Bitcoin ร่วงแตะ $59,100 ต่ำสุดในรอบกว่าหนึ่งปี หลังเงินทุนไหลออกจาก Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ติดต่อกัน 13 วันทำการ เป็นมูลค่ารวม 4.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการถอนทุนต่อเนื่องยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งกองทุน แรงขายนำโดยกองทุน IBIT ของ BlackRock ซึ่งมีเม็ดเงินไหลออกราว 3.3 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็น 75% ของเงินที...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What caused Bitcoin to fall nearly 14% to a 2026 low of $59,100 last week, triggering nearly $10 billion in long futures liquidations, and h. Article summary: Yes, the causes you listed are all confirmed by reporting on last week's crash. Here is the evidence-backed breakdown:. Topic tags: general, general web, user generated, news. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "The steep decline reflects heightened volatility and has led to adjustments in prediction markets that track Bitcoin's price targets for June" source context "Bitcoin falls below $64,000, triggers $1.1B in liquidations" Reference image 2: visual subject "Bitcoin fell to its lowest price of 2026 on Friday, touching $59,100 intraday as over 351,000 traders were liquidated across crypto markets" source context
ตลาดคริปโตเคอเรนซีเผชิญกับแรงเทขายอย่างรุนแรงในสัปดาห์แรกของเดือนมิถุนายน 2026 เมื่อราคา Bitcoin (BTC) ร่วงลงแตะจุดต่ำสุดระหว่างวันที่ $59,100 ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบกว่าหนึ่งปีครึ่ง การปรับตัวลงเกือบ 14% ภายในช่วงเวลาเพียง 48 ชั่วโมงนี้ไม่ใช่การพักฐานของตลาดธรรมดา แต่เป็นผลพวงจาก พายุที่สมบูรณ์แบบ (Perfect Storm) ของหลายปัจจัยที่ประจวบเหมาะ: การไหลออกของเงินทุนสถาบันครั้งประวัติศาสตร์จากกองทุน Bitcoin ETF, การเปลี่ยนแปลงทิศทางของเงินทุนเก็งกำไรครั้งใหญ่สู่หุ้นไอพีโอเทคโนโลยียุคใหม่ และตลาดอนุพันธ์ที่สุกงอมพร้อมสำหรับการเกิดวิกฤตการบังคับขายลดเลเวอเรจ (Liquidation Cascade)
เหตุการณ์เทขายครั้งนี้ส่งผลให้นักลงทุนกว่า 350,000 รายถูกบังคับปิดสถานะภายในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง โดยมียอดรวมการล้างพอร์ต (Liquidations) สูงสุดระหว่าง 1.6 ถึง 1.75 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในวันที่เลวร้ายที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการปิดสถานะที่ใช้เลเวอเรจในฝั่ง Long (เดิมพันว่าขาขึ้น) แม้ว่าแรงกระแทกในช่วงแรกจะบรรเทาลงแล้ว แต่เหตุการณ์นี้ได้เผยให้เห็นถึงช่องโหว่เชิงโครงสร้างของตลาด และจุดชนวนให้เกิดการถกเถียงกันในวงกว้างถึงบทบาทของ Bitcoin ในโลกที่จู่ๆ ก็เต็มไปด้วยทางเลือกการลงทุนเพื่อการเติบโตสูงใหม่ๆ มากมาย
สาเหตุที่เกิดขึ้นทันทีและชัดเจนที่สุดของการเทขาย คือการเคลื่อนย้ายเงินทุนของสถาบันอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนจากกองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐอเมริกา นับตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม ถึง 3 มิถุนายน 2026 กลุ่มกองทุนเหล่านี้มีเม็ดเงินไหลออกสุทธิติดต่อกัน 13 วันทำการ ซึ่งทำลายสถิติการไหลออกยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เปิดตัวในเดือนมกราคม 2024 ความเสียหายรวม: 4.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
การไหลออกของเงินทุนกระจุกตัวอย่างหนักหน่วงในกองทุนเพียงไม่กี่กอง ซึ่งเผยให้เห็นว่าการขายครั้งนี้เป็นปรากฏการณ์ของนักลงทุนสถาบันโดยเฉพาะ ไม่ใช่นักลงทุนรายย่อย โดย iShares Bitcoin Trust (IBIT) ของ BlackRock แบกรับเม็ดเงินไหลออกประมาณ 75% ของทั้งหมด หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 3.3 พันล้านดอลลาร์ ตลอดช่วงเวลานั้น เฉพาะกองทุน IBIT เพียงกองทุนเดียวสูญเสียเงินกว่าพันล้านดอลลาร์ในสัปดาห์เดียว และเกือบจะทำลายสถิติการไหลออกภายในวันเดียวสูงสุดตลอดกาลในวันที่ 27 พฤษภาคม โดยพลาดไปเพียงไม่ถึง 500,000 ดอลลาร์
การกระจุกตัวนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะ IBIT ได้รับการยอมรับว่าเป็นช่องทางหลักของกองทุนบำเหน็จบำนาญ มูลนิธิ และ "เงินฉลาด" (Smart Money) ซึ่งบ่งชี้ชัดเจนว่ากองทุนเฮดจ์ฟันด์และสถาบันการเงินขนาดใหญ่คือผู้ขายหลัก
ในขณะที่การไหลออกของ ETF คือสาเหตุเฉพาะหน้า แรงผลักดันที่ซ่อนอยู่คือการหมุนเวียนของเงินทุนเก็งกำไรข้ามยุคสมัย นักลงทุนสถาบันไม่ได้เพียงแค่ลดการลงทุนในคริปโต แต่พวกเขากำลังโยกย้ายเงินทุนอย่างแข็งขันไปยังโอกาสที่พวกเขาคิดว่าน่าสนใจกว่า โดยสำนักข่าว CNBC ระบุว่า Bitcoin กำลัง "เผชิญกับสัปดาห์ที่ย่ำแย่ที่สุดในรอบหลายเดือน เนื่องจากกระแสความเชื่อ (Narrative) กำลังจางหายไป และสภาพคล่องกำลังถูกย้ายออก"
ปลายทางใหม่ของสภาพคล่องนั้นคือ คลื่นแห่งการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก (IPO) ครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ซึ่งนำโดยบริษัทยักษ์ใหญ่เอกชนด้านเทคโนโลยีสามแห่ง ได้แก่ SpaceX, OpenAI และ Anthropic ด้วยมูลค่ารวมโดยประมาณที่พุ่งไปใกล้ 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ การทำ IPO เหล่านี้จึงเสมือนแม่เหล็กแรงสูงที่ดึงดูดเงินทุนสถาบัน จังหวะเวลาที่ยื่นเอกสารขอเข้าจดทะเบียนอย่างเป็นความลับของ Anthropic ซึ่งรั่วไหลออกมาท่ามกลางแรงเทขาย ยิ่งทำให้ตลาดเพ่งความสนใจไปที่ธีมนี้มากขึ้นไปอีก
นักวิเคราะห์ได้ออกมาเตือนอย่างชัดเจนว่า "คลื่น IPO ขนาดมหึมาจากยักษ์ใหญ่ด้าน AI และเทคโนโลยี... มีแนวโน้มที่จะเบี่ยงเบนเงินทุนสถาบันที่ถูกอัดฉีดเข้าไปใน Bitcoin ในปัจจุบันอย่างมหาศาล" ไมเคิล เบอร์รี (Michael Burry) นักลงทุนระดับตำนานผู้เลื่องชื่อ ได้ตอกย้ำถึงขนาดของเหตุการณ์นี้ โดยเปรียบเทียบกระแสความตื่นเต้นของ IPO ที่เกิดขึ้นพร้อมกันนี้กับฟองสบู่ดอทคอม (Dot-com Bubble) โดยชี้ว่าแค่เพียง 3 บริษัทอาจมีมูลค่าเทียบเท่าเงินทุนที่ระดมได้จากหลายร้อย IPO ในปี 2000
การขายของสถาบันคือน้ำหนักมหาศาลที่กดตลาด แต่ความเร็วและความรุนแรงของตลาดที่ร่วงลงนั้นเป็นผลมาจากโครงสร้างตลาดล้วนๆ ตลาด Bitcoin Futures มีการใช้เลเวอเรจในฝั่ง Long มากเกินไปอย่างอันตราย สร้างตำราการเกิด Liquidation Cascade อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นเหตุการณ์เชิงกลไกที่ "การถูกบังคับขาย" ส่งผลให้เกิด "การถูกบังคับขาย" เพิ่มขึ้นอีกเป็นวงจรที่ตอกย้ำตัวเอง
