วันที่ 3 มิถุนายน 2026 อิหร่านยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวตและบาห์เรน เป็นการตอบโต้ที่สหรัฐฯ โจมตีเกาะเคชม์ ส่งผลให้วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซทวีความรุนแรงขึ้น ด้านสหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมทางทะเลต่อไป ความขัดแย้งดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 138 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนเมษายน และ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What are the latest developments in the Trump administration's naval blockade of Iran in the Strait of Hormuz, including Trump's prediction. Article summary: Here is a breakdown of the latest verified developments across each major dimension of the crisis. The search evidence strongly supports the broad contours of the situation you described, though some specifics (e.g., the. Topic tags: general, general web, government, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "President Donald Trump, accompanied by Defense Secretary Pete Hegseth and Chairman of the Joint Chiefs of Staff Gen. Dan Caine, speaks with reporters in the James Brady Press Brief" source context "Trump administration sows confusion as it tries to reopen Strait of Hormuz" Reference image 2: visual sub
สถานการณ์ตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางผ่านที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ได้ก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนอันตรายเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2026 เมื่ออิหร่านปฏิบัติการตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรนโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวตและบาห์เรน นี่คือการยกระดับความขัดแย้งทางทหารครั้งสำคัญ ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ ทำลายช่องทางการทูตที่เปราะบางลงอย่างสิ้นเชิง และเปลี่ยนโฉมหน้าความมั่นคงของเส้นทางเดินเรือพลังงานโลกอย่างไม่มีวันหวนคืน
ความขัดแย้งระลอกใหม่เริ่มต้นขึ้นจากสิ่งที่อิหร่านเรียกว่าเป็นการตอบโต้ที่ "รุนแรงยิ่งกว่า" ต่อการโจมตีของสหรัฐฯ บนเกาะเคชม์ (Qeshm Island) ในวันที่ 3 มิถุนายน 2026 กองทัพอิหร่านประกาศว่าพวกเขาได้พุ่งเป้าไปที่กองบัญชาการกองเรือที่ 5 ของสหรัฐฯ ในบาห์เรน และฐานทัพอากาศของสหรัฐฯ ในภูมิภาค การโจมตีซึ่งใช้ทั้งขีปนาวุธและโดรนนี้ เป็นการตอบโต้ที่สหรัฐฯ ถูกกล่าวหาว่าโจมตีเสาสัญญาณโทรคมนาคมและเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านใกล้เกาะเคชม์
รัฐบาลคูเวตยืนยันว่าได้สกัดกั้นขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านระหว่างการโจมตี รายงานระบุว่าหนึ่งในการโจมตีของอิหร่านทำให้ชาวอินเดียเสียชีวิตหนึ่งรายที่สนามบินนานาชาติคูเวต และบาดเจ็บอีกกว่า 60 คน นับเป็นความสูญเสียที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งจากการโจมตีของอิหร่านในภูมิภาค นับตั้งแต่สงครามอิหร่านในวงกว้างปะทุขึ้น
รายงานก่อนหน้านี้ไม่นานระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้ยิงขีปนาวุธเฮลไฟร์ (Hellfire) เพื่อทำลายเรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติบอตสวานาที่มุ่งหน้าไปยังท่าเรือของอิหร่านบนเกาะคาร์ก (Kharg Island) ก่อนการตอบโต้ของอิหร่านไม่นานนัก อย่างไรก็ตาม ลำดับเหตุการณ์และประเภทของอาวุธที่ใช้ยังคงไม่ได้รับการยืนยันอย่างสมบูรณ์
การปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ของรัฐบาลทรัมป์นั้น ถูกบังคับใช้เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2026 เวลา 10.00 น. ตามเวลา Eastern Time ของสหรัฐฯ (ตรงกับเวลาประมาณ 21.00 น. ในไทย) การดำเนินการนี้เกิดขึ้นทันทีหลังจากการล่มสลายของการเจรจาที่อิสลามาบัด (Islamabad Talks) ซึ่งล้มเหลวในการยุติสงครามอิหร่านปี 2026
ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวคำขู่ที่ชัดเจนผ่านโซเชียลมีเดียว่า: "คำเตือน: หากเรือลำใดเข้าใกล้การปิดล้อมของเรา พวกมันจะถูกกำจัดทันที โดยใช้ระบบการสังหารแบบเดียวกับที่เราใช้กับพ่อค้ายาบนเรือในทะเล มันรวดเร็วและโหดร้าย" การปิดล้อมนี้มุ่งเป้าไปที่เรือทุกลำที่เดินทางไปยังหรือมาจากท่าเรือของอิหร่าน ในขณะที่เรือที่แวะเทียบท่าที่ไม่ใช่ของอิหร่านจะได้รับอนุญาตให้ผ่านไปได้ หากอิหร่านยินยอมให้ผ่าน
ต่อมาในวันที่ 1 พฤษภาคม 2026 ทรัมป์ยอมรับว่าการปิดล้อมอาจทำให้ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดต่อไปอีกหลายเดือน หรือตลอดช่วงฤดูร้อน แม้จะเผชิญแรงกดดันมหาศาลจากผลกระทบทางเศรษฐกิจก็ตาม สหรัฐฯ ได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายของอิหร่านตามแนวช่องแคบมาตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม 2026 และยังคงดำเนินอยู่ต่อเนื่อง
มีปฏิบัติการสั้นๆ ของสหรัฐฯ ในชื่อ "Operation Project Freedom" ระหว่างวันที่ 4-6 พฤษภาคม 2026 แต่ถูกระงับชั่วคราว ซึ่งตอกย้ำถึงความยากลำบากในการเปิดเส้นทางน้ำนี้โดยใช้กำลัง
ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤตฮอร์มุซนั้นน่าตกตะลึง ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude) พุ่งขึ้นไปแตะที่ ระดับ 138 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในวันที่ 7 เมษายน 2026 และเฉลี่ยอยู่ที่ 117 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลตลอดทั้งเดือน ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยรายเดือนที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ ราคาน้ำมันในตลาดจริง (Physical oil prices) พุ่งสูงขึ้นชั่วคราวเกือบแตะ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงต้นเดือนเมษายน เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนอุปทานส่งผลกระทบโดยตรงต่อโรงกลั่นในยุโรปและเอเชีย
เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) ได้ออกรายงานคาดการณ์เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2026 โดยสันนิษฐานว่าช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดอย่างมีประสิทธิภาพไปจนถึงปลายเดือนพฤษภาคม และการสัญจรจะค่อยๆ กลับมาดำเนินการได้ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมหรือต้นเดือนมิถุนายน แต่ถึงแม้จะมีการเปิดเส้นทางอย่างค่อยเป็นค่อยไป EIA ก็ยังเตือนว่าจะต้องใช้เวลาจนถึงปลายปี 2026 หรือต้นปี 2027 กว่ารูปแบบการผลิตและการค้าก่อนเกิดความขัดแย้งจะกลับสู่ภาวะปกติ
เจพีมอร์แกน (JP Morgan) หนึ่งในธนาคารยักษ์ใหญ่ระดับโลก ออกคำเตือนที่ชัดเจนที่สุด โดยบรูซ แคสแมน (Bruce Kasman) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคาร ระบุว่าหากช่องแคบนี้ถูกปิดต่อไปอีกหนึ่งเดือน อาจผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งสูงถึง 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และนำไปสู่การจำกัดการจ่ายไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ในภาคอุตสาหกรรม EIA ยังรายงานด้วยว่าสต็อกน้ำมันทั่วโลกลดลงเฉลี่ย 8.5 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาสที่สองของปี 2026
ควบคู่ไปกับความขัดแย้งทางทหาร อิหร่านได้ดำเนินการเพื่อสร้างความเป็นสถาบันในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซผ่าน องค์กรช่องแคบอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf Strait Authority: PGSA) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในเดือนมีนาคม 2026 และเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2026 โดย PGSA กำหนดให้เรือต้องยื่นคำขอโดยละเอียดและชำระค่าผ่านทางเพื่อ "การสัญจรที่ปลอดภัย"
รายงานค่าธรรมเนียมระบุว่าสูงถึง 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ (VLCC) หนึ่งลำ โดยสามารถชำระเป็นเงินหยวนจีนที่ส่งผ่านธนาคารคุนหลุน (Kunlun Bank) และระบบ CIPS (China International Payment System) หรือชำระด้วยบิตคอยน์ (Bitcoin) และสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าคงที่ (Stablecoins) ที่โอนเข้ากระเป๋าเงินที่เชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) หน่วยงาน PGSA ได้เปิดตัวอีเมลทางการ เว็บไซต์โดเมน PGSA.ir และบัญชีบน X.com ซึ่งเป็นสัญญาณว่าตั้งใจจะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกำกับดูแลถาวร
ระบอบการเก็บค่าผ่านทางนี้ไม่มีพื้นฐานทางกฎหมายใดๆ ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) และไม่ได้รับการยอมรับจากประชาคมระหว่างประเทศ สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (OFAC) กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้คว่ำบาตร PGSA เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2026 แต่หน่วยงานนี้ยังคงดำเนินการนอกระบบการเงินของสหรัฐฯ ได้อย่างที่ตั้งใจไว้ โดยใช้สกุลเงินดิจิทัลในการหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร
นักวิเคราะห์มองว่า PGSA เป็นตัวแทนของ 'ยุทธศาสตร์การสร้างความสำเร็จที่เป็นจริง' (strategic fait accompli) กล่าวคือ อิหร่านกำลังพยายามเปลี่ยนจุดคอขวดในช่วงสงครามให้กลายเป็นทรัพย์สินด้านกฎระเบียบถาวร ที่สามารถใช้ประโยชน์ในการเจรจา และสร้างรายได้จากสกุลเงินแข็งโดยไม่ต้องพึ่งพาผลลัพธ์ทางการทูตใดๆ
ผลสะสมต่อการค้าโลกนั้นรุนแรงมาก รายงานวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซปี 2026 บรรยายถึงเส้นทางน้ำนี้ว่า "ถูกปิดโดยพฤตินัย" และการสัญจรทางเรือว่า "ถูกปิดกั้นเป็นส่วนใหญ่" โดยปกติแล้ว น้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ประมาณ 20% ของโลกต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ข้อจำกัดนี้ได้ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปทั่วทั้งห่วงโซ่อุปทานโลก ทำให้ต้นทุนด้านพลังงานและปัจจัยการผลิตทางการเกษตรเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก
การปิดล้อมของสหรัฐฯ ถูกประกาศใช้หลังจากความล้มเหลวของการเจรจาที่กรุงอิสลามาบัด และการเปิดตัว PGSA ของอิหร่านอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 พฤษภาคม ก็เกิดขึ้นก่อนการเจรจาตามกำหนดกับโอมานเพียงหกวัน ซึ่งเท่ากับเป็นการตัดตอนช่องทางการทูตนั้นอย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่เรือบางลำ รวมถึงกลุ่มเรือที่ติดธงอินเดียจำนวนหกลำ ได้ผ่านช่องแคบภายใต้ข้อตกลงการผ่านโดยปลอดภัยแบบทวิภาคีกับอิหร่าน แต่เรือที่เชื่อมโยงกับชาติตะวันตกยังคงถูกกีดกันเป็นส่วนใหญ่
ณ ช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2026 วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซยังคงไร้ทางออก การปะทะทางทหารทวีความรุนแรงขึ้น ตลาดพลังงานโลกอยู่ภายใต้ความตึงเครียดขั้นสุด และอิหร่านกำลังฝังรากลึกสถาปัตยกรรมการบริหารใหม่เหนือจุดผ่านน้ำมันที่สำคัญที่สุดในโลก
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
วันที่ 3 มิถุนายน 2026 อิหร่านยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวตและบาห์เรน เป็นการตอบโต้ที่สหรัฐฯ โจมตีเกาะเคชม์ ส่งผลให้วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซทวีความรุนแรงขึ้น ด้านสหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมทางทะเลต่อไป
วันที่ 3 มิถุนายน 2026 อิหร่านยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวตและบาห์เรน เป็นการตอบโต้ที่สหรัฐฯ โจมตีเกาะเคชม์ ส่งผลให้วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซทวีความรุนแรงขึ้น ด้านสหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมทางทะเลต่อไป ความขัดแย้งดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 138 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนเมษายน และเจพีมอร์แกนเตือนว่าหากช่องแคบถูกปิดต่อไปอีกหนึ่งเดือน ราคาอาจพุ่งแตะ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
อิหร่านจัดตั้ง 'องค์กรช่องแคบอ่าวเปอร์เซีย' (PGSA) เรียกเก็บค่าผ่านทางเรือบรรทุกน้ำมันสูงสุด 2 ล้านดอลลาร์ต่อลำ โดยรับชำระเป็นบิตคอยน์หรือเงินหยวนจีน ซึ่งเป็นระบบที่ไร้พื้นฐานตามกฎหมายระหว่างประเทศ