A.G. Sulzberger ผู้จัดพิมพ์ NYT เปิดฉากการประชุม World News Media Congress ครั้งที่ 77 ในมาร์กเซย ด้วยการประณามบริษัท AI ว่า "ขโมยทรัพย์สินทางปัญญาอย่างโจ่งแจ้งครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์" พร้อมตำหนิอุตสาหกรรมสื่อท...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What happened at the 77th World News Media Congress in Marseille regarding publishers' strategies for surviving and profiting from AI, inclu. Article summary: Here is what happened at the 77th World News Media Congress in Marseille (June 1–3, 2026, hosted by WAN-IFRA at the Palais du Pharo), confirmed by detailed on-site reporting, AFP coverage, and sources from WAN-IFRA and t. Topic tags: general, education, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# AI threatens future of journalism, New York Times publisher warns. A.G. Sulzberger, The New York Times Chairman and Publisher, speaking at WAN-IFRA's World News Media Congress. T" source context "AI Threatens Journalism's Future, Warns NYT Publisher" Reference image 2: visual subject "MARSEILLE, June
ในระหว่างการปราศรัยความยาว 40 นาที ที่ผู้เข้าร่วมการประชุม World News Media Congress ครั้งที่ 77 ณ เมืองมาร์กเซย ประเทศฝรั่งเศส ต่างลงความเห็นว่าเป็นหนึ่งในสุนทรพจน์ที่ทรงพลังและเป็นจุดเปลี่ยนของงาน A.G. ซัลซ์เบอร์เกอร์ ผู้จัดพิมพ์แห่ง New York Times ไม่ได้เพียงแค่วินิจฉัยโรคที่รุมเร้าอุตสาหกรรมสื่อเท่านั้น หากแต่เขาประกาศก้องเรียกร้องให้ผองเพื่อนร่วมอาชีพเลิกทำตัวเป็นเหยื่อ และเริ่มมองช่วงเวลานี้ว่าเป็นการต่อสู้เพื่อปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาครั้งใหญ่ ตลอดสามวัน ณ Palais du Pharo การประชุมที่จัดโดย WAN-IFRA ระหว่างวันที่ 1 ถึง 3 มิถุนายน ค.ศ. 2026 ได้เผยให้เห็นอุตสาหกรรมที่ยืนอยู่บนทางแยกแห่งกลยุทธ์ กำลังเผชิญหน้าคลื่นกระแทกจาก AI ที่แทรกซึมลึกถึงแก่นโมเดลธุรกิจ และในขณะเดียวกันก็พยายามทดลองใช้เทคโนโลยีเดียวกันนี้เพื่อสร้างกำไร
สิ่งที่ดำเนินเป็นเรื่องราวหลักคือความย้อนแย้งที่แสนจะอึดอัด: บริษัทเดียวกับที่ผู้จัดพิมพ์กล่าวหาว่า "ขโมยอย่างโจ่งแจ้ง" กำลังเป็นผู้กุมเทคโนโลยีที่พวกเขาจำเป็นต้องใช้เพื่อความอยู่รอด คำถามที่ว่าแต่ละองค์กรจะหาทางออกจากความขัดแย้งนี้อย่างไร ไม่ว่าจะด้วยการฟ้องร้อง การรวมตัวต่อรองค่าลิขสิทธิ์ หรือการรื้อนิยามคำว่า 'ผู้อ่าน' เสียใหม่ ได้กลายเป็นตัวกำหนดบทสนทนาทุกวงในมาร์กเซย
ในวันที่ 1 มิถุนายน ระหว่างการปาฐกถาเปิดงาน ซัลซ์เบอร์เกอร์ได้วางกรอบวิกฤตนี้ด้วยถ้อยคำที่บรรดาบรรณาธิการและผู้จัดพิมพ์กว่า 1,360 ชีวิตที่มารวมตัวกันไม่อาจมองข้ามได้ เขากล่าวหาบริษัท AI ว่า “ขโมยทรัพย์สินทางปัญญาอย่างโจ่งแจ้งในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน” และอธิบายถึงโมเดลที่ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยี “ขุดเจาะข้อมูลจากเว็บไซต์ข่าวโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือจ่ายค่าตอบแทน” ภาษาที่ใช้ถูกเลือกสรรมาอย่างดี ซัลซ์เบอร์เกอร์ให้เหตุผลว่า “การจี้ปล้นพื้นที่สาธารณะ” เกิดขึ้นได้จาก “บาปดั้งเดิมที่หล่อเลี้ยงผลิตภัณฑ์ AI ของพวกเขา”— การนำแรงงานนักข่าวที่ได้รับการคุ้มครองด้วยลิขสิทธิ์ไปใช้เป็นจำนวนมหาศาลโดยไร้กรอบกฎหมายเรื่องค่าตอบแทน
ที่เผ็ดร้อนที่สุดคือการที่เขาหันปากกระบอกเสียงมาจวกใส่อุตสาหกรรมของตนเอง “อาชีพของเราเงียบเกินไป นิ่งเฉยเกินไป และแตกแยกเกินไป เมื่อต้องเผชิญกับการละเมิดของบริษัท AI” ซัลซ์เบอร์เกอร์ประกาศก้อง พร้อมตีกรอบให้ความเฉื่อยชาของคนในวงการเป็นความล้มเหลวที่ไร้หัวใจนักสู้ คำตอบของเขาคือ “ข้อตกลงใหม่” ที่จะบังคับให้ผลกำไรของ AI ต้องไหลกลับคืนสู่ห้องข่าว ซึ่งเขาให้เหตุผลว่าเป็นสิ่งที่ต้องเอาชนะให้ได้ด้วยความเป็นหนึ่งเดียว ไม่ใช่ผ่านดีลรายบุคคลแบบกระจัดกระจาย
ซัลซ์เบอร์เกอร์มีข้อมูลหนุนหลังที่แสดงถึงความเร่งด่วนนี้ ข้อมูลชี้ว่า AI Overviews ในผลการค้นหาลดอัตราการคลิกเข้ามายังเว็บไซต์ (Click-through Rate) ลงเกือบครึ่งหนึ่ง แนวโน้มนี้กำลังดูดกลืนปริมาณการเข้าชม (Traffic) ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงโมเดลธุรกิจดิจิทัลโดยตรง สุนทรพจน์นี้ที่ถูกส่งต่อไปยังผู้ฟังกว่า 1,300 คนจากกว่า 60 ประเทศ ถูกมองว่าเป็นการปกป้องรากฐานทางเศรษฐกิจของสื่อสารมวลชนที่ดุดันที่สุด ณ จุดตัดของเอไอ ลิขสิทธิ์ และอำนาจแพลตฟอร์มเทคโนโลยี
ขณะที่สุนทรพจน์ของซัลซ์เบอร์เกอร์วางน้ำเสียงแห่งการต่อสู้ ในเวิร์กช็อป "Discovery: How to Survive and Profit from AI" ได้เผยให้เห็นว่าไม่มีความเห็นพ้องต้องกันในหมู่ผู้จัดพิมพ์ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร สามสำนักพิมพ์เสนอวิสัยทัศน์ที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง
สำนักพิมพ์จากออสเตรียกำลังเดิมพันด้วยแนวคิดที่ท้าทายที่สุด: หยุดปรับแต่งเว็บไซต์เพื่อผู้อ่านมนุษย์แต่เพียงเท่านั้น เซบาสเตียน เคราส์ ผู้อำนวยการฝ่ายดิจิทัล แถลงถึงกลยุทธ์ที่กำลังปรับเปลี่ยนใหม่ โดยตั้งต้นบนฐานคิดที่ว่า AI Agents และ Crawlers ต่างๆ คือกลุ่มผู้เข้าชมที่กำลังเติบโต และควรถูกดูแลรวมถึงวัดผลต่างจากมนุษย์ หลังจากที่ใช้เวลา 15 ปีไล่ล่าคลิกจาก Google เคราส์ให้เหตุผลว่าตอนนี้ผู้จัดพิมพ์กำลังพบ "ผู้เข้าชม" รูปแบบใหม่ ที่เสพงานข่าวแต่ไม่เคยกดเข้ามาอ่านที่เว็บไซต์ต้นทาง ทีมของเขากำลังออกแบบสถาปัตยกรรมเนื้อหาใหม่โดยนับว่าบอทคือผู้อ่านระดับเฟิร์สคลาส
สำนักพิมพ์จากสวีเดนนำเสนอแนวคิดการใช้ AI เพื่อเพิ่มความผูกพันของสมาชิก มากกว่าจะใช้ยิงแต่เนื้อหาใหม่ๆ แจน เฮลิน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ อธิบายถึงการพัฒนาสู่ "คลังบทความเชิงสนทนา" ที่ให้ผู้ใช้สามารถโต้ตอบกับฐานข้อมูลบทความย้อนหลังจำนวนมหาศาลของสำนักพิมพ์ผ่านภาษาธรรมชาติ โดยขยับออกห่างจากระบบแนะนำแบบกว้างๆ ไปสู่โมเดลที่มีความเป็นส่วนตัวสูงและโต้ตอบได้มากขึ้น ในขณะที่ภายนอก Bonnier ยืนหยัดในเชิงป้องกันเรื่องค่าลิขสิทธิ์ ภายในพวกเขากลับใช้เครื่องมือ AI เพิ่มผลิตภาพอย่างเข้มข้นในการพัฒนาซอฟต์แวร์และการบริการลูกค้า
