งานวิจัยจาก World Weather Attribution พบว่า 26 จาก 104 แมตช์ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 มีแนวโน้มจะแข่งในอุณหภูมิ Wet Bulb Globe Temperature เกิน 26°C ซึ่งเป็นจุดที่ความร้อนส่งผลเสียต่อร่างกายนักกีฬาอย่างแท้จริง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ความเสี่ยงจากความร้อนรุนแรงเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่า เมื่อเทียบกับศึกฟุตบอลโล...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did climate scientists from the World Weather Attribution initiative at Imperial College London find about dangerous heat threats to pl. Article summary: A new study from World Weather Attribution (WWA) warns that around 25% of 2026 World Cup matches—26 of 104—are likely to be played in conditions exceeding safety thresholds that pose a real risk to players and fans [6][1. Topic tags: general, government, general web, education, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# 2026 FIFA World Cup players and fans at risk of extreme heat, climate scientists warn. Heat conditions could exceed dangerous levels at a quarter of the planned 2026 World Cup so" source context "2026 FIFA World Cup players and fans at risk of extreme heat ..." Reference image 2: visual s
ศึกฟุตบอลโลก 2026 ที่จะรวมเอาสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดาเข้าไว้ด้วยกัน กำลังจะเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ก่อนที่เสียงนกหวีดแรกจะดังขึ้น นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศได้ออกบทวิเคราะห์ที่ทำให้ต้องคิดหนัก นั่นคือ ความร้อนในหน้าร้อนจะเป็นคู่ต่อสู้ที่อันตรายและหลีกเลี่ยงไม่ได้ งานวิจัยใหม่จากโครงการ World Weather Attribution (WWA) แห่ง Imperial College London เตือนว่า ประมาณหนึ่งในสี่ของแมตช์ทั้งหมด หรือ 26 จาก 104 แมตช์ มีแนวโน้มจะต้องแข่งในสภาพอากาศที่เกินขีดจำกัดความปลอดภัย ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของนักกีฬาระดับหัวแถวและแฟนบอลหลายล้านคนอย่างแท้จริง
งานวิจัยชิ้นนี้ถูกเผยแพร่ในขณะที่อุณหภูมิโลกยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยการใช้ดัชนี Wet Bulb Globe Temperature (WBGT) ซึ่งเป็นการวัดที่รวมเอาความชื้น อุณหภูมิอากาศ ความเร็วลม และรังสีแสงอาทิตย์มาคำนวณร่วมกัน เพื่อประเมินว่าสภาพแวดล้อมขณะนั้นๆ ร่างกายมนุษย์สามารถระบายความร้อนและคลายร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด นักวิทยาศาสตร์ได้เทียบรูปแบบสภาพอากาศในอดีตกับตารางการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ผลลัพธ์ที่ได้วาดภาพให้เห็นถึงทัวร์นาเมนต์ที่ความร้อนไม่ใช่ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว แต่มันคือภัยคุกคามเชิงโครงสร้างที่สอดแทรกอยู่ในโปรแกรมการแข่งขัน
บทวิเคราะห์ของ WWA เผยให้เห็นถึงระดับอันตรายที่สำคัญสองระดับ สำหรับ 26 แมตช์ มีการคาดการณ์ว่า WBGT จะสูงถึงหรือเกินกว่า 26°C ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ FIFPRO สหพันธ์นักฟุตบอลอาชีพนานาชาติ ระบุว่าความตึงเครียดจากความร้อนกลายเป็นความเสี่ยงที่แท้จริง และต้องมีการบังคับใช้ช่วงพักคลายร้อน ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ มีโอกาส 1 ใน 3 ที่บางแมตช์จะต้องเผชิญกับค่า WBGT ที่สูงกว่า 28°C ซึ่งเป็นระดับที่ FIFPRO และองค์กรกำกับดูแลฟุตบอลหลายแห่งพิจารณาว่าไม่ปลอดภัยต่อการเล่น และแนะนำให้เลื่อนการแข่งขันออกไป