ก่อนที่ตลาดจะพังทลาย ข้อมูลพบว่ามี Bitcoin Long Position (สถานะเดิมพันขาขึ้น) มูลค่ากว่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ กระจุกตัวอยู่ใต้แนวระดับ $65,000 ซึ่งสร้าง "หน้าผาล้างพอร์ต" (Liquidation Cliff) ที่สำคัญอย่างยิ่ง เมื่อระดับราคาตกลงไปต่ำกว่าจุดนี้แล้ว การถูกบังคับปิดสถานะก็เริ่มเป็นลูกโซ่ ภายใน 48 ชั่วโมง มีการประเมินว่า สถานะที่ใช้เลเวอเรจมูลค่ากว่า 3 พันล้านดอลลาร์ ถูกบังคับปิดลงทั่วทั้งตลาดอนุพันธ์คริปโต
นักเทรดฝั่ง Long รับผลกระทบหนักหน่วงที่สุด โดยมีรายงานระบุว่าพวกเขาคิดเป็นเกือบ 85% ของการถูกชำระบัญชี Bitcoin ทั้งหมดในวันที่มีการเทขายหนักที่สุด
รายงานการชันสูตรตลาดเชิงลึกฉบับหนึ่งระบุว่า "นี่ไม่ใช่การพังทลายแบบสุ่ม การร่วงลงนี้ไม่ได้เกี่ยวกับผู้ขายในตลาด Spot ที่ตื่นตระหนกมากนัก แต่เป็นเรื่องของเลเวอเรจที่ปะทะกับสภาพคล่องมากกว่า" จุดต่ำสุดที่ $59,100 ทำให้ราคาหลุดแนวรับทางจิตวิทยาที่สำคัญที่ $60,000 ลงไปชั่วขณะ จุดชนวนการบังคับปิดสถานะระลอกสุดท้าย ก่อนที่แรงซื้อจะเข้ามาปกป้องแนวรับนี้ไว้
หลังจากนั้น ตลาดได้มีเสถียรภาพเหนือระดับ $61,000 และสถิติเงินทุนไหลออกจาก ETF ก็สิ้นสุดลงในวันที่ 4 มิถุนายน โดยมีเงินทุนไหลเข้าเล็กน้อยที่ 47.66 ล้านดอลลาร์เข้าสู่กองทุน IBIT ของ BlackRock อย่างไรก็ตาม ความเสียหายนั้นสาหัส มูลค่ารวมของตลาดคริปโตเคยลดลงไปถึง 2 แสนล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาสั้น ๆ และสัญญาณจากข้อมูลบนบล็อกเชนที่น่าตกใจก็ปรากฏขึ้น: Bitcoin มากกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณหมุนเวียนทั้งหมด ตกอยู่ในภาวะขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (Unrealized Loss) ซึ่งเป็นระดับของอุปทานที่จมอยู่ใต้น้ำแบบนี้เคยเกิดขึ้นและเป็นสัญญาณก่อนหน้าจุดต่ำสุดของตลาดหมีครั้งใหญ่
นักวิเคราะห์กำลังจับตาดูระดับราคา $60,000 ในฐานะแนวรับวิกฤติ โดยสถานะเปิดคงค้างในตลาด Futures (Open Interest) ยังคงอยู่ในระดับสูงที่เกือบ 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งบ่งชี้ว่า แม้ตลาดจะลดความเสี่ยงลงมาจากรอบที่รุนแรงที่สุดแล้ว แต่เลเวอเรจจำนวนมากก็ยังไม่ได้ถูกรีเซ็ตใหม่ทั้งหมด การพังทลายครั้งนี้เผยให้เห็นตลาดที่ติดอยู่ระหว่างเรื่องเล่าเก่าที่กำลังจางหาย กับแรงดึงดูดของยุคแห่งการลงทุนใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยมีราคา $60,000 เป็นเส้นแบ่งที่แสนเปราะบาง
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Bitcoin ร่วงแตะ $59,100 ต่ำสุดในรอบกว่าหนึ่งปี หลังเงินทุนไหลออกจาก Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ติดต่อกัน 13 วันทำการ เป็นมูลค่ารวม 4.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการถอนทุนต่อเนื่องยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งกองทุน
Bitcoin ร่วงแตะ $59,100 ต่ำสุดในรอบกว่าหนึ่งปี หลังเงินทุนไหลออกจาก Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ติดต่อกัน 13 วันทำการ เป็นมูลค่ารวม 4.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการถอนทุนต่อเนื่องยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งกองทุน แรงขายนำโดยกองทุน IBIT ของ BlackRock ซึ่งมีเม็ดเงินไหลออกราว 3.3 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็น 75% ของเงินที่ไหลออกทั้งหมด ตอกย้ำภาพการเคลื่อนย้ายเงินทุนของนักลงทุนสถาบันรายใหญ่
กระแสความตื่นเต้นต่อการทำ IPO ของ SpaceX, OpenAI และ Anthropic ซึ่งมีมูลค่ารวมกันสูงถึง 4 ล้านล้านดอลลาร์ คือปัจจัยสำคัญที่ดูดซับเงินลงทุนออกจากตลาดคริปโต