ดุลการค้าจีนพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 105,430 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนพฤษภาคม 2026 เนื่องจากกระแสความต้องการชิป AI ดันการส่งออกโต 19.4% ในขณะที่สงครามทำให้การนำเข้าน้ำมันดิบดิ่งลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2017 การนำเข้าน้ำมันดิบหดตัวเหลือ 7.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังเส้นทางขนส่งหลักอย่างช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดก...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What explains China's record $105 billion trade surplus in May 2026, including the surge in exports and imports that beat forecasts, the plu. Article summary: China's trade surplus widened to **$105.43 billion** in May 2026 — above the $92.1 billion consensus forecast — as exports surged 19.4% year-on-year to a record $376.7 billion and imports rose 27.4%, both beating expecta. Topic tags: general, general web, government, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# China exports sharply beat expectations as trade surplus in the first two months surges to highest on record. * China's trade surplus rose to its highest on record in the combine" source context "China exports sharply beat expectations as trade surplus in ... - CNBC" Reference image 2: visual subjec
ดุลการค้าของจีนไม่ควรมีหน้าตาแบบนี้ สงครามที่ปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดในโลก น่าจะทำให้ยอดเกินดุลของผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดในโลกลดลง แต่ตรงกันข้าม เดือนพฤษภาคม 2026 กลับสร้างปรากฏการณ์ เกินดุลการค้าสูงถึง 105,430 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้กว่า 13,000 ล้านดอลลาร์ และเป็นยอดที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม ความขัดแย้งนี้เกิดจากสองแรงสุดขั้วที่สวนทางกัน: เครื่องจักรส่งออกที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งทำงานเต็มกำลัง และยอดนำเข้าพลังงานที่ทรุดตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 8 ปี
ผลลัพธ์คือตัวเลขข่าวใหญ่ที่ดูเหมือนเศรษฐกิจแข็งแกร่ง แต่แท้จริงแล้วคือเรื่องราวของจีนสองภาคส่วนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ข้อมูลเดือนพฤษภาคมที่สำนักงานศุลกากรแห่งชาติจีน (General Administration of Customs) เปิดเผยเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ทำลายทุกตัวเลขคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์
ตัวเลขเกินดุลที่มากเป็นประวัติการณ์นี้ดูสูงเกินจริง หากหักผลกระทบจากการนำเข้าพลังงานที่ทรุดตัวออกไป การเติบโตของการนำเข้าสินค้าอื่นๆ (ที่ไม่ใช่น้ำมัน) จะยิ่งแข็งแกร่งกว่านี้ ซึ่งตอกย้ำว่านี่ไม่ใช่ดุลการค้าที่เกิดจากอุปสงค์ในประเทศอ่อนแอ แต่เป็น ดุลการค้าที่เกิดจากภาวะช็อกด้านอุปทาน (Supply Shock)
ปัจจัยสำคัญที่สุดเบื้องหลังตัวเลขส่งออกที่เหนือชั้นคืออุปสงค์ทั่วโลกที่มหาศาลสำหรับฮาร์ดแวร์ AI การส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ โดยเฉพาะวงจรรวมและชิปหน่วยความจำ ครองสัดส่วนสำคัญในตะกร้าส่งออก
การส่งออกวงจรรวมพุ่งขึ้นประมาณ 73% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าในช่วงต้นปี 2026 โดยได้แรงหนุนจากทั้งปริมาณที่เพิ่มขึ้นและราคาส่งออกที่พุ่งขึ้น 55.7% จากต้นทุนหน่วยความจำที่สูงขึ้น สื่อ The Straitstimes รายงานว่า อุปสงค์ฮาร์ดแวร์ AI "สามารถชดเชยผลกระทบจากสงครามในอิหร่าน" และเป็นแรงผลักให้ยอดส่งออกแข็งแกร่งที่สุดในรอบสามเดือน
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสริมเชิงโครงสร้างอีกสองประการที่ทำให้อัตราการเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนดูดีเป็นพิเศษ ผลกระทบจากฐานที่ต่ำ (Base Effect) ในเดือนพฤษภาคม 2025 ซึ่งเป็นช่วงที่ซบเซาจากความไม่แน่นอนของภาษีนำเข้าและการชะลอตัวของภาคการผลิตโลก ทำให้ตัวเลขปัจจุบันดูสูงขึ้นเมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกัน พฤติกรรมการสต็อกสินค้าล่วงหน้า (Pre-stocking) จากผู้ซื้อต่างประเทศก็เร่งการขนส่ง ผู้นำเข้าสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าเพราะเกรงว่าความขัดแย้งในอิหร่านจะผลักดันให้ต้นทุนชิ้นส่วนและโลจิสติกส์สูงขึ้นในที่สุด ส่งผลให้ยอดส่งออกของจีนถูกดึงมาอยู่ในเดือนพฤษภาคม
ในขณะที่ภาคส่งออกกำลังร้อนแรง การนำเข้าน้ำมันดิบของจีนกลับทรุดตัวอย่างรุนแรงในระดับที่ปกติแล้วจะบ่งบอกถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอยขั้นรุนแรง แต่สาเหตุมาจากภูมิรัฐศาสตร์ล้วนๆ
การนำเข้าน้ำมันดิบลดลงเหลือประมาณ 33 ล้านตันในเดือนพฤษภาคม คิดเป็น 7.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน นับเป็นตัวเลขรายเดือนที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2017 และน้อยกว่าสองในสามของค่าเฉลี่ย 11.6 ล้านบาร์เรลต่อวันของจีนในปี 2025
การนำเข้าทางทะเลที่ถูกติดตามโดย Kpler ลดลงอย่างน่าใจหายยิ่งกว่า โดยอยู่ที่ประมาณ 6.36 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบทศวรรษ และแทบจะแค่ครึ่งเดียวของ 11.39 ล้านบาร์เรลต่อวันที่บันทึกไว้ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นเดือนเต็มเดือนสุดท้ายก่อนที่สหรัฐฯ และอิสราเอลจะโจมตีอิหร่านในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เฉพาะการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางของจีนดิ่งลงเหลือเพียง 2.15 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 14 ปี
การปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) อย่างมีนัยสำคัญได้ตัดเส้นทางอุปทานปกติของจีนจากประเทศในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งในอดีตมีสัดส่วนประมาณหนึ่งในสี่ของการนำเข้าน้ำมันดิบทั้งหมด แต่แทนที่ปักกิ่งจะออกไปแย่งชิงซื้อน้ำมันราคาแพงในตลาดซื้อขายทันที (Spot Market) รัฐบาลจีนกลับเลือกดำเนินนโยบายอย่างจงใจ: โรงกลั่นจีนลดกำลังการผลิตและระบายน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ (SPR) เพื่อรักษาเงินตราต่างประเทศและหลีกเลี่ยงการผลักดันให้ราคาน้ำมันโลกสูงขึ้น
บริษัทที่ปรึกษา Energy Aspects ในลอนดอนคาดการณ์ว่าการนำเข้าน้ำมันดิบทั้งหมดของจีนจะเฉลี่ยเพียง ประมาณ 10.9 ล้านบาร์เรลต่อวันสำหรับปี 2026 ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อนตั้งแต่ช่วงล็อกดาวน์โควิด โดยระบุว่าสงคราม "ได้เผยให้เห็นขอบเขตที่อุปสงค์ได้หายไปแล้ว"
การหยุดชะงักที่ช่องแคบฮอร์มุซก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการค้าระลอกคลื่นตามมา
ขนาดและองค์ประกอบของยอดเกินดุลของจีนกำลังทำหน้าที่เป็นตัวเร่งความตึงเครียดทางการค้าที่คุกรุ่นอยู่แล้วกับยุโรป สหภาพยุโรปมองว่าการทะลักเข้ามาของสินค้าส่งออกจากจีน ทั้งเหล็ก เคมีภัณฑ์ เทคโนโลยีสะอาด และยานยนต์ เป็นภัยคุกคามต่อฐานอุตสาหกรรมของตน และข้อมูลเดือนพฤษภาคมได้มอบกระสุนใหม่ให้กับฝ่ายที่แข็งกร้าว
ยอดเกินดุลเป็นประวัติการณ์ของจีนไม่ใช่ตัวบ่งชี้ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจที่สม่ำเสมอ มันคือภาพสองจอซ้อน: เครื่องจักรส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ AI ที่เร่งเครื่องเต็มพิกัด ในขณะที่เครื่องจักรนำเข้าพลังงานติดหล่มเพราะการปิดกั้นจากสงคราม การล่มสลายของน้ำมันทำให้ดุลการค้าขยายตัวขึ้นโดยอัตโนมัติ ซึ่งบดบังความแข็งแกร่งที่แท้จริงของการนำเข้าที่ไม่ใช่น้ำมันซึ่งสะท้อนถึงอุปสงค์ภาคอุตสาหกรรม ในขณะเดียวกัน ปักกิ่งกำลังจัดการกับภาวะช็อกด้านพลังงานผ่านการระบายน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์และการเปลี่ยนไปพึ่งพาน้ำมันดิบรัสเซียอย่างจงใจ ซึ่งเป็นนโยบายที่ยิ่งกดยอดนำเข้าให้ต่ำลงไปอีก
ความเสียหายข้างเคียงกำลังปรากฏให้เห็นในยุโรป ที่ซึ่งขนาดอันใหญ่โตของยอดเกินดุล บนฐานของความไม่สมดุลประจำปี 2025 ที่ทำสถิติสูงถึง 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ ได้ทำให้ผู้กำหนดนโยบายเชื่อมั่นว่าสภาพที่เป็นอยู่นั้นไม่ยั่งยืน คลังแสงทางการค้าที่ EU กำลังสร้างขึ้นนี้แสดงถึงการยกระดับความขัดแย้งเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่การทะเลาะเบาะแว้งชั่วคราว และเป็นการเตรียมเวทีสำหรับสภาพแวดล้อมทางการค้าโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและข้อพิพาทที่รุนแรงยิ่งขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2026
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ดุลการค้าจีนพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 105,430 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนพฤษภาคม 2026 เนื่องจากกระแสความต้องการชิป AI ดันการส่งออกโต 19.4% ในขณะที่สงครามทำให้การนำเข้าน้ำมันดิบดิ่งลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2017
ดุลการค้าจีนพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 105,430 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนพฤษภาคม 2026 เนื่องจากกระแสความต้องการชิป AI ดันการส่งออกโต 19.4% ในขณะที่สงครามทำให้การนำเข้าน้ำมันดิบดิ่งลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2017 การนำเข้าน้ำมันดิบหดตัวเหลือ 7.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังเส้นทางขนส่งหลักอย่างช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้น จีนเลือกใช้กลยุทธ์ระบายน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์และหันไปซื้อน้ำมันรัสเซียราคาถูก แทนที่จะตื่นตระหนกเข้าซื้อในตลาดโลก
ยอดเกินดุลมหาศาลกำลังเร่งสงครามการค้ากับสหภาพยุโรป ซึ่งจัดการประชุมฉุกเฉินเมื่อ 29 พฤษภาคม และเตรียมออกมาตรการเข้มข้น รวมถึงการตัดโควตานำเข้าเหล็กปลอดภาษีลง 47% เริ่มกรกฎาคม 2026 [13][14][36]