แผนการหนึ่งล้านดาวเทียมนี้ ไม่ได้มีไว้เพื่อการสื่อสารเท่านั้น แต่จะทำหน้าที่เป็น "ชั้นกายภาพ" (Physical Layer) ของเครือข่ายศูนย์ข้อมูลระดับโลก ดาวเทียม Starlink V3 รุ่นใหม่ ที่เดิมทีถูกออกแบบมาเพื่ออัปเกรดบรอดแบนด์ จะถูกปรับบทบาทให้เป็นศูนย์ข้อมูล AI ที่โคจรรอบโลก โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์และระบายความร้อนด้วยสุญญากาศในอวกาศ SpaceX ระบุว่าดาวเทียมใหม่นี้จะเพิ่มความสามารถในการดาวน์ลิงก์ได้ถึง 60 เทราบิตต่อวินาทีต่อหนึ่งดวง
ซึ่งมากกว่าดาวเทียม V2 Mini รุ่นปัจจุบันถึง 20 เท่า
นอกจากนี้ ในเอกสาร S-1 ที่ยื่นต่อ SEC มีการเปิดเผยข้อมูลที่น่าทึ่งว่า Anthropic ซึ่งเป็นบริษัทคู่แข่งด้าน AI ของ xAI กำลังจ่ายเงินให้ SpaceX เป็นจำนวนเงินถึง 1.25 พันล้านดอลลาร์ต่อเดือน เพื่อเช่าความสามารถในการประมวลผลภายในศูนย์ข้อมูล Colossus 1 และ 2 ในเมืองเมมฟิส ซึ่งมูลค่าตามสัญญาระยะยาวสูงถึง 45 พันล้านดอลลาร์ ข้อตกลงนี้เป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่สร้างความชอบธรรมให้กับการประเมินมูลค่าระดับ 2 ล้านล้านดอลลาร์ของ SpaceX
SpaceX ได้ยื่น Filing S-1 ต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งสหรัฐฯ (SEC) เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2026 ตั้งเป้าหมายการเสนอขายหุ้น IPO ที่มีมูลค่าบริษัทระหว่าง 1.75 ถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งจะเป็น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมีแผนระดมทุนประมาณ 75 พันล้านดอลลาร์ และเข้าจดทะเบียนในตลาด Nasdaq ภายใต้สัญลักษณ์ SPCX คาดการณ์ว่าหุ้นจะเริ่มซื้อขายได้เร็วที่สุดในวันที่ 12 มิถุนายน 2026
แม้แผนการจะยิ่งใหญ่ แต่เส้นทางของ Starlink และ SpaceX ก็เต็มไปด้วยอุปสรรค
แผนศูนย์ข้อมูลดาวเทียมหนึ่งล้านดวงนั้นไม่เคยมีใครทำมาก่อน ทั้งในแง่ของการผลิต, การปล่อย, การบำรุงรักษา และการจัดการพลังงานในระดับนั้นยังเป็นทฤษฎี เอกสาร S-1 เองก็ระบุว่ากลุ่มธุรกิจ xAI ยังคงดำเนินงานขาดทุนในระดับกลุ่มบริษัท ซึ่งเพิ่มความไม่แน่นอนทางการเงิน
จำนวนดาวเทียมที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดนำไปสู่ความแออัดในวงโคจรต่ำของโลก (LEO) อย่างรุนแรง รายงานจากรัฐสภายุโรปชี้ว่าความแออัดนี้ "เพิ่มความเสี่ยงของการหยุดชะงักจากการชน" สถิติที่น่าตกใจคือ ดาวเทียม Starlink ได้ดำเนินการหลบหลีกเพื่อหลีกเลี่ยงการชนมากกว่า 25,000 ครั้งระหว่างเดือนธันวาคม 2022 ถึงพฤษภาคม 2023 และตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเป็นเกือบ 50,000 ครั้งภายในกลางปี 2024
ฝั่งยุโรปกำลังจับตามอง SpaceX อย่างใกล้ชิด โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับ "การจับจองพื้นที่ในอวกาศ" (Space land grabbing) และการพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานดาวเทียมของบริษัทเอกชนสหรัฐฯ ในด้านการสื่อสารที่อ่อนไหวของภาครัฐ สหภาพยุโรป (EU) กำลังพิจารณากฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยฉบับใหม่ที่จะบังคับใช้กับบริการดาวเทียมของอเมริกาที่ให้บริการแก่ผู้บริโภคในยุโรป ซึ่งจุดชนวนความขัดแย้งข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก
นอกจากนี้ ข้อตกลงที่เป็นไปได้ระหว่างอิตาลีกับ Starlink ก็ถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดในด้านความมั่นคง
เพื่อลดการพึ่งพา Starlink และสร้างความมั่นใจในอธิปไตยทางดิจิทัล สหภาพยุโรปกำลังพัฒนาโครงการ IRIS² (Infrastructure for Resilience, Interconnectivity and Security by Satellite) ซึ่งเป็นกลุ่มดาวเทียมหลายวงโคจรที่ออกแบบมาเป็นทางเลือกของยุโรป งานวิจัยเชิงเปรียบเทียบพบว่า แม้ Starlink จะมอบประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อที่เหนือกว่าในแง่ของความจุรวม แต่ IRIS² มี "ข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ในแง่ของอธิปไตย, ความมั่นคง และความยืดหยุ่น" สำหรับการรับส่งข้อมูลที่มีความสำคัญต่อภารกิจ
อย่างไรก็ดี IRIS² ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา และยังไม่สามารถแข่งขันในเชิงปฏิบัติการกับ Starlink ที่นำหน้าไปไกลแล้วได้
Comments
0 comments