คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ แม้ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จะติดลบ 1.5% และพันธบัตรเยอรมนีติดลบ 2.4% แต่กลับมีเม็ดเงินสุทธิ 12,000 ล้านดอลลาร์ไหลเข้ากองทุนพันธบัตรรัฐบาลตลาดพัฒนาแล้วหลังสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน [2] [23] แนวคิดการลงทุนแบบสวนกระแสตั้งอยู่บน 3 เสาหลัก: ความคาดหวังว่าเงินเฟ้อจากวิกฤตน้ำมันใกล้ถึงจุดสูงสุดแล้ว, โอกาสล็อกผลตอบแทนในระดับที่ไม่เคยเห็นมานานหลายทศวรรษ (เช่น พันธบัตรญี่ปุ่นอายุ 10 ปี แตะระดับสูงสุดในรอบ 29 ปี),... สถานะที่ไม่แน่นอนของช่องแคบฮอร์มุซสร้างความเสี่ยงแบบสองขั้วต่อราคาน้ำมัน: หากเปิดเต็มที่จะลดแรงกดดันเงินเฟ้อและการขึ้นดอกเบี้ย แต่หากปิดยาวนานจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งจะทำให้พันธบัตรกลับมามีบทบาทเป็นสินท... What explains the $12 billion inflow into developed-market government bond funds despite losses of -1.5% on U.S Government bonds sold off sharply as the Iran conflict drove oil prices higher, but the resulting multi-decade yields triggered a $12 billion contrarian inflow. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What explains the $12 billion inflow into developed-market government bond funds despite losses of -1.5% on U.S. Treasuries and -2.4% on Ger. Article summary: Here is a full breakdown based on the available evidence.. Topic tags: general, news, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "A line graph displays the inflow trends of developed market corporate bond funds from Q3 2019 to Q2 2020, with the yellow line decreasing slightly, the red line remaining relativel" Reference image 2: visual subject "A bar chart illustrating weekly inflows and outflows in various U.S. bond fund categories, with data from July to August 2023, showing fluctuations in investments amid cooling infl" Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mo
openai.com ในช่วงหลายสัปดาห์หลังจากที่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 พันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกสร้างผลตอบแทนที่น่าปวดหัวให้กับผู้ถือครอง ราคาที่ร่วงลงอย่างหนักดันให้อัตราผลตอบแทน (yield) พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนขาดทุนทันที แต่ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง ข้อมูลจาก Lipper กลับเผยให้เห็นว่า มีเม็ดเงินสุทธิกว่า 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไหลเข้ากองทุนพันธบัตรรัฐบาลของประเทศตลาดพัฒนาแล้ว คิดเป็นมูลค่าทั้งหมดของเงินไหลเข้าสุทธิในปีนี้ นี่คือ 'พาราด็อกซ์' ที่มีรากฐานมาจากการปะทะกันของความตื่นตระหนกเรื่องเงินเฟ้อ ความหิวกระหายผลตอบแทน และความเชื่อมั่นของผู้จัดการสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในโลกบางรายที่ว่า ตลาดพันธบัตรกำลังอ่านอนาคตผิดไป
ทำไมนักลงทุนถึงซื้อพันธบัตรที่กำลังขาดทุน
การเทขายอย่างรุนแรงนั่นเองที่สร้างจุดเข้าลงทุนที่น่าสนใจ เมื่อความกลัวเงินเฟ้อจากภาวะน้ำมันช็อกทำให้การคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยถูกปรับราคาใหม่หมด อัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้รัฐบาลก็พุ่งขึ้นไปแตะระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบหลายปี หรือในบางกรณีคือหลายทศวรรษ
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "พาราด็อกซ์พันธบัตร 12,000 ล้านดอลลาร์: ทำไมนักลงทุนถึงทุ่มเงินซื้อหนี้รัฐบาลที่กำลังขาดทุน ท่ามกลางสงครามอิหร่าน" คืออะไร แม้ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จะติดลบ 1.5% และพันธบัตรเยอรมนีติดลบ 2.4% แต่กลับมีเม็ดเงินสุทธิ 12,000 ล้านดอลลาร์ไหลเข้ากองทุนพันธบัตรรัฐบาลตลาดพัฒนาแล้วหลังสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน [2] [23]
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? แม้ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จะติดลบ 1.5% และพันธบัตรเยอรมนีติดลบ 2.4% แต่กลับมีเม็ดเงินสุทธิ 12,000 ล้านดอลลาร์ไหลเข้ากองทุนพันธบัตรรัฐบาลตลาดพัฒนาแล้วหลังสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน [2] [23] แนวคิดการลงทุนแบบสวนกระแสตั้งอยู่บน 3 เสาหลัก: ความคาดหวังว่าเงินเฟ้อจากวิกฤตน้ำมันใกล้ถึงจุดสูงสุดแล้ว, โอกาสล็อกผลตอบแทนในระดับที่ไม่เคยเห็นมานานหลายทศวรรษ (เช่น พันธบัตรญี่ปุ่นอายุ 10 ปี แตะระดับสูงสุดในรอบ 29 ปี),...
