ราคาน้ำมันยังคงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ไม่ใช่เพราะวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซจบลง แต่เป็นเพราะจีนหั่นการนำเข้าน้ำมันดิบลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบทศวรรษที่ 6.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน และรัฐบาลต่างๆ กำลังระบายน้ำมันจากคลังสำรองทางย... คริส ไรท์ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ เตือนเมื่อวันอังคารว่า แม้การสัญจรของเรือบรรทุกน้ำมันจะ '...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did U.S. Energy Secretary Chris Wright say on Tuesday about the recovery timeline for the Strait of Hormuz, and what factors are keepin. Article summary: ## Chris Wright's Tuesday Comments on Strait of Hormuz Recovery. Topic tags: general, news, general web, user generated, government. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Wright had said "the U.S. Navy successfully escorted an oil tanker through the Strait of Hormuz to ensure oil remains flowing to global markets." source context "Oil falls after Energy secretary wrongly claims tanker escort" Reference image 2: visual subject "Wright told CNN: "We're in the midst of a significant disruption in the short term to fix the security of energy flow for the long term." The" source context "US energy secretary addresses dele
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคยพุ่งสูงถึง 138 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนเมษายน หลังจากวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซทำให้อุปทานน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียหายไปจากตลาดประมาณ 14 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งสำนักงานพลังงานสากล (IEA) เรียกว่าเป็น “การหยุดชะงักของอุปทานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดน้ำมันโลก” แต่หลังจากนั้น ราคากลับลดลงมาอยู่ในกรอบ 95–110 ดอลลาร์ และยืนต่ำกว่า 100 ดอลลาร์อยู่เป็นเวลานาน
ความขัดแย้งที่ดูเหมือนจะอธิบายไม่ได้นี้ มีคำตอบง่ายๆ และจุดเริ่มต้นอยู่ที่ปักกิ่ง
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ในการประชุม Global Energy Forum ครั้งที่ 10 จัดโดยสภาแอตแลนติก (Atlantic Council) ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. คริส ไรท์ (Chris Wright) รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ได้ให้มุมมองที่ทำให้ต้องคิดหนักขึ้น เขากล่าวว่าปริมาณการสัญจรของเรือผ่านช่องแคบนั้น “เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมาก” (rising very meaningfully) แต่การกลับสู่ภาวะปกติอย่างสมบูรณ์จะต้องใช้เวลา “หลายเดือน” ความขัดแย้งได้ทำให้เส้นทางน้ำสำคัญนี้เป็นอัมพาตมานานประมาณสามเดือน และแม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบาง แต่ก็ยังไม่มีข้อตกลงขั้นสุดท้ายกับอิหร่านในการเปิดช่องแคบอย่างเต็มรูปแบบ
ไรท์ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า การหยุดชะงักนี้ไม่เพียงส่งผลต่อน้ำมันและก๊าซ แต่ยังรวมถึงกำมะถัน ฮีเลียม สารหล่อลื่น และผลิตภัณฑ์สำคัญอื่นๆ ด้วย
ในเวลาเดียวกัน ไรท์ก็ยอมรับว่า ต้นทุนพลังงานยังไม่ได้สูงขึ้นมากพอที่จะก่อให้เกิด “การทำลายอุปสงค์” หรือ Demand Destruction ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ผู้บริโภคลดการใช้ลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อราคาแพงเกินไป การประคองราคาไว้ได้นั้นมาจากสามปัจจัยชั่วคราว
ปัจจัยเดียวที่ทรงพลังที่สุดที่ตรึงราคาน้ำมันไว้คือ จีน ผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้หั่นการซื้อน้ำมันทางทะเลลงมาอยู่ที่ประมาณ 6.7 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบทศวรรษ อ้างอิงจากข้อมูลของบริษัทวิเคราะห์ Kpler ก่อนเกิดสงคราม จีนนำเข้าประมาณ 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน
การหายไปของอุปสงค์กว่า 4 ล้านบาร์เรลต่อวัน นี้ ได้ดูดซับอุปทานส่วนใหญ่ที่สูญเสียไปจากอ่าวเปอร์เซีย ปกป้องตลาดโลกจากราคาที่อาจพุ่งสูงกว่านี้มาก
นักวิเคราะห์จาก Société Générale เรียกการลดลงของอุปสงค์นี้ว่าเป็นตัวกดดันราคาที่ทรงพลังที่สุด
การถอยกลับของจีนนั้นส่วนหนึ่งเป็นความจงใจ ปักกิ่งได้หันมาใช้ คลังสำรองน้ำมันดิบในประเทศขนาดมหึมา ซึ่งประเมินว่ามีประมาณ 1.4 พันล้านบาร์เรล ซึ่งมากพอที่จะทดแทนอุปทานที่หายไปจากตะวันออกกลางได้นานถึงหกเดือน แทนที่จะวิ่งไล่ล่าซื้อสินค้าที่มีราคาแพงและหายากในตลาดซื้อขายทันที (Spot Market) โรงกลั่นของจีนยังได้ลดกำลังการกลั่นลงอย่างมาก โดยมีปริมาณน้ำมันดิบที่ถูกกลั่นลดลงประมาณ 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวันเมื่อเทียบกับปีก่อน
สหรัฐฯ ได้อนุมัติการระบายน้ำมัน 172 ล้านบาร์เรลจากคลังสำรองปิโตรเลียมทางยุทธศาสตร์ (SPR) ในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นกระบวนการที่กินเวลาประมาณสี่เดือน นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่ารัฐบาลจีนเองก็กำลังอัดฉีดน้ำมันดิบจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์เข้าสู่ตลาดภายในประเทศอย่างเงียบๆ ซึ่งนักวิเคราะห์พลังงาน Rory Johnston ให้ความเห็นว่าเป็นปัจจัยที่ช่วยอธิบายได้ว่าทำไมราคาน้ำมันไม่พุ่งทะยาน
การระบายน้ำมันที่เกิดขึ้นพร้อมกันนี้ ได้อัดฉีดอุปทานมากพอที่จะสกัดไม่ให้ราคาพุ่งสูงอย่างไร้การควบคุม แม้ว่าการผลิตในตะวันออกกลางจะยังคงหยุดชะงักอยู่
IEA เองยังได้ประสานการระบายน้ำมันครั้งใหญ่ถึง 400 ล้านบาร์เรลจากคลังสำรองของประเทศสมาชิก ซึ่งเป็นการระบายน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ขององค์กร แม้ว่าในตอนที่ประกาศกลางเดือนมีนาคมจะไม่ได้ทำให้ราคาลดลงในทันทีก็ตาม
ดุลยภาพในปัจจุบันนั้นเปราะบางสูง ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวอยู่ใน “กรอบที่ค่อนข้างจำกัดที่ประมาณ 95–110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล” แทนที่จะทะยานผ่าน 150 ดอลลาร์ แต่หมุดทุกตัวที่ยึดกรอบราคานี้ไว้ล้วนเป็นเพียงชั่วคราว:
ดังที่นักวิเคราะห์ท่านหนึ่งสรุปไว้ว่า “คลังสำรองที่ร่อยหรอลงมีแนวโน้มที่จะผลักดันให้ราคาสูงขึ้นในระยะยาว”
ในช่วงเวลานี้ โลกกำลังดำเนินชีวิตอยู่บนเวลาที่ยืมมา และน้ำมันที่ยืมใช้
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ราคาน้ำมันยังคงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ไม่ใช่เพราะวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซจบลง แต่เป็นเพราะจีนหั่นการนำเข้าน้ำมันดิบลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบทศวรรษที่ 6.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน และรัฐบาลต่างๆ กำลังระบายน้ำมันจากคลังสำรองทางย...
ราคาน้ำมันยังคงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ไม่ใช่เพราะวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซจบลง แต่เป็นเพราะจีนหั่นการนำเข้าน้ำมันดิบลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบทศวรรษที่ 6.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน และรัฐบาลต่างๆ กำลังระบายน้ำมันจากคลังสำรองทางย... คริส ไรท์ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ เตือนเมื่อวันอังคารว่า แม้การสัญจรของเรือบรรทุกน้ำมันจะ 'เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมาก' แต่ก็ต้องใช้เวลา 'หลายเดือน' กว่าที่การขนส่งพลังงานจะกลับสู่ภาวะปกติ และยังไม่มีข้อตกลงขั้นส...
นักวิเคราะห์เตือนว่าสมดุลนี้ตั้งอยู่บนมาตรการชั่วคราว การลดนำเข้าของจีนและการระบายคลังสำรองไม่สามารถทำได้ตลอดไป การกลับมาสู่ภาวะปกติของอุปสงค์อาจเป็นชนวนให้ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว