คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ วันที่ 2 มิถุนายน 2026 รัฐบาลทรัมป์เสนอขึ้นภาษี 10% หรือ 12.5% สำหรับการนำเข้าจาก 60 เขตเศรษฐกิจ รวมถึงจีนและอียู หลังการสอบสวนพบว่าประเทศเหล่านี้ล้มเหลวในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับอย่างเพียงพอ กระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่าข้อค้นพบของสหรัฐฯ เป็น 'ข้ออ้าง' และเป็นรูปแบบหนึ่งของลัทธิกีดกันทางการค้า โดยยืนกรานปฏิเสธว่าไม่มีแรงงานบังคับในภาคการผลิตของตน และเตือนว่า 'สงครามภาษีและสงครามการค้าไม่เป็นประโยชน์ต่อฝ่... สหภาพยุโรปมองว่าข้อเสนอนี้ 'ไม่ยุติธรรม' และ 'ไร้สาระอย่างยิ่ง' โดยอ้างถึงกฎเกณฑ์ต่อต้านแรงงานบังคับที่เข้มงวดของตนเองแล้ว และระบุว่าคาดหวังให้สหรัฐฯ เคารพข้อตกลงทางการค้าที่เพิ่งทำร่วมกันอย่างเต็มที่ What were the key reactions from China and the EU to the proposed US tariffs of up to 12.5% on imports from China and 59 other economies, ba The US proposal targets imports from 60 economies, including China and the EU, over claims tied to forced labour in supply chains. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What were the key reactions from China and the EU to the proposed US tariffs of up to 12.5% on imports from China and 59 other economies, ba. Article summary: On June 2, 2026, the Trump administration proposed additional tariffs of **10% or 12.5%** on imports from 60 economies — including China — after concluding under Section 301 of the Trade Act of 1974 that those countries . Topic tags: general, government, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# SpotlightLIVE: The Trump administration has proposed fresh tariffs on India and 59 other economies, citing concerns over the enforcement of rules against goods linked to forced l" source context "2K views · 26 reactions | SpotlightLIVE: The Trump administration has proposed fresh tariffs on India an
openai.com เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2026 ข้อพิพาททางการค้าครั้งใหม่ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกและแปซิฟิกได้ปะทุขึ้น หลังจากสหรัฐอเมริกาเสนอให้มีการจัดเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มเติมกับสินค้าจาก 60 ประเทศคู่ค้า โดยอ้างเหตุผลว่าพวกเขาล้มเหลวในการต่อสู้กับปัญหาการใช้แรงงานบังคับ ข้อเสนอดังกล่าวซึ่งจะเพิ่มภาษีในอัตรา 10% หรือ 12.5% สำหรับการนำเข้าทั้งหมดจากกลุ่มประเทศเป้าหมาย ได้จุดชนวนให้เกิดการประณามอย่างรุนแรงจากทั้งจีนและสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวและส่งสัญญาณว่าพร้อมที่จะตอบโต้
บริบทและเหตุผลเบื้องหลังปฏิบัติการของสหรัฐฯ
ข้อเสนอขึ้นภาษีดังกล่าวมีที่มาจากการสอบสวนขนานใหญ่ซึ่งเปิดฉากขึ้นในเดือนมีนาคม 2026 โดยสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (Office of the United States Trade Representative หรือ USTR) ภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974 (Trade Act of 1974) ทาง USTR ได้ตรวจสอบว่า 60 เขตเศรษฐกิจล้มเหลวในการออกกฎหมายห้ามการนำเข้าสินค้าที่ทำจากแรงงานบังคับอย่างเพียงพอหรือไม่ ซึ่งพวกเขามองว่าความล้มเหลวดังกล่าวเป็น "เรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล" และสร้างภาระให้กับการค้าของสหรัฐฯ
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "เปิดศึกการค้ารอบใหม่! จีน-อียู ออกโรงฉะสหรัฐฯ หลังถูกกล่าวหาเรื่องแรงงานบังคับ แถมขู่เก็บภาษี 10-12.5%" คืออะไร วันที่ 2 มิถุนายน 2026 รัฐบาลทรัมป์เสนอขึ้นภาษี 10% หรือ 12.5% สำหรับการนำเข้าจาก 60 เขตเศรษฐกิจ รวมถึงจีนและอียู หลังการสอบสวนพบว่าประเทศเหล่านี้ล้มเหลวในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับอย่างเพียงพอ
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? วันที่ 2 มิถุนายน 2026 รัฐบาลทรัมป์เสนอขึ้นภาษี 10% หรือ 12.5% สำหรับการนำเข้าจาก 60 เขตเศรษฐกิจ รวมถึงจีนและอียู หลังการสอบสวนพบว่าประเทศเหล่านี้ล้มเหลวในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับอย่างเพียงพอ กระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่าข้อค้นพบของสหรัฐฯ เป็น 'ข้ออ้าง' และเป็นรูปแบบหนึ่งของลัทธิกีดกันทางการค้า โดยยืนกรานปฏิเสธว่าไม่มีแรงงานบังคับในภาคการผลิตของตน และเตือนว่า 'สงครามภาษีและสงครามการค้าไม่เป็นประโยชน์ต่อฝ่...
