ยอดขาดดุลงบประมาณรวมของรัสเซียในปี 2025 พุ่งทะลุ 8.3 ล้านล้านรูเบิล (3.9% ของ GDP) เพิ่มขึ้นกว่า 2.6 เท่าจากปีก่อนหน้า ผลักดันโดยต้นทุนมหาศาลของสงครามในยูเครนและรายได้จากภาษีกำไรนิติบุคคลที่ลดลงอย่างหนัก [19][39] รัฐบาลเครมลินตอบโต้วิกฤตด้วยมาตรการคลังขนานใหญ่ ทั้งการสั่งลดหนี้ภูมิภาคสองในสามส่วนจากเงินกู้ของรัฐบาลก...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is causing Russia's record budget deficits at both the federal and regional levels, what measures has the Kremlin ordered in response,. Article summary: Russia has entered a full-blown budget crisis driven overwhelmingly by the war in Ukraine. The **consolidated budget deficit** (federal + regional) reached **8.3 trillion rubles (3.9% of GDP) in 2025**, a 2.6-fold increa. Topic tags: general, news, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "The graph illustrates Russia’s increasing budget deficit from 2021 Q4 through projections for 2024 Q1, with notable spikes during 2022 Q4 and 2023 Q4, likely reflecting the impact" Reference image 2: visual subject "Russia's budget is coming apart at the seams. The war is extraordinarily expensive for Russia
การคลังสาธารณะของรัสเซียกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุดนับตั้งแต่ทศวรรษ 1990 โดยงบประมาณทั้งในระดับรัฐบาลกลางและระดับภูมิภาคต่างประสบภาวะขาดดุลอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ แรงขับเคลื่อนหลักนั้นชัดเจนและไม่อาจปฏิเสธได้ นั่นคือ ภาระทางการเงินมหาศาลจากสงครามในยูเครน ที่กำลังสร้างแรงกดดันทางการคลังแพร่กระจายจากรัฐบาลกลางไปสู่ทุกหัวระแหงของระบบเศรษฐกิจ
ตัวเลขอย่างเป็นทางการนั้นน่าตกตะลึง งบประมาณรวม (Consolidated Budget) ของรัสเซีย ซึ่งรวมการคลังของรัฐบาลกลาง ภูมิภาค และเทศบาล ขาดดุลสูงถึง 8.3 ล้านล้านรูเบิล (8.3 trillion rubles) หรือคิดเป็น 3.9% ของ GDP ในปี 2025 ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 2.6 เท่าจากปีก่อนหน้า โดยยอดขาดดุลของรัฐบาลกลางเพียงอย่างเดียวอยู่ที่ 5.65 ล้านล้านรูเบิล (2.6% ของ GDP) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2020 ที่ทั่วโลกเผชิญวิกฤตโรคระบาด
ทว่า วิกฤตในระดับภูมิภาคต่างหากที่เผยให้เห็นภาพชัดเจนที่สุดว่าสงครามกำลังปรับเปลี่ยนโฉมหน้าภูมิทัศน์การคลังภายในของรัสเซียอย่างไร ยอดขาดดุลรวมของงบประมาณภูมิภาคพุ่งทะลุสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.48 ล้านล้านรูเบิล ในปี 2025 ซึ่งมากกว่าตัวเลขในปีก่อนหน้าถึงกว่า 3 เท่าตัว และนายอันตอน ซิลูอานอฟ (Anton Siluanov) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาเตือนล่วงหน้าแล้วว่ายอดขาดดุลในระดับภูมิภาคนี้มีแนวโน้มจะถ่างกว้างขึ้นอีก ไปแตะที่ระดับ 1.9 ล้านล้านรูเบิลในปี 2026
รายจ่ายทางการทหารคือปัจจัยหลักที่อยู่เบื้องหลังยอดขาดดุลที่บานปลาย งบประมาณของรัฐบาลกลางรัสเซียได้จัดสรรเม็ดเงินราวหนึ่งในสามของรายจ่ายทั้งหมด หรือคิดเป็น 6.3% ของ GDP ให้กับการป้องกันประเทศ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนนับตั้งแต่ยุคสงครามเย็น รายจ่ายก้อนนี้กำลังเบียดบังการลงทุนในภาคส่วนอื่นๆ มากขึ้นเรื่อยๆ แต่เอกสารงบประมาณอย่างเป็นทางการก็ยังมิได้สะท้อนภาพรวมทั้งหมดที่แท้จริง ปริมาณรายจ่ายจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับสงครามนั้นเกิดขึ้นนอกระบบงบประมาณ (off-budget) ซึ่งหมายความว่าต้นทุนทางการคลังที่แท้จริงของความขัดแย้งนั้นสูงกว่าสถิติที่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะอย่างมีนัยสำคัญ
หน่วยข่าวกรองของเยอรมนีได้ออกมาท้าทายตัวเลขของเครมลินอย่างเปิดเผย โดยระบุว่ายอดขาดดุลของรัฐบาลกลางที่แท้จริงน่าจะอยู่ที่ราว 8.01 ล้านล้านรูเบิล ไม่ใช่ 5.65 ล้านล้านรูเบิลตามตัวเลขทางการ และว่ามาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกกำลังส่ง “ผลกระทบที่ชัดเจน”
วิกฤตการคลังในระดับภูมิภาคมิใช่แค่เพียงเสียงสะท้อนจากการใช้จ่ายเกินตัวของรัฐบาลกลาง แต่มันมีกลไกของตัวเองที่แตกต่างและน่าตกใจยิ่งกว่า รัฐบาลท้องถิ่นในรัสเซียพึ่งพา ภาษีกำไรนิติบุคคล (corporate profit tax) เป็นแหล่งรายได้หลักอย่างมาก ขณะที่เศรษฐกิจในประเทศชะลอตัวลงภายใต้แรงกดดันของมาตรการคว่ำบาตร การขาดแคลนแรงงาน และอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง กำไรของภาคธุรกิจก็ร่วงหล่นลงอย่างหนัก ส่งผลโดยตรงให้คลังของภูมิภาคต่างๆ อดอยากรายได้จากแหล่งสำคัญที่สุดของตน รัฐมนตรีคลังซิลูอานอฟได้ระบุว่ากำไรบริษัทที่ลดลงอย่างต่อเนื่องนี้คือต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ยอดขาดดุลของภูมิภาคถ่างกว้างขึ้น
ผลกระทบดังกล่าวเด่นชัดเป็นพิเศษในภูมิภาคที่แต่เดิมมักมีงบประมาณเกินดุล ซึ่งเป็นสัญญาณว่าวิกฤตรายได้กำลังลุกลามไปถึงอดีตฐานที่มั่นทางเศรษฐกิจของประเทศ
ในปี 2025 มีรายงานว่าการจัดเก็บภาษีกำไรนิติบุคคลลดลงถึง 8.5%
แม้ว่ารายจ่ายของภูมิภาคจะยังคงเพิ่มสูงขึ้นเพื่อสนับสนุนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสงครามและพันธกรณีทางสังคมก็ตาม
การกัดเซาะของรายได้จากพลังงานของรัสเซียยิ่งซ้ำเติมวิกฤตให้เลวร้ายลง รายได้จากภาษีเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งครั้งหนึ่งเคยคิดเป็นสัดส่วนราว 40% ของงบประมาณรัฐบาลกลาง ได้ลดบทบาทลงอย่างมาก โดยในช่วงสามไตรมาสแรกของปี 2025 รายได้จากส่วนนี้คิดเป็นสัดส่วนเพียงราว 25% ของรายได้รัฐบาลกลางเท่านั้น ถูกบีบรัดจากทั้งราคาในตลาดโลกที่ตกต่ำลงและผลกระทบสะสมจากมาตรการคว่ำบาตรที่รัดกุมยิ่งขึ้นจากชาติตะวันตก การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างนี้กำลังบีบบังคับให้งบประมาณต้องพึ่งพาแหล่งรายได้ที่ไม่ใช่น้ำมันและก๊าซ ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโดยรวมกำลังเย็นลง เมื่อรายได้ของรัฐบาลกลางมากกว่า 75% มาจากแหล่งอื่นนอกเหนือจากน้ำมันและก๊าซ การชะลอตัวใดๆ ในกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศก็จะส่งผลให้การจัดเก็บภาษีลดลงโดยตรงและในทันที
กรอบการคลังปี 2026-2028 ของรัฐบาลได้คาดการณ์อย่างเป็นทางการแล้วว่า รัสเซียจะต้องเผชิญกับภาวะขาดดุลงบประมาณในระดับสูงอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 7 ปี ซึ่งเป็นลำดับของการขาดดุลที่ประเทศมิได้ประสบพบเจอมาตั้งแต่ปี 1999
การตอบสนองจากมอสโกคือความพยายามหลายแนวทางเพื่อรักษาเสถียรภาพของการคลังสาธารณะ โดยไม่แตะต้องรายจ่ายด้านกลาโหม ซึ่งเป็นความพยายามที่ผลักดันให้รัฐบาลต้องใช้มาตรการที่เจ็บปวดทางการเมืองหลายประการ
การยกหนี้ให้ภูมิภาค ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน มีคำสั่งให้ยกเลิกหนี้จำนวนสองในสามส่วนที่ภูมิภาคต่างๆ เป็นหนี้รัฐบาลกลาง ซึ่งเป็นปฏิบัติการขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อเงินกู้มูลค่ารวมกันกว่าหนึ่งล้านล้านรูเบิล (1 trillion rubles) ครอบคลุมเขตการปกครองทั้งสิ้น 79 แห่ง เงื่อนไขที่ผูกกับการบรรเทาภาระหนี้ครั้งนี้คือ เม็ดเงินที่ถูกปลดปล่อยออกมาต้องถูกนำไปใช้ในโครงการลงทุนและโครงสร้างพื้นฐาน แม้ว่าในความเป็นจริงแล้วเงินจำนวนมากคือการชดเชยทรัพยากรที่ภูมิภาคได้ใช้จ่ายไปกับ “ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร” ไปก่อนหน้านี้
นายกรัฐมนตรี มิคาอิล มิชุสติน (Mikhail Mishustin) ได้ทยอยดำเนินการตามคำสั่งนี้เป็นระลอกๆ โดยครั้งล่าสุดในเดือนมิถุนายน 2026 ได้ยกหนี้จำนวน 37.5 พันล้านรูเบิลให้กับ 6 ภูมิภาค
และก่อนหน้านั้นในต้นปีก็มีคำสั่งให้ยกหนี้อีก 114 พันล้านรูเบิลให้กับอีก 21 ภูมิภาค
ส่วนหนี้อีกหนึ่งในสามที่เหลือก็ได้รับการเลื่อนกำหนดเวลาชำระคืนออกไป
การขึ้นภาษี รัฐบาลได้ใช้คันโยกทางการคลังที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่มีอยู่แล้วด้วยการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) โดยมีรายงานจากรอยเตอร์ว่าได้มีการหารือถึงการปรับอัตราจาก 20% เป็น 22% เพื่อสกัดยอดขาดดุล การขึ้น VAT นี้คาดว่าจะสร้างรายได้เพิ่มขึ้น 1.7 ล้านล้านรูเบิล แม้ว่าจะยังครอบคลุมยอดขาดดุลประจำปีที่วางแผนไว้ได้ไม่ถึงครึ่งหนึ่งก็ตาม
ในการเคลื่อนไหวที่กดดันยิ่งกว่า กรมสรรพากรแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย (Federal Tax Service) ได้ส่งมอบเมนูตัวเลือกในการเพิ่มรายได้ให้กับผู้ว่าการภูมิภาคต่างๆ แม้ว่าปูตินจะเคยให้สัญญาไว้ว่าจะไม่ขึ้นภาษีใหม่จนถึงปี 2030 ก็ตาม
บรรดาภูมิภาคได้รับคำแนะนำให้จัดเก็บภาษีอสังหาริมทรัพย์จากมูลค่าตลาดมากขึ้น ปรับภาษียานพาหนะให้สูงสุด และปรับการจัดประเภทการใช้ที่ดินเพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้นหลายเท่าจากอัตราปัจจุบัน เพื่อนำเงินมาอุดรูรั่วงบประมาณของตน
