ทั้งสองบริษัทคาดว่าธุรกรรมนี้จะเสร็จสมบูรณ์ภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2026 โดยอยู่ภายใต้เงื่อนไขการปิดดีลตามธรรมเนียม รวมถึงการสิ้นสุดระยะเวลาการตรวจสอบภายใต้กฎหมายป้องกันการผูกขาดของสหรัฐฯ (Hart-Scott-Rodino Antitrust Improvements Act)
ความน่าสนใจของยาเบ็กโซบรูทิเดกไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขของดีลเท่านั้น แต่อยู่ที่กลไกการออกฤทธิ์ที่แตกต่างจากยาต้าน BTK แบบดั้งเดิม (BTK inhibitors) ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน
เบ็กโซบรูทิเดกมีแผนที่จะเริ่มการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 (Phase 3) ในช่วงฤดูร้อนของปี 2026 นี้ สำหรับการรักษาลำดับที่สองในผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรังกลุ่มลิมโฟไซต์ (CLL) ซึ่งเป็นหนึ่งในมะเร็งเม็ดเลือดที่พบบ่อยที่สุดในผู้ใหญ่
ข้อมูลจากการทดลองระยะต้น (Phase 1) แสดงให้เห็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจอย่างยิ่ง:
ในแง่ของโอกาสทางธุรกิจ ตลาดยารักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอน-ฮอดจ์กิน (NHL) และมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรังกลุ่มลิมโฟไซต์ (CLL) มีการคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 4.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2031 โดยในจำนวนนั้น ตลาดยาต้าน BTK คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การมีผลิตภัณฑ์ที่สามารถแก้ปัญหาการดื้อยาได้จึงเป็นกุญแจสำคัญในการครองส่วนแบ่งตลาดนี้
Comments
0 comments