วันที่ 2 มิถุนายน 2026 รัฐบาลทรัมป์เสนอขึ้นภาษี 10% หรือ 12.5% สำหรับการนำเข้าจาก 60 เขตเศรษฐกิจ รวมถึงจีนและอียู หลังการสอบสวนพบว่าประเทศเหล่านี้ล้มเหลวในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับอย่างเพียงพอ กระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่าข้อค้นพบของสหรัฐฯ เป็น 'ข้ออ้าง' และเป็นรูปแบบหนึ่งของลัทธิกีดกันทางการค้า โด...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What were the key reactions from China and the EU to the proposed US tariffs of up to 12.5% on imports from China and 59 other economies, ba. Article summary: On June 2, 2026, the Trump administration proposed additional tariffs of **10% or 12.5%** on imports from 60 economies — including China — after concluding under Section 301 of the Trade Act of 1974 that those countries . Topic tags: general, government, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# SpotlightLIVE: The Trump administration has proposed fresh tariffs on India and 59 other economies, citing concerns over the enforcement of rules against goods linked to forced l" source context "2K views · 26 reactions | SpotlightLIVE: The Trump administration has proposed fresh tariffs on India an
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2026 ข้อพิพาททางการค้าครั้งใหม่ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกและแปซิฟิกได้ปะทุขึ้น หลังจากสหรัฐอเมริกาเสนอให้มีการจัดเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มเติมกับสินค้าจาก 60 ประเทศคู่ค้า โดยอ้างเหตุผลว่าพวกเขาล้มเหลวในการต่อสู้กับปัญหาการใช้แรงงานบังคับ ข้อเสนอดังกล่าวซึ่งจะเพิ่มภาษีในอัตรา 10% หรือ 12.5% สำหรับการนำเข้าทั้งหมดจากกลุ่มประเทศเป้าหมาย ได้จุดชนวนให้เกิดการประณามอย่างรุนแรงจากทั้งจีนและสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวและส่งสัญญาณว่าพร้อมที่จะตอบโต้
ข้อเสนอขึ้นภาษีดังกล่าวมีที่มาจากการสอบสวนขนานใหญ่ซึ่งเปิดฉากขึ้นในเดือนมีนาคม 2026 โดยสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (Office of the United States Trade Representative หรือ USTR) ภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974 (Trade Act of 1974) ทาง USTR ได้ตรวจสอบว่า 60 เขตเศรษฐกิจล้มเหลวในการออกกฎหมายห้ามการนำเข้าสินค้าที่ทำจากแรงงานบังคับอย่างเพียงพอหรือไม่ ซึ่งพวกเขามองว่าความล้มเหลวดังกล่าวเป็น "เรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล" และสร้างภาระให้กับการค้าของสหรัฐฯ
ในเดือนมิถุนายน USTR ได้สรุปว่าเขตเศรษฐกิจทั้ง 60 แห่งที่ถูกสอบสวนล้วนมีข้อบกพร่อง แต่ก็ได้กำหนดระบบการลงโทษทางภาษีออกเป็นสองระดับ โดยพิจารณาจากความรุนแรงของผลการสอบสวน
ในแถลงการณ์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เจมีสัน เกรียร์ (Jamieson Greer) ให้เหตุผลว่ามาตรการนี้เป็นการปกป้องแรงงานอเมริกัน "ความล้มเหลวของคู่ค้าที่สำคัญที่สุดของเราในการจัดการกับการนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ สิ่งนี้สร้างพลวัตที่แรงงานอเมริกันต้องถูกบังคับให้แข่งขันในระดับโลกบนสนามแข่งขันที่ไม่เสมอภาค" เขากล่าว นักวิเคราะห์มองว่าการเคลื่อนไหวนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของรัฐบาลทรัมป์ที่ต้องการเสริมสร้างกำแพงภาษีและสร้างอำนาจต่อรองทางการค้าใหม่ๆ
การตอบสนองของจีนเป็นไปอย่างรวดเร็วและไม่คลุมเครือ โดยปฏิเสธทั้งพื้นฐานทางกฎหมายและข้อกล่าวอ้างด้านข้อเท็จจริงของข้อเสนอจากสหรัฐฯ เหมา หนิง (Mao Ning) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน มองว่าผลการสอบสวนดังกล่าวเป็น "ข้ออ้าง" สำหรับลัทธิกีดกันทางการค้า และปฏิเสธว่ามีการใช้แรงงานบังคับในภาคการผลิตของประเทศ
"ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าแรงงานบังคับในจีน และเราต่อต้านการใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในการบิดเบือนทางการเมือง" เหมากล่าว พร้อมทั้งระบุว่ามาตรการภาษีนี้เป็นปฏิบัติการฝ่ายเดียวที่จีนคัดค้านอย่างหนักแน่น
นอกเหนือจากการปฏิเสธแล้ว ปักกิ่งยังได้ออกคำเตือนที่ชัดเจนเกี่ยวกับผลพวงของความตึงเครียดทางการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้น "สงครามภาษีและสงครามการค้าไม่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายใด" เหมากล่าว พร้อมเสริมว่าจีนจะใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของตนเอง ถ้อยแถลงนี้เปิดช่องให้มีการตอบโต้ของจีนด้วยการตั้งกำแพงภาษีหรือมาตรการกีดกันทางการค้าอื่นๆ ในอนาคต
สหภาพยุโรปก็ตอบโต้อย่างเผ็ดร้อนเช่นเดียวกัน โดยเจ้าหน้าที่แสดงออกถึงความรู้สึกเหลือเชื่อและหงุดหงิดใจ แบร์นด์ ลางเกอ (Bernd Lange) ประธานคณะกรรมการการค้าของรัฐสภายุโรป กล่าวถึงผลการสอบสวนของสหรัฐฯ ว่า "ไร้สาระอย่างยิ่ง" พร้อมกับให้เหตุผลว่าอียูได้ใช้กฎเกณฑ์ที่เข้มงวดที่สุดในโลกบางประการที่มุ่งเป้าไปยังผลิตภัณฑ์ที่ทำด้วยแรงงานบังคับแล้ว
โอลอฟ กิลล์ (Olof Gill) โฆษกด้านการค้าของคณะกรรมาธิการยุโรป ระบุอย่างเป็นทางการว่าข้อเสนอภาษีดังกล่าว "ไม่ยุติธรรม" สิ่งสำคัญคือ อียูได้ผูกข้อโต้แย้งของตนกับข้อตกลงทางการค้าที่เพิ่งบรรลุกับสหรัฐฯ เมื่อไม่นานนี้ โดยระบุว่าตนคาดหวังให้วอชิงตัน "เคารพเงื่อนไขของข้อตกลงทางการค้าอย่างเต็มที่"
กิลล์เตือนว่า การขึ้นภาษีใดๆ เพิ่มเติมจากอัตราที่ได้ตกลงกันไว้จะเป็นสิ่งที่ "ยอมรับไม่ได้" ด้วยน้ำเสียงที่สอดคล้องกับท่าทีที่แข็งกร้าวก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคม คณะกรรมาธิการได้ส่งสัญญาณว่าพร้อมที่จะลงมือ โดยก่อนหน้านี้เคยระบุว่าจะ "ตอบสนองอย่างหนักแน่นและเป็นสัดส่วนต่อการละเมิดแถลงการณ์ร่วมระหว่างสหภาพยุโรปและสหรัฐฯ"
เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทราบว่า ภาษีเหล่านี้ยังคงเป็นเพียง ข้อเสนอ และยังไม่มีผลบังคับใช้ ทาง USTR ได้เริ่มเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ โดยกำหนดให้มีการยื่นความคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรภายในวันที่ 6 กรกฎาคม 2026 และการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องจะเริ่มขึ้นในวันถัดไปคือวันที่ 7 กรกฎาคม ช่วงเวลานี้เปิดโอกาสให้ประเทศที่ได้รับผลกระทบ ภาคธุรกิจ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ สามารถโต้แย้งผลการสอบสวนและมาตรการตอบโต้ที่อาจเกิดขึ้นได้ ก่อนที่จะมีการเรียกเก็บภาษีในขั้นสุดท้าย อัตราภาษี ขอบเขต และวันที่บังคับใช้สุดท้ายล้วนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามกระบวนการรับฟังความเห็นนี้
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
วันที่ 2 มิถุนายน 2026 รัฐบาลทรัมป์เสนอขึ้นภาษี 10% หรือ 12.5% สำหรับการนำเข้าจาก 60 เขตเศรษฐกิจ รวมถึงจีนและอียู หลังการสอบสวนพบว่าประเทศเหล่านี้ล้มเหลวในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับอย่างเพียงพอ
วันที่ 2 มิถุนายน 2026 รัฐบาลทรัมป์เสนอขึ้นภาษี 10% หรือ 12.5% สำหรับการนำเข้าจาก 60 เขตเศรษฐกิจ รวมถึงจีนและอียู หลังการสอบสวนพบว่าประเทศเหล่านี้ล้มเหลวในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับอย่างเพียงพอ กระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่าข้อค้นพบของสหรัฐฯ เป็น 'ข้ออ้าง' และเป็นรูปแบบหนึ่งของลัทธิกีดกันทางการค้า โดยยืนกรานปฏิเสธว่าไม่มีแรงงานบังคับในภาคการผลิตของตน และเตือนว่า 'สงครามภาษีและสงครามการค้าไม่เป็นประโยชน์ต่อฝ่...
สหภาพยุโรปมองว่าข้อเสนอนี้ 'ไม่ยุติธรรม' และ 'ไร้สาระอย่างยิ่ง' โดยอ้างถึงกฎเกณฑ์ต่อต้านแรงงานบังคับที่เข้มงวดของตนเองแล้ว และระบุว่าคาดหวังให้สหรัฐฯ เคารพข้อตกลงทางการค้าที่เพิ่งทำร่วมกันอย่างเต็มที่