SpaceX ได้ยื่นคำขอต่อ FCC เพื่อส่งดาวเทียมมากถึง 1 ล้านดวง สร้าง 'ระบบศูนย์ข้อมูลในวงโคจร' สำหรับการประมวลผล AI โดยเฉพาะ [5][6][7] การยื่นคำขอครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง SpaceX เข้าซื้อกิจการ xAI มูลค่า 1.25 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นรากฐานทางการเงินและเทคนิค [2][4][8] Starlink คือธุรกิจหลักที่ทำรายได้สูงสุดให้กับ SpaceX โดย...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What are the details of SpaceX's Starlink expansion beyond 10,400 satellites, including Musk's tenfold goal to 100,000 satellites and the re. Article summary: Starlink Expansion: Constellation Growth, AI Data Centers, IPO, and Key Risks Constellation Expansion and the Million Satellite Filing As of February 2026, Starlink had exceeded 10,000 satellites in orbit, with over 11,0. Topic tags: general web, ai, security, regulation, marketing. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# SpaceX Secures Clearance for 7,500 More Starlink Satellites in Massive Expansion. The Federal Communications Commission granted permission to launch an additional 7,500 second-ge" source context "SpaceX Approved for 7,500 More Starlink Satellites - Technology Org" Reference image 2: visual subject "
นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2026 Starlink มีดาวเทียมที่โคจรอยู่ในอวกาศแล้วกว่า 10,000 ดวง และทะลุ 11,000 ดวงในต้นเดือนมีนาคม แต่ตัวเลขดังกล่าวอาจดูเล็กน้อยไปทันที เมื่อในวันที่ 30 มกราคม 2026 SpaceX ได้ยื่นคำขอที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนต่อคณะกรรมการกิจการสื่อสารกลางแห่งสหรัฐฯ (FCC) เพื่อขออนุญาตปล่อยและดำเนินการ ดาวเทียมมากถึงหนึ่งล้านดวง สำหรับ "ระบบศูนย์ข้อมูลในวงโคจร" (Orbital Data Center System) ซึ่งออกแบบมาเพื่อขับเคลื่อนการประมวลผล AI ในอวกาศโดยเฉพาะ
FCC ได้ตอบรับคำขอดังกล่าวเพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2026 แผนการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่มีรากฐานมาจากการที่ SpaceX เข้าซื้อกิจการบริษัท AI อย่าง xAI ด้วยมูลค่าสูงถึง 1.25 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งมอบทั้งเงินทุนและเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการสร้างศูนย์ข้อมูล AI บนวงโคจร
แผนการหนึ่งล้านดาวเทียมนี้ ไม่ได้มีไว้เพื่อการสื่อสารเท่านั้น แต่จะทำหน้าที่เป็น "ชั้นกายภาพ" (Physical Layer) ของเครือข่ายศูนย์ข้อมูลระดับโลก ดาวเทียม Starlink V3 รุ่นใหม่ ที่เดิมทีถูกออกแบบมาเพื่ออัปเกรดบรอดแบนด์ จะถูกปรับบทบาทให้เป็นศูนย์ข้อมูล AI ที่โคจรรอบโลก โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์และระบายความร้อนด้วยสุญญากาศในอวกาศ SpaceX ระบุว่าดาวเทียมใหม่นี้จะเพิ่มความสามารถในการดาวน์ลิงก์ได้ถึง 60 เทราบิตต่อวินาทีต่อหนึ่งดวง
ซึ่งมากกว่าดาวเทียม V2 Mini รุ่นปัจจุบันถึง 20 เท่า
นอกจากนี้ ในเอกสาร S-1 ที่ยื่นต่อ SEC มีการเปิดเผยข้อมูลที่น่าทึ่งว่า Anthropic ซึ่งเป็นบริษัทคู่แข่งด้าน AI ของ xAI กำลังจ่ายเงินให้ SpaceX เป็นจำนวนเงินถึง 1.25 พันล้านดอลลาร์ต่อเดือน เพื่อเช่าความสามารถในการประมวลผลภายในศูนย์ข้อมูล Colossus 1 และ 2 ในเมืองเมมฟิส ซึ่งมูลค่าตามสัญญาระยะยาวสูงถึง 45 พันล้านดอลลาร์ ข้อตกลงนี้เป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่สร้างความชอบธรรมให้กับการประเมินมูลค่าระดับ 2 ล้านล้านดอลลาร์ของ SpaceX
