บิทคอยน์แตะระดับต่ำสุดระหว่างวันที่ 59,100 ดอลลาร์ ในสัปดาห์ของวันที่ 5 มิถุนายน 2026 หรือลดลงราว 20% ภายในสัปดาห์เดียว โดยถูกขับเคลื่อนจากแรงกดดันมหภาค การไหลออกของเงินทุนสถาบันจาก Spot ETF เป็นประวัติการณ์ และการแยก... นโยบายภาษีของสหรัฐฯ ฉุดรั้งความสามารถของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ความตึ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What caused Bitcoin to suffer its worst week of 2026, plunging to $59,100 and falling roughly 50% from its record high, and what were the ke. Article summary: Bitcoin's worst week of 2026 was driven by a compounding cascade of macro, institutional, and crypto-specific factors, not a single fraud or exchange collapse.. Topic tags: general, news, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Bitcoin price's sustained downtrend has erased nearly half of its peak value, while broader risk assets have weakened amid global market stress" source context "Bitcoin Price Plunges 50%, Drawdown Nears FTX-Era Crash" Reference image 2: visual subject "# Why has the price of bitcoin plummeted? The price of bitcoin fell about 10% over the past week. The price of bitco
สัปดาห์ของวันที่ 5 มิถุนายน 2026 คือช่วงที่บิทคอยน์เผชิญกับแรงเทขายที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่การล่มสลายของ FTX ราคาแตะจุดต่ำสุดระหว่างวันอยู่ที่ 59,100 ดอลลาร์ ปิดฉากการร่วงลงราว 20% ภายในสัปดาห์เดียว และเป็นการลดลงจากจุดสูงสุดตลอดกาลที่ประมาณ 126,000 ดอลลาร์ในเดือนตุลาคม 2025 รวมกันแล้วกว่า 50–53% การร่วงลงครั้งนี้แตกต่างจากวิกฤตก่อนๆ ที่เกิดจากความล้มเหลวของกระดานเทรดหรือปัญหา Stablecoin เพราะเกิดจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจมหภาค การถอนตัวของนักลงทุนสถาบัน และการโยกย้ายเงินทุนที่ทำให้ตลาดคริปโตเสียเลือดในขณะที่ตลาดหุ้นกลับพุ่งขึ้น
รากเหง้าของการเทขายเริ่มต้นที่นโยบายการค้าของสหรัฐฯ การประกาศขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลก 15% ของรัฐบาลทรัมป์ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ได้ผลักดันการคาดการณ์เงินเฟ้อให้สูงขึ้น และทำให้การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) แทบเป็นไปไม่ได้ โดยเครื่องมือ CME FedWatch ชี้ว่า ความน่าจะเป็นของการลดดอกเบี้ยในเดือนมีนาคมเหลือเพียง 6% จากเดิมที่เคยสูงกว่า 20% เมื่อหนึ่งเดือนก่อนหน้านี้ ซึ่งการลดดอกเบี้ยนั้นเป็นเชื้อเพลิงหลักที่อยู่เบื้องหลังการพุ่งขึ้นของบิทคอยน์ในปี 2025 และเมื่อมันถูกถอดออกไป ความต้องการในสินทรัพย์เสี่ยงก็พังทลายลง
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายลง การโจมตีทางทหารใกล้ช่องแคบฮอร์มุซและความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านรอบใหม่ จุดชนวนให้ทั่วทั้งตลาดโลกเทขายสินทรัพย์เสี่ยง บิทคอยน์ซึ่งอ่อนแออยู่แล้วดิ่งลงต่ำกว่า 70,000 ดอลลาร์ ตามข่าวเกี่ยวกับอิหร่าน และไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ นอกจากนี้ รายงานการจ้างงานเดือนพฤษภาคมที่แข็งแกร่งเกินคาด ยังสร้างแรงกดดันเพิ่มขึ้นให้กับสินทรัพย์เสี่ยง โดยดันให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ สูงขึ้น และเป็นการตีราคาความคาดหวังว่า Fed จะยังคงนโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไป
Spot Bitcoin ETF ซึ่งเคยเป็นแหล่งความต้องการเชิงโครงสร้างตลอดวัฏจักรก่อนหน้านี้ กลับกลายเป็นแรงกดดันที่ต่อเนื่องและรุนแรง กองทุนเหล่านี้มีเงินทุนไหลออกติดต่อกัน 11 ถึง 12 วัน โดยมียอดไถ่ถอนรวมสูงถึง 3.0–3.5 พันล้านดอลลาร์ ภายในต้นเดือนมิถุนายน ในวันที่ 2 มิถุนายนเพียงวันเดียว ETF มีเงินทุนไหลออกสุทธิ 519 ล้านดอลลาร์
กองทุน IBIT ของ BlackRock เพียงกองทุนเดียวมีเงินทุนไหลออกถึง 2.58 พันล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาดังกล่าว กลายเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เงินทุนไหลออกมากที่สุด
แทนที่นักลงทุนสถาบันจะเข้าซื้อเมื่อราคาลดลง (Dip-Buying) พวกเขากลับเทขายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการดึงชั้นความต้องการที่เคยทำหน้าที่พยุงราคาในยามตลาดตกต่ำออกไป ส่งผลให้สินทรัพย์สุทธิรวมของ Spot Bitcoin ETF ทั้งหมดในสหรัฐฯ ลดลงเหลือ 85 พันล้านดอลลาร์ จากระดับสูงสุดที่เคยเกิน 100 พันล้านดอลลาร์ในช่วงต้นปี
บริษัท Strategy (ชื่อเดิม MicroStrategy) ของ ไมเคิล เซย์เลอร์ ได้ขายบิทคอยน์ 32 BTC ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน ซึ่งนับเป็นการขายบิทคอยน์ครั้งแรกของบริษัทนับตั้งแต่ปี 2022 ปริมาณการขายนั้นเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับบิทคอยน์ทั้งหมดที่ Strategy ถือครองอยู่กว่า 843,000 BTC คิดเป็นเพียง 0.004% ของสัดส่วนการถือครอง แต่สัญญาณที่ส่งออกมามีน้ำหนักมากกว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ทำลายสมมติฐานของตลาดที่ว่า Strategy จะไม่ขาย และจุดชนวนให้เกิดการล้างพอร์ตสถานะ Long ระลอกใหญ่ เมื่อเทรดเดอร์รีบตีราคาความเสี่ยงของการขายจากสถาบันอื่นๆ อีกครั้ง
ยิ่งตอกย้ำความกังวลด้านอุปทานส่วนเกินในระยะสั้น เมื่อผู้จัดการทรัพย์สินของ Mt. Gox ซึ่งเป็นกระดานเทรดที่ล่มสลายไปแล้ว ได้โอนย้ายบิทคอยน์ 10,422 BTC (มูลค่าประมาณ 739 ล้านดอลลาร์) ไปยังกระเป๋าเงินใหม่ในวันที่ 2 มิถุนายน นี่เป็นการโอนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายเดือน ปลุกความกลัวว่าการแจกจ่ายคืนแก่เจ้าหนี้ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นตามกำหนดเส้นตายสุดท้ายภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2026 อาจท่วมตลาดด้วยอุปทาน บิทคอยน์ร่วงจาก 71,000 ดอลลาร์ ลงไปที่ 69,950 ดอลลาร์ ภายในหนึ่งชั่วโมงหลังจากตรวจพบการเคลื่อนไหวบนบล็อกเชน ปัจจุบัน Mt. Gox ยังคงถือครองบิทคอยน์อยู่ประมาณ 34,504 BTC หรือมูลค่าราว 2.43 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นแรงกดดันที่ยังคงค้างคา
การใช้เลเวอเรจที่สูงในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า Perpetual Futures ได้เปลี่ยนการปรับฐานอย่างมีระเบียบให้กลายเป็นห่วงโซ่การล้างพอร์ต เมื่อราคาทะลุแนวรับสำคัญลงมา คำสั่ง Stop-Loss ก็ถูกกระตุ้น ทำให้เกิดการขายเพิ่มขึ้น ซึ่งก็ไปกระตุ้น Stop-Loss ต่อไปอีกเป็นทอดๆ เกิดการล้างพอร์ตสินทรัพย์คริปโตมากกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ ทั่วทั้งกระดานเทรดระหว่างสัปดาห์ รวมถึงสถิติการล้างพอร์ตในวันเดียวที่ 1.8 พันล้านดอลลาร์ ในวันที่ 3 มิถุนายน ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2026 โดยสถานะ Long (ผู้ที่คาดว่าราคาจะขึ้น) คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.35 พันล้านดอลลาร์ของยอดรวมนั้น
ดัชนี Altcoin Season Index ทรงตัวอยู่ที่ 46–48 จาก 100 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ 75 ที่เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า Altcoin จะมีประสิทธิภาพดีกว่า Bitcoin อย่างมาก สัดส่วนการครองตลาดของ Bitcoin (Bitcoin Dominance) อยู่ใกล้กับ 58% ในช่วงที่ตลาดเทขาย นั่นหมายความว่าเงินทุนไม่ได้หมุนเวียนออกจาก BTC เข้าสู่ Altcoin แต่มันออกจากตลาดคริปโตไปเลย