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? สหภาพยุโรปมองว่าข้อเสนอนี้ 'ไม่ยุติธรรม' และ 'ไร้สาระอย่างยิ่ง' โดยอ้างถึงกฎเกณฑ์ต่อต้านแรงงานบังคับที่เข้มงวดของตนเองแล้ว และระบุว่าคาดหวังให้สหรัฐฯ เคารพข้อตกลงทางการค้าที่เพิ่งทำร่วมกันอย่างเต็มที่
คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ วันที่ 2 มิถุนายน 2026 รัฐบาลทรัมป์เสนอขึ้นภาษี 10% หรือ 12.5% สำหรับการนำเข้าจาก 60 เขตเศรษฐกิจ รวมถึงจีนและอียู หลังการสอบสวนพบว่าประเทศเหล่านี้ล้มเหลวในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับอย่างเพียงพอ กระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่าข้อค้นพบของสหรัฐฯ เป็น 'ข้ออ้าง' และเป็นรูปแบบหนึ่งของลัทธิกีดกันทางการค้า โดยยืนกรานปฏิเสธว่าไม่มีแรงงานบังคับในภาคการผลิตของตน และเตือนว่า 'สงครามภาษีและสงครามการค้าไม่เป็นประโยชน์ต่อฝ่... สหภาพยุโรปมองว่าข้อเสนอนี้ 'ไม่ยุติธรรม' และ 'ไร้สาระอย่างยิ่ง' โดยอ้างถึงกฎเกณฑ์ต่อต้านแรงงานบังคับที่เข้มงวดของตนเองแล้ว และระบุว่าคาดหวังให้สหรัฐฯ เคารพข้อตกลงทางการค้าที่เพิ่งทำร่วมกันอย่างเต็มที่ What were the key reactions from China and the EU to the proposed US tariffs of up to 12.5% on imports from China and 59 other economies, ba The US proposal targets imports from 60 economies, including China and the EU, over claims tied to forced labour in supply chains. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What were the key reactions from China and the EU to the proposed US tariffs of up to 12.5% on imports from China and 59 other economies, ba. Article summary: On June 2, 2026, the Trump administration proposed additional tariffs of **10% or 12.5%** on imports from 60 economies — including China — after concluding under Section 301 of the Trade Act of 1974 that those countries . Topic tags: general, government, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# SpotlightLIVE: The Trump administration has proposed fresh tariffs on India and 59 other economies, citing concerns over the enforcement of rules against goods linked to forced l" source context "2K views · 26 reactions | SpotlightLIVE: The Trump administration has proposed fresh tariffs on India an
openai.com เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2026 ข้อพิพาททางการค้าครั้งใหม่ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกและแปซิฟิกได้ปะทุขึ้น หลังจากสหรัฐอเมริกาเสนอให้มีการจัดเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มเติมกับสินค้าจาก 60 ประเทศคู่ค้า โดยอ้างเหตุผลว่าพวกเขาล้มเหลวในการต่อสู้กับปัญหาการใช้แรงงานบังคับ ข้อเสนอดังกล่าวซึ่งจะเพิ่มภาษีในอัตรา 10% หรือ 12.5% สำหรับการนำเข้าทั้งหมดจากกลุ่มประเทศเป้าหมาย ได้จุดชนวนให้เกิดการประณามอย่างรุนแรงจากทั้งจีนและสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวและส่งสัญญาณว่าพร้อมที่จะตอบโต้
บริบทและเหตุผลเบื้องหลังปฏิบัติการของสหรัฐฯ
ข้อเสนอขึ้นภาษีดังกล่าวมีที่มาจากการสอบสวนขนานใหญ่ซึ่งเปิดฉากขึ้นในเดือนมีนาคม 2026 โดยสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (Office of the United States Trade Representative หรือ USTR) ภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974 (Trade Act of 1974) ทาง USTR ได้ตรวจสอบว่า 60 เขตเศรษฐกิจล้มเหลวในการออกกฎหมายห้ามการนำเข้าสินค้าที่ทำจากแรงงานบังคับอย่างเพียงพอหรือไม่ ซึ่งพวกเขามองว่าความล้มเหลวดังกล่าวเป็น "เรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล" และสร้างภาระให้กับการค้าของสหรัฐฯ
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "เปิดศึกการค้ารอบใหม่! จีน-อียู ออกโรงฉะสหรัฐฯ หลังถูกกล่าวหาเรื่องแรงงานบังคับ แถมขู่เก็บภาษี 10-12.5%" คืออะไร วันที่ 2 มิถุนายน 2026 รัฐบาลทรัมป์เสนอขึ้นภาษี 10% หรือ 12.5% สำหรับการนำเข้าจาก 60 เขตเศรษฐกิจ รวมถึงจีนและอียู หลังการสอบสวนพบว่าประเทศเหล่านี้ล้มเหลวในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับอย่างเพียงพอ
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? วันที่ 2 มิถุนายน 2026 รัฐบาลทรัมป์เสนอขึ้นภาษี 10% หรือ 12.5% สำหรับการนำเข้าจาก 60 เขตเศรษฐกิจ รวมถึงจีนและอียู หลังการสอบสวนพบว่าประเทศเหล่านี้ล้มเหลวในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับอย่างเพียงพอ กระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่าข้อค้นพบของสหรัฐฯ เป็น 'ข้ออ้าง' และเป็นรูปแบบหนึ่งของลัทธิกีดกันทางการค้า โดยยืนกรานปฏิเสธว่าไม่มีแรงงานบังคับในภาคการผลิตของตน และเตือนว่า 'สงครามภาษีและสงครามการค้าไม่เป็นประโยชน์ต่อฝ่...
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? สหภาพยุโรปมองว่าข้อเสนอนี้ 'ไม่ยุติธรรม' และ 'ไร้สาระอย่างยิ่ง' โดยอ้างถึงกฎเกณฑ์ต่อต้านแรงงานบังคับที่เข้มงวดของตนเองแล้ว และระบุว่าคาดหวังให้สหรัฐฯ เคารพข้อตกลงทางการค้าที่เพิ่งทำร่วมกันอย่างเต็มที่
ในเดือนมิถุนายน USTR ได้สรุปว่าเขตเศรษฐกิจทั้ง 60 แห่งที่ถูกสอบสวนล้วนมีข้อบกพร่อง แต่ก็ได้กำหนดระบบการลงโทษทางภาษีออกเป็นสองระดับ โดยพิจารณาจากความรุนแรงของผลการสอบสวน
ภาษี 10% สำหรับ 16 เขตเศรษฐกิจ: กลุ่มนี้ประกอบด้วย สหภาพยุโรป, แคนาดา, เม็กซิโก, ไต้หวัน, และสหราชอาณาจักร เขตเศรษฐกิจเหล่านี้ถูกตัดสินว่ามีการออกกฎหมายห้ามบางส่วนหรือมีการยอมรับข้อตกลงผ่านข้อตกลงทางการค้า แต่ล้มเหลวในการบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ
ภาษี 12.5% สำหรับ 44 เขตเศรษฐกิจ: กลุ่มนี้เป็นกลุ่มประเทศที่สหรัฐฯ ตัดสินว่าไม่มีกฎหมายห้ามหรือมีกฎหมายไม่เพียงพอ รายชื่อรวมถึงประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่าง จีน, อินเดีย, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, บราซิล, และออสเตรเลีย
จีน: การปฏิเสธและโต้กลับ การตอบสนองของจีนเป็นไปอย่างรวดเร็วและไม่คลุมเครือ โดยปฏิเสธทั้งพื้นฐานทางกฎหมายและข้อกล่าวอ้างด้านข้อเท็จจริงของข้อเสนอจากสหรัฐฯ เหมา หนิง (Mao Ning) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน มองว่าผลการสอบสวนดังกล่าวเป็น "ข้ออ้าง" สำหรับลัทธิกีดกันทางการค้า และปฏิเสธว่ามีการใช้แรงงานบังคับในภาคการผลิตของประเทศ
"ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าแรงงานบังคับในจีน และเราต่อต้านการใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในการบิดเบือนทางการเมือง" เหมากล่าว พร้อมทั้งระบุว่ามาตรการภาษีนี้เป็นปฏิบัติการฝ่ายเดียวที่จีนคัดค้านอย่างหนักแน่น
นอกเหนือจากการปฏิเสธแล้ว ปักกิ่งยังได้ออกคำเตือนที่ชัดเจนเกี่ยวกับผลพวงของความตึงเครียดทางการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้น "สงครามภาษีและสงครามการค้าไม่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายใด" เหมากล่าว พร้อมเสริมว่าจีนจะใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของตนเอง ถ้อยแถลงนี้เปิดช่องให้มีการตอบโต้ของจีนด้วยการตั้งกำแพงภาษีหรือมาตรการกีดกันทางการค้าอื่นๆ ในอนาคต
สหภาพยุโรป: เรียกร้องให้เคารพข้อตกลงที่มีอยู่ สหภาพยุโรปก็ตอบโต้อย่างเผ็ดร้อนเช่นเดียวกัน โดยเจ้าหน้าที่แสดงออกถึงความรู้สึกเหลือเชื่อและหงุดหงิดใจ แบร์นด์ ลางเกอ (Bernd Lange) ประธานคณะกรรมการการค้าของรัฐสภายุโรป กล่าวถึงผลการสอบสวนของสหรัฐฯ ว่า "ไร้สาระอย่างยิ่ง" พร้อมกับให้เหตุผลว่าอียูได้ใช้กฎเกณฑ์ที่เข้มงวดที่สุดในโลกบางประการที่มุ่งเป้าไปยังผลิตภัณฑ์ที่ทำด้วยแรงงานบังคับแล้ว
โอลอฟ กิลล์ (Olof Gill) โฆษกด้านการค้าของคณะกรรมาธิการยุโรป ระบุอย่างเป็นทางการว่าข้อเสนอภาษีดังกล่าว "ไม่ยุติธรรม" สิ่งสำคัญคือ อียูได้ผูกข้อโต้แย้งของตนกับข้อตกลงทางการค้าที่เพิ่งบรรลุกับสหรัฐฯ เมื่อไม่นานนี้ โดยระบุว่าตนคาดหวังให้วอชิงตัน "เคารพเงื่อนไขของข้อตกลงทางการค้าอย่างเต็มที่"
บทสรุป: จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทราบว่า ภาษีเหล่านี้ยังคงเป็นเพียง ข้อเสนอ และยังไม่มีผลบังคับใช้ ทาง USTR ได้เริ่มเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ โดยกำหนดให้มีการยื่นความคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรภายในวันที่ 6 กรกฎาคม 2026 และการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องจะเริ่มขึ้นในวันถัดไปคือวันที่ 7 กรกฎาคม ช่วงเวลานี้เปิดโอกาสให้ประเทศที่ได้รับผลกระทบ ภาคธุรกิจ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ สามารถโต้แย้งผลการสอบสวนและมาตรการตอบโต้ที่อาจเกิดขึ้นได้ ก่อนที่จะมีการเรียกเก็บภาษีในขั้นสุดท้าย อัตราภาษี ขอบเขต และวันที่บังคับใช้สุดท้ายล้วนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามกระบวนการรับฟังความเห็นนี้
ในเดือนมิถุนายน USTR ได้สรุปว่าเขตเศรษฐกิจทั้ง 60 แห่งที่ถูกสอบสวนล้วนมีข้อบกพร่อง แต่ก็ได้กำหนดระบบการลงโทษทางภาษีออกเป็นสองระดับ โดยพิจารณาจากความรุนแรงของผลการสอบสวน
ภาษี 10% สำหรับ 16 เขตเศรษฐกิจ: กลุ่มนี้ประกอบด้วย สหภาพยุโรป, แคนาดา, เม็กซิโก, ไต้หวัน, และสหราชอาณาจักร เขตเศรษฐกิจเหล่านี้ถูกตัดสินว่ามีการออกกฎหมายห้ามบางส่วนหรือมีการยอมรับข้อตกลงผ่านข้อตกลงทางการค้า แต่ล้มเหลวในการบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ
ภาษี 12.5% สำหรับ 44 เขตเศรษฐกิจ: กลุ่มนี้เป็นกลุ่มประเทศที่สหรัฐฯ ตัดสินว่าไม่มีกฎหมายห้ามหรือมีกฎหมายไม่เพียงพอ รายชื่อรวมถึงประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่าง จีน, อินเดีย, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, บราซิล, และออสเตรเลีย
จีน: การปฏิเสธและโต้กลับ การตอบสนองของจีนเป็นไปอย่างรวดเร็วและไม่คลุมเครือ โดยปฏิเสธทั้งพื้นฐานทางกฎหมายและข้อกล่าวอ้างด้านข้อเท็จจริงของข้อเสนอจากสหรัฐฯ เหมา หนิง (Mao Ning) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน มองว่าผลการสอบสวนดังกล่าวเป็น "ข้ออ้าง" สำหรับลัทธิกีดกันทางการค้า และปฏิเสธว่ามีการใช้แรงงานบังคับในภาคการผลิตของประเทศ
"ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าแรงงานบังคับในจีน และเราต่อต้านการใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในการบิดเบือนทางการเมือง" เหมากล่าว พร้อมทั้งระบุว่ามาตรการภาษีนี้เป็นปฏิบัติการฝ่ายเดียวที่จีนคัดค้านอย่างหนักแน่น
นอกเหนือจากการปฏิเสธแล้ว ปักกิ่งยังได้ออกคำเตือนที่ชัดเจนเกี่ยวกับผลพวงของความตึงเครียดทางการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้น "สงครามภาษีและสงครามการค้าไม่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายใด" เหมากล่าว พร้อมเสริมว่าจีนจะใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของตนเอง ถ้อยแถลงนี้เปิดช่องให้มีการตอบโต้ของจีนด้วยการตั้งกำแพงภาษีหรือมาตรการกีดกันทางการค้าอื่นๆ ในอนาคต
สหภาพยุโรป: เรียกร้องให้เคารพข้อตกลงที่มีอยู่ สหภาพยุโรปก็ตอบโต้อย่างเผ็ดร้อนเช่นเดียวกัน โดยเจ้าหน้าที่แสดงออกถึงความรู้สึกเหลือเชื่อและหงุดหงิดใจ แบร์นด์ ลางเกอ (Bernd Lange) ประธานคณะกรรมการการค้าของรัฐสภายุโรป กล่าวถึงผลการสอบสวนของสหรัฐฯ ว่า "ไร้สาระอย่างยิ่ง" พร้อมกับให้เหตุผลว่าอียูได้ใช้กฎเกณฑ์ที่เข้มงวดที่สุดในโลกบางประการที่มุ่งเป้าไปยังผลิตภัณฑ์ที่ทำด้วยแรงงานบังคับแล้ว
โอลอฟ กิลล์ (Olof Gill) โฆษกด้านการค้าของคณะกรรมาธิการยุโรป ระบุอย่างเป็นทางการว่าข้อเสนอภาษีดังกล่าว "ไม่ยุติธรรม" สิ่งสำคัญคือ อียูได้ผูกข้อโต้แย้งของตนกับข้อตกลงทางการค้าที่เพิ่งบรรลุกับสหรัฐฯ เมื่อไม่นานนี้ โดยระบุว่าตนคาดหวังให้วอชิงตัน "เคารพเงื่อนไขของข้อตกลงทางการค้าอย่างเต็มที่"
บทสรุป: จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทราบว่า ภาษีเหล่านี้ยังคงเป็นเพียง ข้อเสนอ และยังไม่มีผลบังคับใช้ ทาง USTR ได้เริ่มเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ โดยกำหนดให้มีการยื่นความคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรภายในวันที่ 6 กรกฎาคม 2026 และการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องจะเริ่มขึ้นในวันถัดไปคือวันที่ 7 กรกฎาคม ช่วงเวลานี้เปิดโอกาสให้ประเทศที่ได้รับผลกระทบ ภาคธุรกิจ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ สามารถโต้แย้งผลการสอบสวนและมาตรการตอบโต้ที่อาจเกิดขึ้นได้ ก่อนที่จะมีการเรียกเก็บภาษีในขั้นสุดท้าย อัตราภาษี ขอบเขต และวันที่บังคับใช้สุดท้ายล้วนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามกระบวนการรับฟังความเห็นนี้