ในวันเดียวกัน (8 มิถุนายน) Saudi Aramco ยักษ์ใหญ่น้ำมันแห่งซาอุดีอาระเบีย ได้ประกาศปรับลดราคาขายน้ำมันอย่างเป็นทางการ (Official Selling Price - OSP) สำหรับน้ำมันดิบ Arab Light ที่จะส่งมอบในเดือนกรกฎาคมให้กับผู้ซื้อในเอเชีย ลงถึง 6 ดอลลาร์/บาร์เรล ทำให้ส่วนต่างราคาเหลือเพียง 9.50 ดอลลาร์/บาร์เรล เมื่อเทียบกับราคาอ้างอิง Dubai/Oman นี่คือการปรับลดราคาครั้งใหญ่ที่สุดในรอบเดือนเดียว นับตั้งแต่ปี 2022 เลยทีเดียว
การปรับลดราคาอย่างรุนแรงนี้คือสัญญาณที่ชัดเจนว่า อุปสงค์น้ำมันในเอเชียซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของซาอุดีอาระเบียกำลังอ่อนแรงลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งรวมถึงความต้องการจากประเทศจีนที่ซบเซา
ในวันที่ 7 มิถุนายน กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและพันธมิตร (OPEC+) ซึ่งนำโดยซาอุดีอาระเบียและรัสเซีย มีมติ เพิ่มโควตาการผลิตน้ำมันอีก 188,000 บาร์เรล/วัน สำหรับเดือนกรกฎาคม นี่เป็นการประกาศเพิ่มกำลังผลิตเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน
การเดินหน้าผ่อนคลายมาตรการลดกำลังผลิตแบบสมัครใจอย่างต่อเนื่องนี้ ทำให้ปริมาณการผลิตที่ทยอยกลับเข้าสู่ตลาดสะสมรวมแล้วประมาณ 788,000 บาร์เรล/วัน สะท้อนให้เห็นมุมมองของกลุ่มโอเปกพลัสว่าตลาดไม่ได้อยู่ในภาวะขาดแคลนรุนแรงพอที่จะต้องตรึงกำลังผลิตไว้ การเพิ่มอุปทานในจังหวะที่อุปสงค์กำลังชะลอตัว จึงกลายเป็นแรงกดดันด้านราคาอย่างเลี่ยงไม่ได้
นอกจากปัจจัยเฉพาะกลุ่มแล้ว บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียโดยรวมก็อยู่ในภาวะ Risk-Off หรือการลดความเสี่ยงจากสินทรัพย์เสี่ยง โดยได้รับแรงกดดันจากทั้งหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
ที่สำคัญคือ อุปสงค์น้ำมันจากจีน ซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ได้ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว โดยมีรายงานว่าการนำเข้าน้ำมันดิบของจีนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ได้เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยไม่ให้ราคาน้ำมันโลกทะยานขึ้นเกิน 100 ดอลลาร์/บาร์เรล นับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ทั้ง 4 ปัจจัยนี้ได้ผสานกันจนกลายเป็น "Perfect Storm" ที่ถาโถมเข้าใส่ราคาน้ำมันและหุ้นพลังงาน การยุติการสู้รบระหว่างอิหร่าน-อิสราเอล ทำให้ 'ค่าความเสี่ยงสงคราม' (War Premium) ที่เคยหนุนราคาไว้หายไป ในขณะที่การลดราคาของซาอุดีอาระเบียก็ยืนยันภาพของอุปสงค์ที่ซบเซา และการเพิ่มกำลังผลิตของโอเปกพลัสก็ตอกย้ำว่าตลาดกำลังจะกลับสู่ภาวะอุปทานส่วนเกิน
ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า การที่ราคาหุ้นอย่าง PetroChina ปรับตัวลงแรงนั้น ไม่ได้มาจากความกังวลเรื่องเดียว แต่เป็นเพราะตลาดกำลังปรับมุมมองจากภาวะ "ขาดแคลนเพราะสงคราม" ไปสู่ "ล้นตลาดเพราะเศรษฐกิจชะลอตัว" ในระยะเวลาอันสั้น
Comments
0 comments