคตผิดไป
การเทขายอย่างรุนแรงนั่นเองที่สร้างจุดเข้าลงทุนที่น่าสนใจ เมื่อความกลัวเงินเฟ้อจากภาวะน้ำมันช็อกทำให้การคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยถูกปรับราคาใหม่หมด อัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้รัฐบาลก็พุ่งขึ้นไปแตะระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบหลายปี หรือในบางกรณีคือหลายทศวรรษ
เม็ดเงินที่ไหลเข้ามาไม่ได้เป็นเพียงการไล่ล่าผลตอบแทนที่สูงขึ้นเท่านั้น แต่มันเป็นการเดินตามแนวคิดที่ถูกกำหนดไว้อย่างดีว่า พันธบัตรจะกลับมาตั้งหลักได้ และอาจพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง
ปฏิกิริยาตอบสนองทันทีของตลาดคือการปรับราคาคาดการณ์นโยบายของธนาคารกลางใหม่ทั้งหมด ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งจากประมาณ 72 ดอลลาร์ ไปแตะ 119 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลระหว่างเดือนมีนาคม กระพือความกลัวเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อและผลักให้การคาดการณ์การลดดอกเบี้ยออกไปเป็นปลายปี 2026 หรือ 2027 แต่ภายในกลางปี 2026 ผู้จัดการกองทุนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มมองว่าผลกระทบจากเงินเฟ้อกำลังถึงจุดสูงสุดแล้ว แรงกระแทกจากอุปทานจะค่อยๆ จางหายไป และผลกระทบฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจโลกจากสงครามจะกลายเป็นปัจจัยหลักเหนือผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งขึ้น นักลงทุนบางส่วนจึงมองว่า พันธบัตรจะกลับมามีบทบาทเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยแบบดั้งเดิม เมื่อปัญหาเงินเฟ้อเริ่มกัดกร่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
การเทขายอย่างรุนแรงได้สร้างจุดเข้า ลงทุนที่น่าสนใจในเชิงประวัติศาสตร์ ไปทั่วตลาดตราสารหนี้หลักของโลก
การแสดงออกเชิงสถาบันที่โดดเด่นที่สุดของมุมมองสวนกระแสนี้มาจาก PIMCO โดย Andrew Balls ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนสำหรับตราสารหนี้ทั่วโลกของบริษัท เปิดเผยในเดือนเมษายนว่า PIMCO ได้ย้ายสถานะจาก "ลดน้ำหนักการลงทุน" (underweight) เป็น "เพิ่มน้ำหนักการลงทุน" (overweight) ในพันธบัตรรัฐบาลยุโรป โดยเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในกองทุนพันธบัตรระดับโลก เขาอ้างถึงการตั้งราคาผิดพลาดที่เกิดจากการคลายตัวของธุรกรรมการค้าที่เคยแออัดก่อนหน้านี้
ไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านั้น PIMCO และ JPMorgan ได้ร่วมกันออกมาประกาศว่าตลาดพันธบัตรกำลังประเมินความเสี่ยงของการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกต่ำเกินไป ตรรกะนั้นตรงไปตรงมา: หากความกลัวภาวะเศรษฐกิจถดถอยมีน้ำหนักมากกว่าความกลัวเงินเฟ้อ พันธบัตรก็จะทะยานขึ้นอย่างรุนแรง และ ณ อัตราผลตอบแทนปัจจุบัน ผลตอบแทนที่จะได้รับหากวิเคราะห์ถูกต้องก็นับว่ามหาศาล จุดยืนโดยรวมของ PIMCO คือ "ในระดับโลก ตลาดตราสารหนี้ดูน่าสนใจอย่างมาก" เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจถดถอยยังคงถูกตีราคาต่ำเกินไป
หัวใจสำคัญของทุกสถานการณ์คือจุดคอขวดเพียงจุดเดียว นั่นคือ ช่องแคบฮอร์มุซ การที่อิหร่านปิดกั้นช่องแคบนี้อย่างมีประสิทธิผล ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่ป้อนน้ำมันราวหนึ่งในห้าของโลก ได้ปิดกั้นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่บริโภคโดยกว่า 30 ประเทศ และทำให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นประมาณ 83%