SpaceX ได้ยื่น Filing S-1 ต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งสหรัฐฯ (SEC) เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2026 ตั้งเป้าหมายการเสนอขายหุ้น IPO ที่มีมูลค่าบริษัทระหว่าง 1.75 ถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งจะเป็น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมีแผนระดมทุนประมาณ 75 พันล้านดอลลาร์ และเข้าจดทะเบียนในตลาด Nasdaq ภายใต้สัญลักษณ์ SPCX คาดการณ์ว่าหุ้นจะเริ่มซื้อขายได้เร็วที่สุดในวันที่ 12 มิถุนายน 2026
เบื้องหลังตัวเลขมูลค่ามหาศาลนี้คือ Starlink ซึ่งเป็น "วัวเงินสด" (Cash Cow) อย่างแท้จริงของบริษัท
แม้แผนการจะยิ่งใหญ่ แต่เส้นทางของ Starlink และ SpaceX ก็เต็มไปด้วยอุปสรรค
แผนศูนย์ข้อมูลดาวเทียมหนึ่งล้านดวงนั้นไม่เคยมีใครทำมาก่อน ทั้งในแง่ของการผลิต, การปล่อย, การบำรุงรักษา และการจัดการพลังงานในระดับนั้นยังเป็นทฤษฎี เอกสาร S-1 เองก็ระบุว่ากลุ่มธุรกิจ xAI ยังคงดำเนินงานขาดทุนในระดับกลุ่มบริษัท ซึ่งเพิ่มความไม่แน่นอนทางการเงิน
จำนวนดาวเทียมที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดนำไปสู่ความแออัดในวงโคจรต่ำของโลก (LEO) อย่างรุนแรง รายงานจากรัฐสภายุโรปชี้ว่าความแออัดนี้ "เพิ่มความเสี่ยงของการหยุดชะงักจากการชน" สถิติที่น่าตกใจคือ ดาวเทียม Starlink ได้ดำเนินการหลบหลีกเพื่อหลีกเลี่ยงการชนมากกว่า 25,000 ครั้งระหว่างเดือนธันวาคม 2022 ถึงพฤษภาคม 2023 และตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเป็นเกือบ 50,000 ครั้งภายในกลางปี 2024
ฝั่งยุโรปกำลังจับตามอง SpaceX อย่างใกล้ชิด โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับ "การจับจองพื้นที่ในอวกาศ" (Space land grabbing) และการพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานดาวเทียมของบริษัทเอกชนสหรัฐฯ ในด้านการสื่อสารที่อ่อนไหวของภาครัฐ สหภาพยุโรป (EU) กำลังพิจารณากฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยฉบับใหม่ที่จะบังคับใช้กับบริการดาวเทียมของอเมริกาที่ให้บริการแก่ผู้บริโภคในยุโรป ซึ่งจุดชนวนความขัดแย้งข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก
นอกจากนี้ ข้อตกลงที่เป็นไปได้ระหว่างอิตาลีกับ Starlink ก็ถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดในด้านความมั่นคง
เพื่อลดการพึ่งพา Starlink และสร้างความมั่นใจในอธิปไตยทางดิจิทัล สหภาพยุโรปกำลังพัฒนาโครงการ IRIS² (Infrastructure for Resilience, Interconnectivity and Security by Satellite) ซึ่งเป็นกลุ่มดาวเทียมหลายวงโคจรที่ออกแบบมาเป็นทางเลือกของยุโรป งานวิจัยเชิงเปรียบเทียบพบว่า แม้ Starlink จะมอบประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อที่เหนือกว่าในแง่ของความจุรวม แต่ IRIS² มี "ข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ในแง่ของอธิปไตย, ความมั่นคง และความยืดหยุ่น" สำหรับการรับส่งข้อมูลที่มีความสำคัญต่อภารกิจ
อย่างไรก็ดี IRIS² ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา และยังไม่สามารถแข่งขันในเชิงปฏิบัติการกับ Starlink ที่นำหน้าไปไกลแล้วได้
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
SpaceX ได้ยื่นคำขอต่อ FCC เพื่อส่งดาวเทียมมากถึง 1 ล้านดวง สร้าง 'ระบบศูนย์ข้อมูลในวงโคจร' สำหรับการประมวลผล AI โดยเฉพาะ [5][6][7]
SpaceX ได้ยื่นคำขอต่อ FCC เพื่อส่งดาวเทียมมากถึง 1 ล้านดวง สร้าง 'ระบบศูนย์ข้อมูลในวงโคจร' สำหรับการประมวลผล AI โดยเฉพาะ [5][6][7] การยื่นคำขอครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง SpaceX เข้าซื้อกิจการ xAI มูลค่า 1.25 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นรากฐานทางการเงินและเทคนิค [2][4][8]
Starlink คือธุรกิจหลักที่ทำรายได้สูงสุดให้กับ SpaceX โดยในปี 2025 มีรายได้ 11.4 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็น 61% ของรายได้รวม และมีอัตรากำไร EBITDA สูงถึง 63% [5][10][13]