Altcoin ส่วนใหญ่แสดงรูปแบบทางเทคนิคที่เป็นขาลง โดยไม่มีสัญญาณการดีดกลับเพื่อบรรเทา และมูลค่าตลาดรวมของ Altcoin (TOTAL2) ก็ลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2025
ลักษณะที่โดดเด่นที่สุดของการเทขายในครั้งนี้คือ การแยกตัวออกจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม 2026 เป็นต้นมา บิทคอยน์ลดลงมากกว่า 10% ในขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ปรับตัวขึ้น 2.7% ไปสู่ระดับสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์อย่างต่อเนื่อง ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่เก้าในวันที่ 2 มิถุนายน ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2025 ในขณะที่ความเชื่อมั่นของตลาดคริปโต ซึ่งวัดโดยดัชนี Block Scholes Risk Appetite Index อ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว
เทรดเดอร์ให้เหตุผลว่าการแยกตัวนี้เกิดจากการหมุนเวียนของเงินทุนเก็งกำไรออกจากตลาดคริปโต และเข้าไปยังหุ้น AI และหุ้นเทคโนโลยี การพุ่งขึ้นของหุ้น AI ประกอบกับความพึงพอใจของนักลงทุนสถาบันในสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องและมีการกำกับดูแล ได้ดึงเงินทุนออกจากสินทรัพย์ดิจิทัล ณ ช่วงเวลาที่ตลาดคริปโตต้องการมันมากที่สุด นี่นับเป็นการเปลี่ยนผ่านจากความสัมพันธ์ที่เคยใกล้ชิดในอดีตที่บิทคอยน์และตลาดหุ้นมักเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน และนับเป็นการแยกตัวครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การล่มสลายของ FTX ในช่วงปลายปี 2022 โดยมีข้อแตกต่างที่สำคัญ: การแยกตัวครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความล้มเหลวเชิงระบบของตลาดคริปโตเอง แต่เกิดจากการตัดสินใจในการจัดสรรเงินทุนในสภาพแวดล้อมที่เปิดรับความเสี่ยง ซึ่งเงินทุนเหล่านั้นเพียงแค่วนผ่านตลาดคริปโตไป
โดยสรุปแล้ว สัปดาห์ที่เลวร้ายที่สุดของบิทคอยน์ในปี 2026 ไม่ใช่วิกฤตที่เกิดจากภายในตลาดคริปโตเอง หากแต่เป็นพายุที่สมบูรณ์แบบซึ่งประกอบขึ้นจากนโยบายการเงินมหภาคที่เข้มงวด การถอนตัวของนักลงทุนสถาบัน ความกังวลด้านอุปทาน และการหมุนเวียนของเงินทุนที่ทอดทิ้งตลาดคริปโตไว้เบื้องหลังในขณะที่ตลาดหุ้นทะยานสู่จุดสูงสุดใหม่
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
บิทคอยน์แตะระดับต่ำสุดระหว่างวันที่ 59,100 ดอลลาร์ ในสัปดาห์ของวันที่ 5 มิถุนายน 2026 หรือลดลงราว 20% ภายในสัปดาห์เดียว โดยถูกขับเคลื่อนจากแรงกดดันมหภาค การไหลออกของเงินทุนสถาบันจาก Spot ETF เป็นประวัติการณ์ และการแยก...
บิทคอยน์แตะระดับต่ำสุดระหว่างวันที่ 59,100 ดอลลาร์ ในสัปดาห์ของวันที่ 5 มิถุนายน 2026 หรือลดลงราว 20% ภายในสัปดาห์เดียว โดยถูกขับเคลื่อนจากแรงกดดันมหภาค การไหลออกของเงินทุนสถาบันจาก Spot ETF เป็นประวัติการณ์ และการแยก... นโยบายภาษีของสหรัฐฯ ฉุดรั้งความสามารถของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์พุ่งสูงขึ้น และ Spot Bitcoin ETF มีเงินทุนไหลออกมากกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ เป็นสถิติการไหลออกต่อเนื่...
การร่วงลง 10% ของบิทคอยน์ตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม เกิดขึ้นในขณะที่ดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้น 2.7% สู่จุดสูงสุดใหม่ นับเป็นการแยกตัวครั้งสำคัญ เมื่อเงินทุนเก็งกำไรหมุนเวียนเข้าสู่หุ้น AI และออกจากคริปโตเคอร์เรนซีโดยสิ้นเช...