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? สถานะที่ไม่แน่นอนของช่องแคบฮอร์มุซสร้างความเสี่ยงแบบสองขั้วต่อราคาน้ำมัน: หากเปิดเต็มที่จะลดแรงกดดันเงินเฟ้อและการขึ้นดอกเบี้ย แต่หากปิดยาวนานจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งจะทำให้พันธบัตรกลับมามีบทบาทเป็นสินท...
คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ แม้ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จะติดลบ 1.5% และพันธบัตรเยอรมนีติดลบ 2.4% แต่กลับมีเม็ดเงินสุทธิ 12,000 ล้านดอลลาร์ไหลเข้ากองทุนพันธบัตรรัฐบาลตลาดพัฒนาแล้วหลังสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน [2] [23] แนวคิดการลงทุนแบบสวนกระแสตั้งอยู่บน 3 เสาหลัก: ความคาดหวังว่าเงินเฟ้อจากวิกฤตน้ำมันใกล้ถึงจุดสูงสุดแล้ว, โอกาสล็อกผลตอบแทนในระดับที่ไม่เคยเห็นมานานหลายทศวรรษ (เช่น พันธบัตรญี่ปุ่นอายุ 10 ปี แตะระดับสูงสุดในรอบ 29 ปี),... สถานะที่ไม่แน่นอนของช่องแคบฮอร์มุซสร้างความเสี่ยงแบบสองขั้วต่อราคาน้ำมัน: หากเปิดเต็มที่จะลดแรงกดดันเงินเฟ้อและการขึ้นดอกเบี้ย แต่หากปิดยาวนานจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งจะทำให้พันธบัตรกลับมามีบทบาทเป็นสินท... What explains the $12 billion inflow into developed-market government bond funds despite losses of -1.5% on U.S Government bonds sold off sharply as the Iran conflict drove oil prices higher, but the resulting multi-decade yields triggered a $12 billion contrarian inflow. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What explains the $12 billion inflow into developed-market government bond funds despite losses of -1.5% on U.S. Treasuries and -2.4% on Ger. Article summary: Here is a full breakdown based on the available evidence.. Topic tags: general, news, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "A line graph displays the inflow trends of developed market corporate bond funds from Q3 2019 to Q2 2020, with the yellow line decreasing slightly, the red line remaining relativel" Reference image 2: visual subject "A bar chart illustrating weekly inflows and outflows in various U.S. bond fund categories, with data from July to August 2023, showing fluctuations in investments amid cooling infl" Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mo
openai.com ในช่วงหลายสัปดาห์หลังจากที่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 พันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกสร้างผลตอบแทนที่น่าปวดหัวให้กับผู้ถือครอง ราคาที่ร่วงลงอย่างหนักดันให้อัตราผลตอบแทน (yield) พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนขาดทุนทันที แต่ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง ข้อมูลจาก Lipper กลับเผยให้เห็นว่า มีเม็ดเงินสุทธิกว่า 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไหลเข้ากองทุนพันธบัตรรัฐบาลของประเทศตลาดพัฒนาแล้ว คิดเป็นมูลค่าทั้งหมดของเงินไหลเข้าสุทธิในปีนี้ นี่คือ 'พาราด็อกซ์' ที่มีรากฐานมาจากการปะทะกันของความตื่นตระหนกเรื่องเงินเฟ้อ ความหิวกระหายผลตอบแทน และความเชื่อมั่นของผู้จัดการสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในโลกบางรายที่ว่า ตลาดพันธบัตรกำลังอ่านอนาคตผิดไป
ทำไมนักลงทุนถึงซื้อพันธบัตรที่กำลังขาดทุน
การเทขายอย่างรุนแรงนั่นเองที่สร้างจุดเข้าลงทุนที่น่าสนใจ เมื่อความกลัวเงินเฟ้อจากภาวะน้ำมันช็อกทำให้การคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยถูกปรับราคาใหม่หมด อัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้รัฐบาลก็พุ่งขึ้นไปแตะระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบหลายปี หรือในบางกรณีคือหลายทศวรรษ
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "พาราด็อกซ์พันธบัตร 12,000 ล้านดอลลาร์: ทำไมนักลงทุนถึงทุ่มเงินซื้อหนี้รัฐบาลที่กำลังขาดทุน ท่ามกลางสงครามอิหร่าน" คืออะไร แม้ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จะติดลบ 1.5% และพันธบัตรเยอรมนีติดลบ 2.4% แต่กลับมีเม็ดเงินสุทธิ 12,000 ล้านดอลลาร์ไหลเข้ากองทุนพันธบัตรรัฐบาลตลาดพัฒนาแล้วหลังสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน [2] [23]
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? แม้ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จะติดลบ 1.5% และพันธบัตรเยอรมนีติดลบ 2.4% แต่กลับมีเม็ดเงินสุทธิ 12,000 ล้านดอลลาร์ไหลเข้ากองทุนพันธบัตรรัฐบาลตลาดพัฒนาแล้วหลังสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน [2] [23] แนวคิดการลงทุนแบบสวนกระแสตั้งอยู่บน 3 เสาหลัก: ความคาดหวังว่าเงินเฟ้อจากวิกฤตน้ำมันใกล้ถึงจุดสูงสุดแล้ว, โอกาสล็อกผลตอบแทนในระดับที่ไม่เคยเห็นมานานหลายทศวรรษ (เช่น พันธบัตรญี่ปุ่นอายุ 10 ปี แตะระดับสูงสุดในรอบ 29 ปี),...
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? สถานะที่ไม่แน่นอนของช่องแคบฮอร์มุซสร้างความเสี่ยงแบบสองขั้วต่อราคาน้ำมัน: หากเปิดเต็มที่จะลดแรงกดดันเงินเฟ้อและการขึ้นดอกเบี้ย แต่หากปิดยาวนานจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งจะทำให้พันธบัตรกลับมามีบทบาทเป็นสินท...
นักลงทุนที่ต้องการกระแสรายได้เข้ามา: การที่ราคาร่วงลงอย่างรุนแรงนั้น กลายเป็น "ของขวัญที่ไม่คาดคิดสำหรับลูกค้าที่เน้นซื้อเพื่อรับดอกเบี้ย" ตามคำกล่าวของ Raymond James เพราะพวกเขาอดอยากผลตอบแทนมานาน กองทุนบำเหน็จบำนาญ บริษัทประกัน และนักลงทุนรายย่อยที่ต้องการผลตอบแทนจึงใช้จังหวะนี้เข้าไปล็อกกระแสรายได้ที่สูงขึ้น
การซื้อตอนราคาตกของสถาบัน: สำหรับนักจัดสรรเงินทุนมืออาชีพหลายราย การที่ตราสารหนี้คุณภาพสูงระดับ AAA ปรับฐานลงมาอย่างแรงถือเป็นจุดกลับเข้าไปลงทุนอีกครั้งที่หาได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่พันธบัตรเคยปรับตัวขึ้นในช่วงต้นปี 2026 ก่อนที่ความขัดแย้งจะเริ่มต้นขึ้น
การย้ายเงินจากตลาดเงิน: ในช่วงต้นของสงคราม นักลงทุนหนีตายเข้าไปอยู่ในกองทุนตลาดเงิน (Money Market Funds) ซึ่งปลอดภัยระยะสั้น โดยกองทุนตลาดเงินทั่วโลกดูดซับเม็ดเงินไปถึง 47,900 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์แรกของเดือนมีนาคมเพียงสัปดาห์เดียว แต่เมื่อสงครามยืดเยื้อ เงินสดบางส่วนก็ถูกโยกย้ายเข้ามาลงทุนในกองทุนพันธบัตรรัฐบาลที่มีอายุคงเหลือยาวขึ้นเพื่อรับผลตอบแทนที่สูงกว่า
แนวคิดสวนกระแส: สามข้อโต้แย้งเพื่อซื้อในช่วงที่ตลาดเทขาย เม็ดเงินที่ไหลเข้ามาไม่ได้เป็นเพียงการไล่ล่าผลตอบแทนที่สูงขึ้นเท่านั้น แต่มันเป็นการเดินตามแนวคิดที่ถูกกำหนดไว้อย่างดีว่า พันธบัตรจะกลับมาตั้งหลักได้ และอาจพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง
1. ความคาดหวังว่าเงินเฟ้อแตะจุดสูงสุดแล้ว ปฏิกิริยาตอบสนองทันทีของตลาดคือการปรับราคาคาดการณ์นโยบายของธนาคารกลางใหม่ทั้งหมด ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งจากประมาณ 72 ดอลลาร์ ไปแตะ 119 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลระหว่างเดือนมีนาคม กระพือความกลัวเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อและผลักให้การคาดการณ์การลดดอกเบี้ยออกไปเป็นปลายปี 2026 หรือ 2027 แต่ภายในกลางปี 2026 ผู้จัดการกองทุนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มมองว่าผลกระทบจากเงินเฟ้อกำลังถึงจุดสูงสุดแล้ว แรงกระแทกจากอุปทานจะค่อยๆ จางหายไป และผลกระทบฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจโลกจากสงครามจะกลายเป็นปัจจัยหลักเหนือผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งขึ้น นักลงทุนบางส่วนจึงมองว่า พันธบัตรจะกลับมามีบทบาทเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยแบบดั้งเดิม เมื่อปัญหาเงินเฟ้อเริ่มกัดกร่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
2. อัตราผลตอบแทนสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ การเทขายอย่างรุนแรงได้สร้างจุดเข้า ลงทุนที่น่าสนใจในเชิงประวัติศาสตร์ ไปทั่วตลาดตราสารหนี้หลักของโลก
ญี่ปุ่น: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี แตะระดับ 2.80% ในเดือนพฤษภาคม 2026 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 29 ปี ในขณะที่พันธบัตรอายุ 30 ปี ไปที่ระดับ 3.79% และอายุ 40 ปี แตะถึง 4.02% สำหรับตลาดการเงินที่คุ้นเคยกับอัตราผลตอบแทนเกือบศูนย์มานานหลายทศวรรษ ระดับเหล่านี้คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
ยุโรป: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนี (Bunds) ไต่ขึ้นไปถึง 3.07% ทำให้ตราสารหนี้รัฐบาลในสกุลเงินยูโรกลับมาเป็นทางเลือกที่น่าสนใจอีกครั้งสำหรับพอร์ตที่มองหาผลตอบแทน
สหรัฐอเมริกา: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ พุ่งขึ้นทั่วทั้งเส้นอัตราผลตอบแทน โดยอัตราผลตอบแทนอายุ 10 ปี พุ่งจาก 3.97% ไปที่ 4.31% ภายในเดือนมีนาคมเพียงเดือนเดียว ซึ่งดึงดูดผู้ซื้อที่รอคอยจังหวะเข้าลงทุนที่น่าสนใจมากขึ้น
3. PIMCO และ JPMorgan: การค้าขายของเศรษฐกิจชะลอตัว การแสดงออกเชิงสถาบันที่โดดเด่นที่สุดของมุมมองสวนกระแสนี้มาจาก PIMCO โดย Andrew Balls ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนสำหรับตราสารหนี้ทั่วโลกของบริษัท เปิดเผยในเดือนเมษายนว่า PIMCO ได้ย้ายสถานะจาก "ลดน้ำหนักการลงทุน" (underweight) เป็น "เพิ่มน้ำหนักการลงทุน" (overweight) ในพันธบัตรรัฐบาลยุโรป โดยเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในกองทุนพันธบัตรระดับโลก เขาอ้างถึงการตั้งราคาผิดพลาดที่เกิดจากการคลายตัวของธุรกรรมการค้าที่เคยแออัดก่อนหน้านี้
ไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านั้น PIMCO และ JPMorgan ได้ร่วมกันออกมาประกาศว่าตลาดพันธบัตรกำลังประเมินความเสี่ยงของการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกต่ำเกินไป ตรรกะนั้นตรงไปตรงมา: หากความกลัวภาวะเศรษฐกิจถดถอยมีน้ำหนักมากกว่าความกลัวเงินเฟ้อ พันธบัตรก็จะทะยานขึ้นอย่างรุนแรง และ ณ อัตราผลตอบแทนปัจจุบัน ผลตอบแทนที่จะได้รับหากวิเคราะห์ถูกต้องก็นับว่ามหาศาล จุดยืนโดยรวมของ PIMCO คือ "ในระดับโลก ตลาดตราสารหนี้ดูน่าสนใจอย่างมาก" เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจถดถอยยังคงถูกตีราคาต่ำเกินไป
ตัวแปรสำคัญ: ช่องแคบฮอร์มุซ หัวใจสำคัญของทุกสถานการณ์คือจุดคอขวดเพียงจุดเดียว นั่นคือ ช่องแคบฮอร์มุซ การที่อิหร่านปิดกั้นช่องแคบนี้อย่างมีประสิทธิผล ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่ป้อนน้ำมันราวหนึ่งในห้าของโลก ได้ปิดกั้นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่บริโภคโดยกว่า 30 ประเทศ และทำให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นประมาณ 83%
ผลลัพธ์ที่ออกมามีสองทางที่ดูเหมือนจะเอื้อประโยชน์ต่อผู้ถือพันธบัตรทั้งคู่:
หากช่องแคบฮอร์มุซเปิดได้อย่างสมบูรณ์อีกครั้ง ตามที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านประกาศระหว่างการหยุดยิงเดือนเมษายน ราคาน้ำมันอาจดิ่งลงอย่างรุนแรง ลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและพลิกกลับการคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งตลาดเคยพุ่งขึ้นอย่างแรงจากสถานการณ์นั้นในเดือนเมษายน
หากการหยุดชะงักยังคงยืดเยื้อต่อไป ภาวะน้ำมันช็อกที่ยั่งยืนจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่เศรษฐกิจโลกจะถดถอย Morgan Stanley ได้วางสถานการณ์ที่ต้นทุนพลังงานสูงเป็นเวลานานจะบดขยี้อุปสงค์ ในภาวะเศรษฐกิจถดถอย พันธบัตรจะกลับมาแสดงบทบาทเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยแบบดั้งเดิม และนักลงทุนก็จะซื้อเพื่อรักษาเงินทุนไว้ โดยไม่สนใจอัตราผลตอบแทนในปัจจุบัน
การหยุดยิงในเดือนเมษายนได้เริ่มการเจรจาสันติภาพและช่วยลดแรงกดดันต่ออัตราผลตอบแทนลงบ้าง แต่ผลลัพธ์สุดท้ายยังคงคลุมเครือจนถึงเดือนมิถุนายน 2026 ตราบใดที่ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นความไม่แน่นอนที่มีชีวิตอยู่ ความเสี่ยงแบบสองขั้วนี้—การเปิดผ่านหมายถึงภาวะเงินเฟ้อลดลง และการปิดกั้นหมายถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอย—จะยังคงรักษาแก่นของการค้าขายสวนกระแสในพันธบัตรไว้ได้ทั้งสองฝั่ง
ข้อมูลกระแสเงินทุนเผยให้เห็นอะไร สำหรับนักลงทุนสายสวนกระแส คณิตศาสตร์นั้นง่ายมาก: อัตราผลตอบแทนเริ่มต้นคือตัวทำนายผลตอบแทนพันธบัตรในอนาคตที่ดีที่สุดเพียงตัวเดียว การเทขายอาจสร้างผลขาดทุนระยะสั้น แต่มันก็ได้รีเซ็ตจุดเริ่มต้นสำหรับผลตอบแทนในอนาคต ให้ไปอยู่ในระดับที่สถาบันอย่าง PIMCO, PGIM และ Franklin Templeton มองว่าน่าสนใจอย่างผิดปกติ การที่การค้าขายนี้จะได้ผลหรือไม่ในท้ายที่สุด ขึ้นอยู่กับตัวแปรตัวเดียวที่ยังหาข้อยุติไม่ได้—ผืนน้ำแคบๆ ระหว่างอิหร่านกับโอมาน
นักลงทุนที่ต้องการกระแสรายได้เข้ามา: การที่ราคาร่วงลงอย่างรุนแรงนั้น กลายเป็น "ของขวัญที่ไม่คาดคิดสำหรับลูกค้าที่เน้นซื้อเพื่อรับดอกเบี้ย" ตามคำกล่าวของ Raymond James เพราะพวกเขาอดอยากผลตอบแทนมานาน กองทุนบำเหน็จบำนาญ บริษัทประกัน และนักลงทุนรายย่อยที่ต้องการผลตอบแทนจึงใช้จังหวะนี้เข้าไปล็อกกระแสรายได้ที่สูงขึ้น
การซื้อตอนราคาตกของสถาบัน: สำหรับนักจัดสรรเงินทุนมืออาชีพหลายราย การที่ตราสารหนี้คุณภาพสูงระดับ AAA ปรับฐานลงมาอย่างแรงถือเป็นจุดกลับเข้าไปลงทุนอีกครั้งที่หาได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่พันธบัตรเคยปรับตัวขึ้นในช่วงต้นปี 2026 ก่อนที่ความขัดแย้งจะเริ่มต้นขึ้น
การย้ายเงินจากตลาดเงิน: ในช่วงต้นของสงคราม นักลงทุนหนีตายเข้าไปอยู่ในกองทุนตลาดเงิน (Money Market Funds) ซึ่งปลอดภัยระยะสั้น โดยกองทุนตลาดเงินทั่วโลกดูดซับเม็ดเงินไปถึง 47,900 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์แรกของเดือนมีนาคมเพียงสัปดาห์เดียว แต่เมื่อสงครามยืดเยื้อ เงินสดบางส่วนก็ถูกโยกย้ายเข้ามาลงทุนในกองทุนพันธบัตรรัฐบาลที่มีอายุคงเหลือยาวขึ้นเพื่อรับผลตอบแทนที่สูงกว่า
แนวคิดสวนกระแส: สามข้อโต้แย้งเพื่อซื้อในช่วงที่ตลาดเทขาย เม็ดเงินที่ไหลเข้ามาไม่ได้เป็นเพียงการไล่ล่าผลตอบแทนที่สูงขึ้นเท่านั้น แต่มันเป็นการเดินตามแนวคิดที่ถูกกำหนดไว้อย่างดีว่า พันธบัตรจะกลับมาตั้งหลักได้ และอาจพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง
1. ความคาดหวังว่าเงินเฟ้อแตะจุดสูงสุดแล้ว ปฏิกิริยาตอบสนองทันทีของตลาดคือการปรับราคาคาดการณ์นโยบายของธนาคารกลางใหม่ทั้งหมด ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งจากประมาณ 72 ดอลลาร์ ไปแตะ 119 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลระหว่างเดือนมีนาคม กระพือความกลัวเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อและผลักให้การคาดการณ์การลดดอกเบี้ยออกไปเป็นปลายปี 2026 หรือ 2027 แต่ภายในกลางปี 2026 ผู้จัดการกองทุนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มมองว่าผลกระทบจากเงินเฟ้อกำลังถึงจุดสูงสุดแล้ว แรงกระแทกจากอุปทานจะค่อยๆ จางหายไป และผลกระทบฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจโลกจากสงครามจะกลายเป็นปัจจัยหลักเหนือผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งขึ้น นักลงทุนบางส่วนจึงมองว่า พันธบัตรจะกลับมามีบทบาทเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยแบบดั้งเดิม เมื่อปัญหาเงินเฟ้อเริ่มกัดกร่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
2. อัตราผลตอบแทนสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ การเทขายอย่างรุนแรงได้สร้างจุดเข้า ลงทุนที่น่าสนใจในเชิงประวัติศาสตร์ ไปทั่วตลาดตราสารหนี้หลักของโลก
ญี่ปุ่น: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี แตะระดับ 2.80% ในเดือนพฤษภาคม 2026 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 29 ปี ในขณะที่พันธบัตรอายุ 30 ปี ไปที่ระดับ 3.79% และอายุ 40 ปี แตะถึง 4.02% สำหรับตลาดการเงินที่คุ้นเคยกับอัตราผลตอบแทนเกือบศูนย์มานานหลายทศวรรษ ระดับเหล่านี้คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
ยุโรป: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนี (Bunds) ไต่ขึ้นไปถึง 3.07% ทำให้ตราสารหนี้รัฐบาลในสกุลเงินยูโรกลับมาเป็นทางเลือกที่น่าสนใจอีกครั้งสำหรับพอร์ตที่มองหาผลตอบแทน
สหรัฐอเมริกา: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ พุ่งขึ้นทั่วทั้งเส้นอัตราผลตอบแทน โดยอัตราผลตอบแทนอายุ 10 ปี พุ่งจาก 3.97% ไปที่ 4.31% ภายในเดือนมีนาคมเพียงเดือนเดียว ซึ่งดึงดูดผู้ซื้อที่รอคอยจังหวะเข้าลงทุนที่น่าสนใจมากขึ้น
3. PIMCO และ JPMorgan: การค้าขายของเศรษฐกิจชะลอตัว การแสดงออกเชิงสถาบันที่โดดเด่นที่สุดของมุมมองสวนกระแสนี้มาจาก PIMCO โดย Andrew Balls ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนสำหรับตราสารหนี้ทั่วโลกของบริษัท เปิดเผยในเดือนเมษายนว่า PIMCO ได้ย้ายสถานะจาก "ลดน้ำหนักการลงทุน" (underweight) เป็น "เพิ่มน้ำหนักการลงทุน" (overweight) ในพันธบัตรรัฐบาลยุโรป โดยเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในกองทุนพันธบัตรระดับโลก เขาอ้างถึงการตั้งราคาผิดพลาดที่เกิดจากการคลายตัวของธุรกรรมการค้าที่เคยแออัดก่อนหน้านี้
ไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านั้น PIMCO และ JPMorgan ได้ร่วมกันออกมาประกาศว่าตลาดพันธบัตรกำลังประเมินความเสี่ยงของการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกต่ำเกินไป ตรรกะนั้นตรงไปตรงมา: หากความกลัวภาวะเศรษฐกิจถดถอยมีน้ำหนักมากกว่าความกลัวเงินเฟ้อ พันธบัตรก็จะทะยานขึ้นอย่างรุนแรง และ ณ อัตราผลตอบแทนปัจจุบัน ผลตอบแทนที่จะได้รับหากวิเคราะห์ถูกต้องก็นับว่ามหาศาล จุดยืนโดยรวมของ PIMCO คือ "ในระดับโลก ตลาดตราสารหนี้ดูน่าสนใจอย่างมาก" เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจถดถอยยังคงถูกตีราคาต่ำเกินไป
ตัวแปรสำคัญ: ช่องแคบฮอร์มุซ หัวใจสำคัญของทุกสถานการณ์คือจุดคอขวดเพียงจุดเดียว นั่นคือ ช่องแคบฮอร์มุซ การที่อิหร่านปิดกั้นช่องแคบนี้อย่างมีประสิทธิผล ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่ป้อนน้ำมันราวหนึ่งในห้าของโลก ได้ปิดกั้นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่บริโภคโดยกว่า 30 ประเทศ และทำให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นประมาณ 83%
ผลลัพธ์ที่ออกมามีสองทางที่ดูเหมือนจะเอื้อประโยชน์ต่อผู้ถือพันธบัตรทั้งคู่:
หากช่องแคบฮอร์มุซเปิดได้อย่างสมบูรณ์อีกครั้ง ตามที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านประกาศระหว่างการหยุดยิงเดือนเมษายน ราคาน้ำมันอาจดิ่งลงอย่างรุนแรง ลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและพลิกกลับการคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งตลาดเคยพุ่งขึ้นอย่างแรงจากสถานการณ์นั้นในเดือนเมษายน
หากการหยุดชะงักยังคงยืดเยื้อต่อไป ภาวะน้ำมันช็อกที่ยั่งยืนจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่เศรษฐกิจโลกจะถดถอย Morgan Stanley ได้วางสถานการณ์ที่ต้นทุนพลังงานสูงเป็นเวลานานจะบดขยี้อุปสงค์ ในภาวะเศรษฐกิจถดถอย พันธบัตรจะกลับมาแสดงบทบาทเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยแบบดั้งเดิม และนักลงทุนก็จะซื้อเพื่อรักษาเงินทุนไว้ โดยไม่สนใจอัตราผลตอบแทนในปัจจุบัน
การหยุดยิงในเดือนเมษายนได้เริ่มการเจรจาสันติภาพและช่วยลดแรงกดดันต่ออัตราผลตอบแทนลงบ้าง แต่ผลลัพธ์สุดท้ายยังคงคลุมเครือจนถึงเดือนมิถุนายน 2026 ตราบใดที่ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นความไม่แน่นอนที่มีชีวิตอยู่ ความเสี่ยงแบบสองขั้วนี้—การเปิดผ่านหมายถึงภาวะเงินเฟ้อลดลง และการปิดกั้นหมายถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอย—จะยังคงรักษาแก่นของการค้าขายสวนกระแสในพันธบัตรไว้ได้ทั้งสองฝั่ง
ข้อมูลกระแสเงินทุนเผยให้เห็นอะไร สำหรับนักลงทุนสายสวนกระแส คณิตศาสตร์นั้นง่ายมาก: อัตราผลตอบแทนเริ่มต้นคือตัวทำนายผลตอบแทนพันธบัตรในอนาคตที่ดีที่สุดเพียงตัวเดียว การเทขายอาจสร้างผลขาดทุนระยะสั้น แต่มันก็ได้รีเซ็ตจุดเริ่มต้นสำหรับผลตอบแทนในอนาคต ให้ไปอยู่ในระดับที่สถาบันอย่าง PIMCO, PGIM และ Franklin Templeton มองว่าน่าสนใจอย่างผิดปกติ การที่การค้าขายนี้จะได้ผลหรือไม่ในท้ายที่สุด ขึ้นอยู่กับตัวแปรตัวเดียวที่ยังหาข้อยุติไม่ได้—ผืนน้ำแคบๆ ระหว่างอิหร่านกับโอมาน