ตัวเลขการมีส่วนร่วม (Engagement) ที่ชัดเจนที่สุดที่ปรากฏในมาร์กเซยมาจากอินเดีย โดยปุณฑี ศรีราม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์แห่ง The Hindu Group สาธิตให้เห็นว่าผู้จัดพิมพ์ใช้ AI ไม่ใช่เป็นเครื่องผลิตเนื้อหา แต่เป็นเครื่องมือในการค้นพบและปรับประสบการณ์ให้ตรงตัวบุคคล แทคติกสำคัญคือ: การเอาบทความข่าวชิ้นเดียวกันมาผลิตซ้ำเป็นหลายรูปแบบด้วย AI เช่น สรุปความ, รูปแบบถาม-ตอบ, แบบสั้น (~200 คำ) และแบบยาว (~300 คำ) เพื่อให้เข้ากับพฤติกรรมการอ่านที่หลากหลาย ผลลัพธ์คือการก้าวกระโดดของ Engagement ที่สามารถวัดผลได้ โดยจากเดิม Engagement ในรูปแบบคอนเทนต์ที่สร้างโดย AI อยู่ที่เพียง 6% กลับพุ่งสูงขึ้นถึง 36% The Hindu จัดทีมขับเคลื่อน AI ไว้สามเสาหลัก—การปรับเปลี่ยนรูปแบบคอนเทนต์, จุดค้นพบแบบเฉพาะบุคคลในแอป, และการเปลี่ยน Modality เช่น การใช้เสียงที่สร้างจาก AI—โดยทั้งหมดยังอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวดว่าต้องมี "มนุษย์ตรวจสอบ" (Human-in-the-loop) ก่อนเนื้อหาทุกชิ้นจะถูกเผยแพร่เสมอ
มหกรรมครั้งนี้ยังเป็นเวทีสาธารณะสำหรับการเคลื่อนไหวเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญ: การขยายตัวของ แนวร่วม SPUR Coalition พันธมิตรผู้จัดพิมพ์ที่ผลักดันให้เกิดมาตรฐานสัญญาอนุญาต AI และอำนาจในการต่อรองร่วมกัน แนวร่วมนี้ได้สมาชิกใหม่ประมาณ 30 ราย ซึ่งเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดที่ดึงผู้เล่นระดับภูมิภาครายใหญ่ในยุโรปเข้ามา ในบรรดาสมาชิกใหม่ประกอบด้วย SIPA Ouest-France Group สหภาพสื่อภูมิภาคของฝรั่งเศสที่ใหญ่ที่สุด, Bonnier News แห่งสวีเดน, Ringier กลุ่มบริษัทสื่อยักษ์ใหญ่จากสวิตเซอร์แลนด์ และที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือการที่ WAN-IFRA เข้าร่วมเป็นพันธมิตรระดับโลกด้วยตัวเอง การขยายตัวนี้ส่งสัญญาณถึงความพยายามประสานงานที่กำลังสุกงอมข้ามพรมแดนประเทศ โดยเปลี่ยนจากดีลค่าตอบแทนแบบทวิภาคีที่กระจัดกระจาย ไปสู่ความพยายามระดับอุตสาหกรรมที่จะสร้างเงื่อนไขมาตรฐานว่าเนื้อหาข่าวจะมีมูลค่าแค่ไหน และควรได้รับการชดเชยจากแพลตฟอร์ม AI อย่างไร
เมื่อการประชุมสิ้นสุดลงในวันที่ 3 มิถุนายน สาส์นจากมาร์กเซยก็ดังก้องชัดเจน: การต่อสู้เรื่อง AI ในแวดวงสื่อสารมวลชนไม่ได้กำลังจะมาถึง แต่มันอยู่ตรงนี้แล้ว และผู้จัดพิมพ์กำลังตัดสินใจอย่างเป็นรูปธรรม—แม้จะด้วยหนทางที่ต่างกัน—ว่าจะเลือกสู้ ปรับตัว หรือมอง AI ให้เป็นสมาชิกรายเดือนที่หน้าตาแสนประหลาด
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
A.G. Sulzberger ผู้จัดพิมพ์ NYT เปิดฉากการประชุม World News Media Congress ครั้งที่ 77 ในมาร์กเซย ด้วยการประณามบริษัท AI ว่า "ขโมยทรัพย์สินทางปัญญาอย่างโจ่งแจ้งครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์" พร้อมตำหนิอุตสาหกรรมสื่อท...
A.G. Sulzberger ผู้จัดพิมพ์ NYT เปิดฉากการประชุม World News Media Congress ครั้งที่ 77 ในมาร์กเซย ด้วยการประณามบริษัท AI ว่า "ขโมยทรัพย์สินทางปัญญาอย่างโจ่งแจ้งครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์" พร้อมตำหนิอุตสาหกรรมสื่อท... สามกลยุทธ์เอาตัวรอดที่แตกต่างสุดขั้ว: Kleine Zeitung มอง AI Bot เป็น 'กลุ่มผู้อ่านใหม่' ขณะที่ The Hindu Group ใช้ AI ปรับรูปแบบเนื้อหาจน Engagement พุ่งจาก 6% เป็น 36%
แนวร่วม SPUR Coalition ได้สมาชิกใหม่ 30 ราย รวมถึง SIPA Ouest France, Bonnier News และ Ringier ส่งสัญญาณการรวมตัวครั้งใหญ่เพื่อต่อรองมาตรฐานค่าลิขสิทธิ์ AI ในระดับโลก