ผลลัพธ์ที่ออกมามีสองทางที่ดูเหมือนจะเอื้อประโยชน์ต่อผู้ถือพันธบัตรทั้งคู่:
การหยุดยิงในเดือนเมษายนได้เริ่มการเจรจาสันติภาพและช่วยลดแรงกดดันต่ออัตราผลตอบแทนลงบ้าง แต่ผลลัพธ์สุดท้ายยังคงคลุมเครือจนถึงเดือนมิถุนายน 2026 ตราบใดที่ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นความไม่แน่นอนที่มีชีวิตอยู่ ความเสี่ยงแบบสองขั้วนี้—การเปิดผ่านหมายถึงภาวะเงินเฟ้อลดลง และการปิดกั้นหมายถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอย—จะยังคงรักษาแก่นของการค้าขายสวนกระแสในพันธบัตรไว้ได้ทั้งสองฝั่ง
ขนาดของการปรับตำแหน่งการลงทุนใหม่นี้ขยายออกไปไกลเกินกว่าตัวเลขหลักที่ 12,000 ล้านดอลลาร์ กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Sovereign Wealth Funds) เองก็มีการจัดเส้นทางเงินทุนใหม่ โดยมีรายงานว่ากองทุนหนึ่งในตะวันออกกลางได้ย้ายเงินประมาณ 15,000 ล้านดอลลาร์ จากสถานะในหุ้นเทคโนเก็งกำไรไปยังพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และยุโรป กองทุนตราสารหนี้ทั่วโลกยังดึงดูดเม็ดเงินอีก 19,600 ล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาการรายงานเพียงช่วงเดียว ขณะที่นักลงทุนลดการลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชนและยอมรับความเสี่ยงด้านอายุของพันธบัตรรัฐบาล
PGIM ยังตั้งข้อสังเกตว่า ความวิตกกังวลในไตรมาสแรกได้ผลักให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลและส่วนต่างผลตอบแทนของหุ้นกู้กว้างขึ้นสู่ระดับที่ "เป็นลางดีสำหรับผลตอบแทนในระยะยาว"
สำหรับนักลงทุนสายสวนกระแส คณิตศาสตร์นั้นง่ายมาก: อัตราผลตอบแทนเริ่มต้นคือตัวทำนายผลตอบแทนพันธบัตรในอนาคตที่ดีที่สุดเพียงตัวเดียว การเทขายอาจสร้างผลขาดทุนระยะสั้น แต่มันก็ได้รีเซ็ตจุดเริ่มต้นสำหรับผลตอบแทนในอนาคต ให้ไปอยู่ในระดับที่สถาบันอย่าง PIMCO, PGIM และ Franklin Templeton มองว่าน่าสนใจอย่างผิดปกติ การที่การค้าขายนี้จะได้ผลหรือไม่ในท้ายที่สุด ขึ้นอยู่กับตัวแปรตัวเดียวที่ยังหาข้อยุติไม่ได้—ผืนน้ำแคบๆ ระหว่างอิหร่านกับโอมาน
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
แม้ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จะติดลบ 1.5% และพันธบัตรเยอรมนีติดลบ 2.4% แต่กลับมีเม็ดเงินสุทธิ 12,000 ล้านดอลลาร์ไหลเข้ากองทุนพันธบัตรรัฐบาลตลาดพัฒนาแล้วหลังสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน [2] [23]
แม้ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จะติดลบ 1.5% และพันธบัตรเยอรมนีติดลบ 2.4% แต่กลับมีเม็ดเงินสุทธิ 12,000 ล้านดอลลาร์ไหลเข้ากองทุนพันธบัตรรัฐบาลตลาดพัฒนาแล้วหลังสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน [2] [23] แนวคิดการลงทุนแบบสวนกระแสตั้งอยู่บน 3 เสาหลัก: ความคาดหวังว่าเงินเฟ้อจากวิกฤตน้ำมันใกล้ถึงจุดสูงสุดแล้ว, โอกาสล็อกผลตอบแทนในระดับที่ไม่เคยเห็นมานานหลายทศวรรษ (เช่น พันธบัตรญี่ปุ่นอายุ 10 ปี แตะระดับสูงสุดในรอบ 29 ปี),...
สถานะที่ไม่แน่นอนของช่องแคบฮอร์มุซสร้างความเสี่ยงแบบสองขั้วต่อราคาน้ำมัน: หากเปิดเต็มที่จะลดแรงกดดันเงินเฟ้อและการขึ้นดอกเบี้ย แต่หากปิดยาวนานจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งจะทำให้พันธบัตรกลับมามีบทบาทเป็นสินท...