มาตรการรัดเข็มขัดที่รออยู่เบื้องหน้า รัฐบาลกลางกำลังเตรียมแผนรัดเข็มขัดอย่างเป็นทางการที่มุ่งเป้าไปที่รายจ่ายที่ไม่ใช่กลาโหมและไม่ใช่สังคม อันเป็นการยอมรับว่ายุคสมัยของการกระตุ้นทางการคลังแบบเปิดกว้างกำลังสิ้นสุดลง สัญลักษณ์ที่ชัดเจนที่สุดของความเป็นจริงใหม่เกิดขึ้นจากใจกลางมอสโกเอง เมืองหลวงซึ่งเป็นภูมิภาคที่มั่งคั่งที่สุดของรัสเซีย กำลังปรับลดแผนการลงทุนขนาดใหญ่ลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแรงตึงเครียดทางการคลังที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างชัดเจน
ในขณะเดียวกัน งบประมาณของรัฐบาลกลางในปี 2026 ก็ต้องเผชิญกับการตรวจสอบตามความเป็นจริงแล้ว โดยการใช้จ่ายที่ถูกเร่งรัดในช่วงต้นปีทำให้ยอดขาดดุลในเดือนมกราคมปี 2026 พุ่งขึ้นไปเกือบครึ่งหนึ่งของเป้าหมายการขาดดุลตลอดทั้งปี ซึ่งทำให้เกิดข้อกังขาอย่างมากต่อความเป็นไปได้ของแผนการลดยอดขาดดุลที่วางไว้
กล่าวโดยสรุป เครมลินยังไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่หมดหนทาง โดยยังสามารถแตะเงินสำรองแห่งชาติที่มีอยู่ราว 11 ล้านล้านรูเบิล และสามารถกู้ยืมภายใต้เงื่อนไขที่เอื้ออำนวยจากระบบธนาคารที่ถูกเตรียมพร้อมให้ดูดซับหนี้ภาครัฐ แต่สถาปัตยกรรมการคลังที่ค้ำจุนรัสเซียมาตลอดช่วงสามปีแรกของสงครามกำลังถูกกัดเซาะอย่างเห็นได้ชัด มาตรการที่กำลังดำเนินอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการยกเลิกหนี้ขนานใหญ่ การปรับขึ้นภาษีอย่างแข็งกร้าว และการบังคับใช้มาตรการรัดเข็มขัด นั้นมิใช่เป็นเพียงแค่การปรับตัวอีกต่อไปแล้ว มันคือการรื้อและปรับเปลี่ยนระบบการคลังของรัฐรัสเซียอย่างถาวร เพื่อให้ตอบสนองต่อสิ่งที่มีความสำคัญสูงสุดเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือสงคราม
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ยอดขาดดุลงบประมาณรวมของรัสเซียในปี 2025 พุ่งทะลุ 8.3 ล้านล้านรูเบิล (3.9% ของ GDP) เพิ่มขึ้นกว่า 2.6 เท่าจากปีก่อนหน้า ผลักดันโดยต้นทุนมหาศาลของสงครามในยูเครนและรายได้จากภาษีกำไรนิติบุคคลที่ลดลงอย่างหนัก [19][39]
ยอดขาดดุลงบประมาณรวมของรัสเซียในปี 2025 พุ่งทะลุ 8.3 ล้านล้านรูเบิล (3.9% ของ GDP) เพิ่มขึ้นกว่า 2.6 เท่าจากปีก่อนหน้า ผลักดันโดยต้นทุนมหาศาลของสงครามในยูเครนและรายได้จากภาษีกำไรนิติบุคคลที่ลดลงอย่างหนัก [19][39] รัฐบาลเครมลินตอบโต้วิกฤตด้วยมาตรการคลังขนานใหญ่ ทั้งการสั่งลดหนี้ภูมิภาคสองในสามส่วนจากเงินกู้ของรัฐบาลกลาง การพิจารณาขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม และเตรียมแผนรัดเข็มขัดเพื่อลดการใช้จ่ายนอกภาคกลาโหม [18][21]
นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่าตัวเลขการขาดดุลที่แท้จริงอาจสูงกว่าที่ทางการรัสเซียเปิดเผยมาก โดยหน่วยข่าวกรองเยอรมนีประเมินว่ายอดขาดดุลของรัฐบาลกลางสูงถึง 8.01 ล้านล้านรูเบิล สะท้อนผลกระทบที่ชัดเจนของมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวั...