9 ประเทศสมาชิก EU ซึ่งนำโดยโปแลนด์ อิตาลี และหลายประเทศในยุโรปตะวันออก จับมือยื่นหนังสือคัดค้านข้อบังคับ 'ยานยนต์องค์กรสะอาด' อย่างเป็นทางการ โดยชี้ว่าการกำหนดโควตา 69% สำหรับรถปล่อยมลพิษต่ำ และ 45% สำหรับรถปล่อยมลพิษ... กลุ่มประเทศที่คัดค้านมีคะแนนเสียงมากพอที่จะ 'ปิดสวิตช์' ข้อบังคับนี้ในสภายุโรปได้ทันที ส่งผลให้ค...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What are the key details of the coordinated push by nine EU member states against the European Commission's proposed regulation requiring la. Article summary: Here are the key details based on the most recent reporting and official sources.. Topic tags: general, government, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "You can always unsubscribe by clicking on the link in the footer of any e-mail alert you receive from ACEA. Brussels, 27 May 2026 – Corporate leaders and workforce representatives" source context "Industry and workers call for urgent action to safeguard Europe's ..." Reference image 2: visual subject "You can always unsubscribe by clicking on the link in the footer of any e-mail alert you receive from ACEA. Brussels, 27 May 2026 – Corpor
ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยุโรปในการลดการปล่อยคาร์บอนในฟลีทรถยนต์ของบริษัทขนาดใหญ่ กำลังเผชิญกับการต่อต้านทางการเมืองครั้งใหญ่ การรวมตัวกันคัดค้านอย่างเป็นทางการของเก้าประเทศสมาชิก EU ผนวกกับการต่อต้านอย่างดุเดือดจากภาคอุตสาหกรรม ได้ทำให้อนาคตของข้อบังคับยานยนต์องค์กรสะอาด (Clean Corporate Vehicles Regulation) ตกอยู่ในความไม่แน่นอน
ข้อเสนอดังกล่าวซึ่งยื่นในเดือนธันวาคม 2025 จะกำหนดให้แต่ละประเทศสมาชิกต้องทำให้มั่นใจว่า ภายในปี 2030 การจดทะเบียนรถยนต์และรถตู้ใหม่ของบริษัทขนาดใหญ่ 69% จะต้องเป็นยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์หรือต่ำ (ZLEVs) และอย่างน้อย 45% ต้องเป็นยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์อย่างแท้จริง (ZEV) ซึ่งหมายถึงรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่หรือพลังงานไฮโดรเจน [1, 7] โดยเป้าหมายจะถูกจำแนกตามผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ต่อหัวของแต่ละประเทศ และธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) จะได้รับการยกเว้น [1, 6]
กลุ่มประเทศเก้าชาติ — โปแลนด์, บัลแกเรีย, สาธารณรัฐเช็ก, เอสโตเนีย, ฮังการี, อิตาลี, ลัตเวีย, สโลวาเกีย และสโลวีเนีย — ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึก (non-paper) เพื่อคัดค้านกฎระเบียบนี้อย่างเป็นทางการ โดยมีโปแลนด์เป็นแกนนำ กลุ่มประเทศเหล่านี้โต้แย้งว่าเป้าหมายที่เสนอมานั้น "ใจร้อนเกินไป" โดยอ้างถึง "โครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จที่ไม่ทั่วถึง" และ "ช่องว่างด้านความสามารถในการซื้อ" ที่แตกต่างกันมากในแต่ละประเทศสมาชิก ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้คำสั่งบังคับยังไม่สามารถนำไปใช้ได้จริง
พันธมิตรนี้เรียกร้องให้มีการปรับโครงสร้างกฎระเบียบครั้งใหญ่ โดยเปลี่ยนจากการบังคับซื้อ มาเป็น "กลไกที่อิงกับแรงจูงใจ" มาตรการทางการคลัง และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะ พวกเขาเตือนว่าข้อเสนอปัจจุบันมีความเสี่ยงที่จะ "บิดเบือนตลาดเดียว" โดยสร้างภาระต้นทุนที่ไม่สมส่วนให้กับระบบเศรษฐกิจที่ยังไม่พร้อมสำหรับการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในปริมาณมาก
แผนที่พันธมิตรนี้เผยให้เห็นการแบ่งขั้วทางภูมิศาสตร์ที่ชัดเจน กลุ่มที่คัดค้านส่วนใหญ่เป็นประเทศในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก ซึ่งอัตราการใช้รถ EV, ความหนาแน่นของหัวชาร์จ และกำลังซื้อของผู้บริโภค ยังตามหลังประเทศในยุโรปตะวันตกและยุโรปเหนืออย่างมาก ตัวอย่างเช่น โปแลนด์และบัลแกเรีย มีส่วนแบ่งการตลาดของ EV ต่ำที่สุดใน EU แม้ว่าข้อเสนอของคณะกรรมาธิการฯ จะปรับเป้าหมายตาม GDP แล้ว แต่กลุ่มพันธมิตรก็แย้งว่าสูตรนี้ไม่สามารถชดเชยความเสียเปรียบเชิงโครงสร้าง เช่น ช่องว่างของโครงสร้างพื้นฐานเดิมและรายได้เฉลี่ยที่ต่ำกว่าได้ [1, 4]
การต่อต้านทางการเมืองยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นด้วยเสียงอันทรงพลังจากภาคอุตสาหกรรม BusinessEurope ซึ่งเป็นกลุ่มล็อบบี้ทางธุรกิจชั้นนำของ EU ได้เผยแพร่เอกสารจุดยืนเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2026 เรียกร้องให้การเปลี่ยนผ่านนี้ขับเคลื่อนโดย "แรงจูงใจมากกว่าคำสั่ง" พร้อมทั้งย้ำถึงความเป็นกลางทางเทคโนโลยี แทนที่จะเป็นการผลักดันไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่แต่เพียงอย่างเดียว
บรรดาผู้ผลิตรถยนต์ก็ตอบโต้อย่างตรงไปตรงมาไม่แพ้กัน BMW Group ได้เผยแพร่เอกสารนโยบาย โดยให้เหตุผลว่าคำสั่งเหล่านี้ "ผิดประเด็น" และจะนำไปสู่การห้ามใช้ยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) โดยพฤตินัยภายในปี 2030 โดยไม่สนใจอุปสงค์ของผู้บริโภคหรือความเป็นจริงของตลาด ในเดือนธันวาคม 2025 บีเอ็มดับเบิลยูและโตโยต้า ได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับบริษัทลีสซิ่ง, บริษัทให้เช่า และบริษัทบริหารฟลีทอีก 67 แห่งในจดหมายถึงประธานคณะกรรมาธิการ อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอ็น โดยเรียกเป้าหมายการซื้อ EV แบบบังคับว่า "มีราคาแพงจนทำลายล้าง และส่งผลเสียในทางตรงกันข้าม" [2, 14]
กลุ่มสมาคมอุตสาหกรรมในวงกว้าง — รวมถึง AECC, IRU, CLEPA และ FuelsEurope — ได้แสดงการสนับสนุนแนวทางที่อิงแรงจูงใจ, เป็นกลางทางเทคโนโลยี และเรียกร้องให้ยกเว้นบริษัทลีสซิ่งและ SMEs ออกจากขอบเขตของกฎระเบียบนี้
กระบวนการทางกฎหมายกำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ:
คณะมนตรีจะต้องผ่านกฎระเบียบนี้ด้วยการลงคะแนนเสียงข้างมากแบบพิเศษ (Qualified Majority Voting): 55% ของประเทศสมาชิก (15 จาก 27 ประเทศ) ซึ่งเป็นตัวแทนของประชากรอย่างน้อย 65% ของ EU การเป็น "ชนกลุ่มน้อยที่มีอำนาจยับยั้ง" สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยประเทศเพียง 4 ประเทศที่เป็นตัวแทนของประชากร 35% กลุ่มเก้าประเทศ ซึ่งรวมถึงประเทศสมาชิกขนาดใหญ่อย่างโปแลนด์และอิตาลี ได้คะแนนเสียงเกินเกณฑ์นั้นไปแล้ว
นี่หมายความว่า คณะกรรมาธิการไม่มีหนทางที่จะทำให้กฎหมายผ่านไปได้โดยไม่ยอมอ่อนข้อครั้งใหญ่ ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้มากที่สุดคือการเปลี่ยนจากเป้าหมายบังคับระดับชาติ ไปสู่กรอบการทำงานที่ยืดหยุ่นกว่า ซึ่งเน้นในเรื่องแรงจูงใจ, การสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน และกำหนดเวลาเปลี่ยนผ่านที่ยาวนานขึ้น หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ กฎหมายฉบับนี้ก็ไม่สามารถได้คะแนนเสียงข้างมากตามที่กำหนด
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
9 ประเทศสมาชิก EU ซึ่งนำโดยโปแลนด์ อิตาลี และหลายประเทศในยุโรปตะวันออก จับมือยื่นหนังสือคัดค้านข้อบังคับ 'ยานยนต์องค์กรสะอาด' อย่างเป็นทางการ โดยชี้ว่าการกำหนดโควตา 69% สำหรับรถปล่อยมลพิษต่ำ และ 45% สำหรับรถปล่อยมลพิษ...
9 ประเทศสมาชิก EU ซึ่งนำโดยโปแลนด์ อิตาลี และหลายประเทศในยุโรปตะวันออก จับมือยื่นหนังสือคัดค้านข้อบังคับ 'ยานยนต์องค์กรสะอาด' อย่างเป็นทางการ โดยชี้ว่าการกำหนดโควตา 69% สำหรับรถปล่อยมลพิษต่ำ และ 45% สำหรับรถปล่อยมลพิษ... กลุ่มประเทศที่คัดค้านมีคะแนนเสียงมากพอที่จะ 'ปิดสวิตช์' ข้อบังคับนี้ในสภายุโรปได้ทันที ส่งผลให้คณะกรรมาธิการยุโรปจำเป็นต้องยอมอ่อนข้อครั้งใหญ่หากต้องการให้กฎหมายผ่าน โดยกลุ่มเสนอให้เปลี่ยนจาก 'คำสั่งบังคับ' เป็น 'ระบบ...
กำหนดการชี้ขาดเริ่มเข้มข้นขึ้น โดย 10 มิถุนายนนี้เป็นเส้นตายการยื่นข้อแก้ไข และจะมีมุมมองใหม่จากคณะกรรมการขนส่งของรัฐสภายุโรปในเดือนพฤศจิกายน ขณะที่ภาคเอกชนทั้ง BMW, โตโยต้า และกลุ่มสหพันธ์ธุรกิจยุโรป (BusinessEurope)...