ความเปราะบางนี้ไม่ได้กระจายตัวอย่างเท่าเทียมกันในทุกสนาม มีแบบจำลองอีกรูปแบบหนึ่งที่ผ่านการตรวจสอบโดยเพื่อนร่วมงานพบว่า 14 จาก 16 เมืองเจ้าภาพ เคยมีค่า WBGT เกิน 28°C ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งระหว่างฤดูร้อน และ 4 เมือง มีค่าเกินเกณฑ์ดังกล่าวมากกว่าครึ่งหนึ่งของช่วงบ่ายในปีปกติโดยเฉลี่ย และในปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ จำนวนเมืองที่เกินเส้นนี้มากกว่า 50% ของเวลาทั้งหมดจะเพิ่มขึ้นเป็น 9 เมือง
ไม่ใช่ว่าทุกสนามในฟุตบอลโลกจะเผชิญกับอันตรายในระดับเดียวกัน บทวิเคราะห์ระบุว่า ไมอามี, แคนซัสซิตี้, ฟิลาเดลเฟีย และนิวยอร์ก/นิวเจอร์ซีย์ ติดอันดับต้นๆ ของรายชื่อสนามที่มีความเสี่ยงสูง โดยมี มอนเตร์เรย์ และ บอสตัน เป็นเมืองที่ถูกจับตามองเช่นกัน สาเหตุของความเสี่ยงนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ในเมืองชายฝั่งอย่างไมอามีและมอนเตร์เรย์ ความเสี่ยงถูกขยายด้วยความชื้นที่รุนแรง ซึ่งทำให้ร่างกายระบายความร้อนผ่านเหงื่อได้ยากเป็นพิเศษ
ในแคนซัสซิตี้ สนาม Arrowhead Stadium ที่ไม่มีหลังคาคลุมไม่ได้ให้ร่มเงาใดๆ แก่ผู้เล่นหรือผู้ชม ทำให้ได้รับแสงแดดโดยตรงอย่างเต็มที่
สำหรับนัดชิงชนะเลิศที่กำหนดไว้ในวันที่ 19 กรกฎาคม ณ สนาม MetLife Stadium ในนิวยอร์ก/นิวเจอร์ซีย์ WWA คำนวณว่ามีโอกาส 12% ที่แมตช์สำคัญนี้จะเกินเกณฑ์ WBGT 26°C และมีโอกาสเล็กน้อยที่ 2.7% ที่จะไปถึงระดับที่ถือว่าไม่ปลอดภัยสำหรับการเล่น
ครั้งสุดท้ายที่สหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกชายในปี 1994 ความร้อนก็เป็นปัจจัยหนึ่ง แต่สภาพอากาศพื้นฐานในตอนนั้นแตกต่างจากปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง ทีมงาน WWA พบว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากมนุษย์ทำให้ความเครียดจากความร้อนรุนแรงที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในทัวร์นาเมนต์หน้าร้อนนี้ มีโอกาสเกิดมากขึ้นประมาณสองเท่า เมื่อเทียบกับเมื่อสามสิบสองปีก่อน
การเปลี่ยนแปลงนี้ชัดเจนมาก นักวิทยาศาสตร์ไม่ได้มองว่าความร้อนจัดเป็นค่าผิดปกติที่คาดเดาไม่ได้อีกต่อไป การที่โลกอุ่นขึ้นได้ยกระดับเส้นพื้นฐานอย่างมีนัยสำคัญ นั่นหมายความว่าแม้แต่สภาพอากาศ "ปกติ" ในหน้าร้อนของเมืองเจ้าภาพในอเมริกาเหนือหลายแห่ง ก็เกินเกณฑ์ความปลอดภัยที่กำหนดไว้สำหรับการทำกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องใช้กำลังอย่างหนักและยาวนานในปัจจุบัน
สหพันธ์นักฟุตบอลอาชีพนานาชาติ FIFPRO ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน กรอบคำแนะนำของพวกเขาชัดเจน: ต้องมีการพักคลายร้อนเมื่อ WBGT ถึง 26°C และควรเลื่อนหรือย้ายเวลาแข่งขันเมื่อ WBGT เกิน 28°C สหพันธ์ได้ผลักดันให้ FIFA ลดเกณฑ์การเลื่อนการแข่งขันของตัวเองลง ซึ่งปัจจุบันยังสูงกว่าคำแนะนำของ FIFPRO โดยอยู่ที่ 32°C และให้ตัดการเตะในช่วงเที่ยงวันในเมืองที่มีความร้อนสูงที่สุดออกไปทั้งหมด
ทางด้าน FIFA เองก็ได้ดำเนินการเพื่อจัดการกับข้อกังวลเหล่านี้ องค์กรได้ประกาศกฎสำหรับทัวร์นาเมนต์นี้ว่า จะมีการบังคับพักดื่มน้ำ 3 นาที ในช่วงกลางของแต่ละครึ่งเวลาในทุกๆ แมตช์ โดยไม่คำนึงถึงสภาพอากาศ สถานที่ หรือหลังคาสนาม นอกจากนี้ FIFA ยังได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านความร้อนเฉพาะของแต่ละสนาม และปรับตารางการแข่งขันเพื่อจำกัดการแข่งขันในช่วงกลางวันที่สนามกลางแจ้ง โดยย้ายหลายเกมไปเป็นช่วงเย็นหรือย้ายไปจัดในสนามที่มีเครื่องปรับอากาศ เช่น ในดัลลัส ฮูสตัน และแอตแลนตา
ในไมอามี ที่สนาม Hard Rock Stadium ไม่มีหลังคาคลุมเต็มรูปแบบ เวลาเริ่มการแข่งขันถูกกำหนดไว้ไม่ให้เร็วกว่า 5 โมงเย็นตามเวลาท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์แย้งว่ามาตรการเหล่านี้ยังไม่เพียงพอ สนามที่มีความเสี่ยงสูงหลายแห่ง โดยเฉพาะ Arrowhead ในแคนซัสซิตี้ ยังคงเป็นสนามเปิดโล่ง ไม่มีหลังคาและไม่มีร่มเงา ทำให้ผู้เล่นและแฟนบอลต้องเผชิญกับแสงแดดโดยตรงอย่างเต็มที่ระหว่างการแข่งขัน
ความเสี่ยงไม่ได้จำกัดอยู่แค่เหตุฉุกเฉินทางการแพทย์เฉียบพลันอย่างโรคลมแดดเท่านั้น บทวิเคราะห์อีกชิ้นโดย Climate Central พบว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้เพิ่มความเสี่ยงของความร้อนที่ส่งผลเสียต่อสมรรถนะการเล่น สำหรับ 97 จาก 104 แมตช์ ที่มีกำหนดแข่งขัน เป็นที่ทราบกันดีว่าอุณหภูมิที่สูงกว่า 28°C ทำให้ความถี่ในการวิ่ง sprint ระยะทางรวมที่วิ่งได้ และเวลาในการฟื้นฟูร่างกายลดลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อจังหวะของเกมและสไตล์การเล่นโดยรวม
สำหรับแฟนบอลและพนักงานในสนาม ความเสี่ยงก็มีอยู่ไม่แพ้กัน การนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานานท่ามกลางแสงแดดโดยตรงสามารถนำไปสู่ภาวะเพลียแดด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มบุคคลที่เปราะบาง
การแข่งขันในปี 2022 ที่กาตาร์ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญ FIFA ได้ย้ายการแข่งขันทั้งหมดไปเป็นฤดูหนาวโดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อหลีกเลี่ยงความร้อนระอุในหน้าร้อน นักวิจัยของ WWA ตั้งคำถามว่าบทเรียนนั้นถูกนำมาปรับใช้อย่างจริงจังแล้วหรือไม่ เนื่องจากทัวร์นาเมนต์ปี 2026 ยังคงถูกกำหนดไว้ในช่วงเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม และยังไม่มีการประกาศย้ายออกจากช่วงฤดูร้อนอย่างถาวรสำหรับการแข่งขันในอนาคต ผู้เขียนงานวิจัยเตือนว่าอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น "กำลังตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ในการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกในหน้าร้อน" ในรูปแบบปัจจุบันนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
หนทางในการปรับตัวนั้นมีอยู่จริง สนามที่มีหลังคาและระบบควบคุมสภาพอากาศ, การกำหนดให้แข่งตอนกลางคืนเป็นการถาวร, หรือการย้ายทัวร์นาเมนต์ในอนาคตไปเป็นเดือนที่อากาศเย็นกว่า ล้วนสามารถลดความเสี่ยงลงได้อย่างมาก อย่างไรก็ตาม หากปราศจากการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ข้อสรุปที่เป็นเอกฉันท์ในหมู่นักวิทยาศาสตร์ก็ชัดเจน: ฟุตบอลโลกในหน้าร้อนจะค่อยๆ กลายเป็นเรื่องที่อันตรายยิ่งขึ้น ไม่เพียงแต่คุกคามคุณภาพของเกม แต่รวมถึงความปลอดภัยของทุกคนที่ลงสนามหรือขึ้นไปบนอัฒจันทร์
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
งานวิจัยจาก World Weather Attribution พบว่า 26 จาก 104 แมตช์ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 มีแนวโน้มจะแข่งในอุณหภูมิ Wet Bulb Globe Temperature เกิน 26°C ซึ่งเป็นจุดที่ความร้อนส่งผลเสียต่อร่างกายนักกีฬาอย่างแท้จริง
งานวิจัยจาก World Weather Attribution พบว่า 26 จาก 104 แมตช์ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 มีแนวโน้มจะแข่งในอุณหภูมิ Wet Bulb Globe Temperature เกิน 26°C ซึ่งเป็นจุดที่ความร้อนส่งผลเสียต่อร่างกายนักกีฬาอย่างแท้จริง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ความเสี่ยงจากความร้อนรุนแรงเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่า เมื่อเทียบกับศึกฟุตบอลโลกปี 1994 ที่สหรัฐฯ
แม้ FIFA จะบังคับพักดื่มน้ำในทุกเกมและเลื่อนการแข่งขันบางนัดไปเป็นช่วงเย็น นักวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าหากไม่มีสนามแบบมีหลังคาหรือการย้ายทัวร์นาเมนต์ออกจากช่วงฤดูร้อน ความเป็นไปได้ในการจัดฟุตบอลโลกช่วงหน้าร้อนในอนาคตจะเป็น...