เนทันยาฮูสั่งระงับแผนโจมตีตอบโต้อิหร่านครั้งใหญ่ หลังทรัมป์เตือนตรงๆ ว่าการยกระดับความขัดแย้งจะทำให้อิสราเอลต้องสู้กับอิหร่าน 'ตามลำพัง' การปะทะที่ดุเดือดนาน 15 ชั่วโมงจึงยุติลงอย่างฉับพลัน การหยุดยิงชั่วคราวทำให้ราคาน้ำมันดิบร่วงลงทันที 1% หลังดีดตัวแรง 5% แต่ตลาดยังผันผวนจากความไม่แน่นอนของช่องแคบฮอร์มุซและโอกาสที...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Why did Netanyahu call off a major retaliatory strike on Iran after Trump warned Israel would be "on its own," and how did the ceasefire aff. Article summary: Here is a breakdown of the key events and their impact based on current reporting.. Topic tags: general, news, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "To watch this content, you may need to disable it on this site. Humo procedente de una explosión en el cielo tras la interceptación de un misil iraní por el sistema antimisiles isr" source context "Iran halts strikes against Israel, Netanyahu stuck between Trump ..." Reference image 2: visual subject "President Donald Trump on Monday morning said both Iran and Israel are set to agree to an immediate ceasefire after both sides exchanged a seri
สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางดูเหมือนจะกำลังมุ่งหน้าสู่สงครามวงกว้าง หลังอิสราเอลและอิหร่านเปิดฉากโจมตีใส่กันครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายเดือน แต่แล้วปฏิบัติการตอบโต้ครั้งใหญ่ของอิสราเอลก็ถูกระงับลงอย่างกะทันหัน หลังการสู้รบผ่านไปเพียง 15 ชั่วโมง เหตุผลสำคัญมาจากการแทรกแซงโดยตรงของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้เตือนว่าอิสราเอลอาจต้องเผชิญหน้ากับอิหร่านเพียงลำพัง การตัดสินใจครั้งนี้สร้างแรงกระเพื่อมต่อตลาดน้ำมันโลกในทันที และปรับเปลี่ยนพลวัตทางการทูตทั่วทั้งตะวันออกกลาง พร้อมกับทำให้สถานะทางการเมืองของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู สั่นคลอนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ชนวนเหตุเริ่มขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2026 เมื่ออิสราเอลโจมตีเป้าหมายของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในกรุงเบรุต ทำให้อิหร่านยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอลตอนเหนือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การหยุดยิงในเดือนเมษายน
อิสราเอลตอบโต้ด้วยการโจมตีระบบป้องกันภัยทางอากาศและโรงงานปิโตรเคมีของอิหร่าน ขณะที่อิหร่านก็โจมตีโครงสร้างพื้นฐานคล้ายกันในเมืองไฮฟาและฐานทัพอากาศสองแห่งของอิสราเอล
หลังจากการปะทะระลอกแรกยุติลง รัฐบาลของเนทันยาฮูเตรียมปฏิบัติการโจมตีระลอกใหม่ที่ใหญ่กว่ามาก โดยพุ่งเป้าไปยังจุดอ่อนไหวหลายสิบแห่งภายในอิหร่าน
เช้าวันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2026 ทรัมป์โทรศัพท์หาเนทันยาฮู พร้อมส่งคำเตือนอย่างไม่คลุมเครือ โดยระบุว่าสหรัฐฯ และอิหร่านใกล้จะบรรลุความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์แบบครอบคลุม และการโจมตีต่อเนื่องของอิสราเอลจะบ่อนทำลายความคืบหน้าดังกล่าว
รายงานจากหลายสำนักข่าวระบุว่า ข้อความของทรัมป์นั้นตรงไปตรงมา “อีกไม่นาน คุณอาจถูกทิ้งให้สู้กับอิหร่านตามลำพัง”
อีกบัญชีหนึ่งอ้างคำพูดของทรัมป์ว่า “บีบี ระวังตัวให้ดี หรือไม่นานคุณจะต้องอยู่ตัวคนเดียว”
หลังจากนั้น เนทันยาฮูได้สั่งการให้กองทัพอิสราเอลระงับการโจมตี การยุติการสู้รบภายในเวลาเพียง 15 ชั่วโมง ทำให้อิสราเอลตกอยู่ในสถานะที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์รายงานว่า เหตุการณ์นี้ทำให้อิสราเอลและผู้นำของตน “ดูเหมือนต้องพึ่งพาทรัมป์มากกว่าเดิม”
หากเนทันยาฮูตั้งใจจะบ่อนทำลายแนวทางการทูตของทรัมป์กับอิหร่าน การยืนกรานของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ต้องการลดระดับความรุนแรง และการที่อิสราเอลยอมถอยจากแผนการโจมตีครั้งใหญ่ ก็เป็นสัญญาณว่าเป้าหมายนั้นไม่บรรลุผล
ราคาน้ำมันตอบสนองอย่างรุนแรงต่อการยุติการสู้รบอย่างกะทันหัน ระหว่างการโจมตี ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นถึง 5% แต่ราคากลับร่วงลงอย่างรวดเร็ว หลังจากอิหร่านและอิสราเอลประกาศว่ากำลังหยุดการโจมตี
ภายในวันอังคารที่ 9 มิถุนายน ราคาเบรนท์ซื้อขายลดลงประมาณ 1% อยู่ที่ 93.34 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่เวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียตลดลงไปใกล้ 90 ดอลลาร์
ภัยคุกคามเฉพาะหน้าบรรเทาลง แต่เทรดเดอร์ยังคงระมัดระวังด้วยสองเหตุผล คือ ทั้งสองฝ่ายเตือนว่าอาจกลับมาสู้รบกันได้อีก และช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดคอขวดสำคัญของเส้นทางขนส่งน้ำมันโลกประมาณ 20% ยังไม่เปิดอย่างสมบูรณ์
รูปแบบนี้สะท้อนภาพการหยุดยิงในวงกว้างที่ประกาศไปเมื่อต้นเดือนเมษายน 2026 ซึ่งตอนนั้นราคาน้ำมันร่วงลงรายวันครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามอ่าวเปอร์เซียปี 1991 โดยลดลง 16% และทำให้เบรนท์หลุดต่ำกว่า 95 ดอลลาร์ แม้ในตอนนั้น นักวิเคราะห์ยังเตือนว่าราคาจะต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะกลับสู่ระดับ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลดังเช่นก่อนเกิดความขัดแย้ง สาเหตุหลักมาจากโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหายและการเปิดเส้นทางเดินเรืออีกครั้งอย่างล่าช้า
เหตุการณ์ปะทุในเดือนมิถุนายนแสดงให้เห็นว่า ความผันผวนที่ขับเคลื่อนด้วยข่าวสารรายวันมีแนวโน้มจะคงอยู่ตราบใดที่กรอบการทูตยังคงเปราะบาง
การแทรกแซงของทรัมป์ปรับเปลี่ยนความสัมพันธ์หลักในภูมิภาค เมื่อวอชิงตันมุ่งเน้นไปที่การเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ครอบคลุมกับเตหะราน สหรัฐฯ แจ้งต่ออิหร่านว่าอิสราเอลจะหยุดการโจมตี หากอิหร่านหยุดโจมตี อิหร่านจึงประกาศระงับปฏิบัติการรุกในเวลาต่อมา
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ วางกรอบการลดระดับความรุนแรงว่าเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรักษาหน้าต่างการทูตให้เปิดอยู่
พลวัตความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลดูดซับความตึงเครียดที่เห็นได้ชัดที่สุด ความเต็มใจของทรัมป์ที่จะส่งสัญญาณต่อสาธารณะว่าเขาจะระงับการสนับสนุนอเมริกา และการบอกกับไฟแนนเชียลไทมส์ว่าเขา "เป็นคนตัดสินใจ" (calls the shots) และเนทันยาฮู "ไม่ใช่คนตัดสินใจ" ตอกย้ำว่าเสรีภาพทางทหารของอิสราเอลต่ออิหร่านขณะนี้ดำเนินอยู่ภายใต้ขอบเขตที่กำหนดโดยตารางการทูตของทรัมป์ เนทันยาฮูแสดงความขอบคุณทรัมป์ต่อสาธารณะที่เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายยุติการสู้รบ แต่เหตุการณ์นี้เผยให้เห็นรอยร้าวที่ลึกกว่าแรงเสียดทานทั่วไปในหมู่พันธมิตรมาก
แม้กรอบการหยุดยิงที่เปราะบางจะยังรักษาไว้ได้ แต่การไม่มีเส้นทางสู่สันติภาพที่ยั่งยืนที่ชัดเจน ทำให้แนวโน้มระยะยาวสำหรับการทูตในภูมิภาคยังคงคลุมเครือ
การยอมทำตามคำเตือนของทรัมป์เพื่อยุติการโจมตี ทำให้เนทันยาฮูอยู่ในสถานะที่เปราะบางทางการเมือง นิวยอร์กไทมส์ตั้งข้อสังเกตว่า การกลับลำอย่างรวดเร็วทำให้อิสราเอลดูเหมือนต้องพึ่งพาประธานาธิบดีสหรัฐฯ มากกว่าเดิม การรับรู้ดังกล่าวมีแนวโน้มจะเติมเชื้อไฟให้กับการวิพากษ์วิจารณ์ภายในประเทศ หากการยกระดับการโจมตีของเนทันยาฮูในตอนแรกมีเจตนาที่จะทดสอบหรือบ่อนทำลายการเจรจาที่มีทรัมป์เป็นคนกลาง ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็เอาชนะเกมเขาได้ด้วยการบังคับให้หยุดยั้งก่อนที่อิสราเอลจะดำเนินการตามแผนทั้งหมดได้สำเร็จ
การส่งข้อความสาธารณะของเนทันยาฮูพยายามที่จะเรียกคืนการควบคุมเรื่องเล่า ในวิดีโอปราศรัย เขาระบุว่า “ไฟสงบลงแล้ว” (fire is on hold) และการโจมตีของอิสราเอลได้ยับยั้งอิหร่าน พร้อมเสริมว่าอิสราเอลจะ “ตอบโต้อย่างทรงพลัง” หากถูกโจมตีอีกครั้ง
แต่ลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การเตรียมปฏิบัติการใหญ่ คำขาดจากอเมริกา และการถอยหลังอย่างฉับพลัน ทำให้คู่แข่งทางการเมืองมีประเด็นโจมตีที่ชัดเจน บรรดานักวิจารณ์สามารถโต้แย้งได้แล้วว่าการป้องปรามของอิสราเอลขึ้นอยู่กับการอนุญาตจากวอชิงตัน ไม่ใช่แค่การคำนวณของเยรูซาเล็มแต่เพียงฝ่ายเดียว
วิกฤตในเดือนมิถุนายนนี้ ไม่ได้เพียงแค่หยุดยั้งการเผชิญหน้าทางทหารชั่วคราว แต่มันเปิดโปงการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล การที่ทรัมป์มุ่งเน้นไปที่ข้อตกลงนิวเคลียร์กับเตหะราน ได้ทำให้การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ของอิสราเอลต้องอยู่ภายใต้เงาของลำดับความสำคัญทางการทูตของอเมริกา และอนาคตทางการเมืองของเนทันยาฮูก็ผูกโยงอยู่กับว่าเขาจะนำทางในความเป็นจริงใหม่นี้ได้ดีเพียงใด
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
เนทันยาฮูสั่งระงับแผนโจมตีตอบโต้อิหร่านครั้งใหญ่ หลังทรัมป์เตือนตรงๆ ว่าการยกระดับความขัดแย้งจะทำให้อิสราเอลต้องสู้กับอิหร่าน 'ตามลำพัง' การปะทะที่ดุเดือดนาน 15 ชั่วโมงจึงยุติลงอย่างฉับพลัน
เนทันยาฮูสั่งระงับแผนโจมตีตอบโต้อิหร่านครั้งใหญ่ หลังทรัมป์เตือนตรงๆ ว่าการยกระดับความขัดแย้งจะทำให้อิสราเอลต้องสู้กับอิหร่าน 'ตามลำพัง' การปะทะที่ดุเดือดนาน 15 ชั่วโมงจึงยุติลงอย่างฉับพลัน การหยุดยิงชั่วคราวทำให้ราคาน้ำมันดิบร่วงลงทันที 1% หลังดีดตัวแรง 5% แต่ตลาดยังผันผวนจากความไม่แน่นอนของช่องแคบฮอร์มุซและโอกาสที่การโจมตีจะกลับมา
เหตุการณ์นี้เผยรอยร้าวลึกในความสัมพันธ์สหรัฐฯ อิสราเอล เมื่อเนทันยาฮูถูกมองว่า 'ต้องพึ่งพาทรัมป์มากกว่าเดิม' ขณะที่อนาคตทางการเมืองของเขาในประเทศก็เปราะบางอย่างยิ่ง