ยุโรปมองเห็นศักยภาพของนักพัฒนาโอเพนซอร์สที่มีอยู่มากถึง 3 ล้านคน แผนนี้จะสนับสนุนการพัฒนาโอเพนซอร์สในด้านคลาวด์, AI, ความมั่นคงไซเบอร์ และเซมิคอนดักเตอร์ โดยมาพร้อมกับแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างที่สนับสนุนให้หน่วยงานรัฐหันมาใช้โซลูชันโอเพนซอร์สมากขึ้น นี่เป็นการสร้าง 'เอกราชทางซอฟต์แวร์' อย่างเป็นรูปธรรม
เป็นแผนที่เชื่อมโยงการเติบโตของ AI เข้ากับความยั่งยืน โดยวางแนวทางการใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อผสานดาต้าเซ็นเตอร์เข้ากับระบบพลังงานอย่างชาญฉลาด เน้นความร่วมมือระหว่างภาคพลังงานและดิจิทัล เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งพลังงานสะอาด
เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ ไลเอิน (Ursula von der Leyen) ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความจำเป็นเชิงกลยุทธ์ของแผนนี้ว่า:
"เราไม่สามารถที่จะต้องพึ่งพาผู้อื่น สำหรับเทคโนโลยีที่ทำให้โรงพยาบาลของเราเดินหน้าต่อไปได้ ทำให้โครงข่ายพลังงานของเรามีเสถียรภาพ และทำให้บริการของเราปลอดภัย นี่เป็นเรื่องของการปกป้องพลเมืองของเรา การปกป้องผลประโยชน์ของเรา และการตัดสินใจเลือกเส้นทางของเราเอง ยุโรปมีทั้งคนเก่ง มีความเป็นเลิศด้านงานวิจัย มีฐานอุตสาหกรรม และมีตลาดเดียว เราจึงต้องเปลี่ยนจุดแข็งเหล่านี้ให้เป็นอธิปไตยทางเทคโนโลยีไปด้วยกัน"
ที่มาของความเร่งด่วนนี้มาจากตัวเลขที่น่าตกใจ ปัจจุบัน EU ใช้จ่ายด้านผลิตภัณฑ์และบริการไอทีไปถึง 2.64 แสนล้านยูโรต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่ไหลไปยังบริษัทอเมริกัน โดยบริษัทคลาวด์สหรัฐฯ ครองตลาดในยุโรปมากกว่า 70% ในขณะที่ EU ผลิตเซมิคอนดักเตอร์คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 10% ของโลก
การเปิดตัวแพ็คเกจนี้เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศความสัมพันธ์ที่ขึ้นๆ ลงๆ ระหว่าง EU และสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นตัวเร่งสำคัญของแผนนี้ ข้อเสนอของยุโรปอาจยิ่งเพิ่มแรงเสียดทานทางการค้า เพราะสหรัฐฯ เคยวิจารณ์กฎหมายเทคโนโลยีของ EU ว่าเป็นมาตรการกีดกันที่ไม่เป็นธรรมต่อบริษัทอเมริกัน
ที่น่าสนใจคือเพียงสองวันก่อนหน้านี้ EU เพิ่งส่งสัญญาณจะเข้าร่วมกลุ่มพันธมิตรด้านชิปที่นำโดยสหรัฐฯ อย่าง Pax Silica ซึ่งมีเป้าหมายประสานงานควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีสู่จีน สะท้อนถึงการดำเนินนโยบายที่ซับซ้อน ระหว่างการสร้าง 'อธิปไตย' ด้วยตนเองและความร่วมมือกับมหาอำนาจเพื่อจัดการ 'ภัยคุกคาม' ร่วมกัน
จากข้อมูลที่มีอยู่ เรายังไม่มีหลักฐานเพียงพอเกี่ยวกับความคิดเห็นที่เฉพาะเจาะจงของ คีแกน แมคไบรด์ (Keegan McBride) นักวิชาการด้านดิจิทัลจากสถาบัน Tony Blair Institute หรือ แมทธิว ฮอดจ์สัน (Matthew Hodgson) ผู้ร่วมก่อตั้งระบบสื่อสาร Matrix ต่อแพ็คเกจนี้โดยตรง [12, 30, 31, 32, 33, 34] หากมีข้อมูลเพิ่มเติมจะนำมาอัปเดตต่อไป
Comments
0 comments