คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ NASA ประกาศเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2026 ว่า MAVEN ไม่สามารถกู้คืนได้ หลังขาดการติดต่อเป็นเวลา 6 เดือน โดยคาดว่าความขัดข้องของหน่วยวัดเฉื่อยหรือ IMU ทำให้ยานหมุนควบคุมไม่ได้และแบตเตอรี่หมด [1][5][7] ทีมวิศวกรพยายามกู้ยานหลายขั้นตอน ทั้งสั่งตัดสัญญาณ “heartbeat” เพื่อบังคับให้เปลี่ยนไปใช้ IMU สำรอง และส่งคำสั่งให้ยานที่กำลังหมุนกลับมาหันแผงโซลาร์เซลล์เข้าหาดวงอาทิตย์ แต่ไม่เคยได้รับการตอบกลับ [3][5][15] ตลอดภารกิจ 11 ปี MAVEN เป็นยานลำแรกที่มุ่งศึกษาบรรยากาศชั้นบนของดาวอังคารโดยเฉพาะ พร้อมแสดงหลักฐานว่าลมสุริยะและพายุสุริยะค่อย ๆ กัดกร่อนบรรยากาศของดาวเคราะห์ดวงนี้ [1][9][18] MAVEN ยังทำหน้าที่เป็นสถานีถ่ายทอดข้อมูลให้รถสำรวจ Curiosity และ Perseverance รวมถึงยานลงจอด InSight โดยดำเนินการส่งต่อข้อมูลมากกว่า 1,850 ครั้ง [14][19] What happened to NASA's MAVEN Mars orbiter, why was it declared lost, how did engineers try to save it, and what was the mission's legacy an An artistic rendering of the MAVEN spacecraft in orbit around Mars, studying the planet’s upper atmosphere until contact was lost in late 2025. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What happened to NASA's MAVEN Mars orbiter, why was it declared lost, how did engineers try to save it, and what was the mission's legacy an. Article summary: On June 3, 2026, NASA officially declared the MAVEN Mars orbiter lost after six months of radio silence, ending a pioneering 11-year mission that reshaped our understanding of Mars' atmosphere and served as a critical co. Topic tags: general, government, academic, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# NASA’s Mars mission MAVEN is lost forever. MAVEN was the first successful mission designed to study the atmosphere of Mars. It also became a vital node of NASA’s communications n" source context "NASA’s Mars mission MAVEN is lost forever | Scientific American" Reference image 2: visual sub
openai.com NASA ปิดฉากภารกิจ MAVEN (Mars Atmosphere and Volatile EvolutioN) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2026 หลังความพยายามกู้ยานที่กินเวลานานเกือบครึ่งปีไม่สำเร็จ
ยานลำนี้ไม่ได้มีบทบาทแค่เก็บข้อมูลทางวิทยาศาสตร์จากวงโคจรดาวอังคารเท่านั้น แต่ยังเป็นเหมือนสถานีทวนสัญญาณที่ช่วยส่งคำสั่งและข้อมูลจากรถสำรวจบนพื้นผิวกลับมายังโลก การสูญเสีย MAVEN จึงเป็นทั้งการปิดฉากภารกิจสำคัญด้านวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์ และการลดกำลังของเครือข่ายสื่อสารรอบดาวอังคารไปพร้อมกัน
สัญญาณหายหลังผ่านด้านหลังดาวอังคาร
เหตุการณ์เริ่มขึ้นอย่างกะทันหันเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2025 MAVEN ส่งข้อมูลสถานะครั้งสุดท้าย โดยข้อมูลระบุว่าระบบต่าง ๆ ของยานยังทำงานเป็นปกติ
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "เกิดอะไรขึ้นกับ MAVEN และเหตุใดภารกิจสำรวจดาวอังคารนี้จึงสำคัญ" คืออะไร NASA ประกาศเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2026 ว่า MAVEN ไม่สามารถกู้คืนได้ หลังขาดการติดต่อเป็นเวลา 6 เดือน โดยคาดว่าความขัดข้องของหน่วยวัดเฉื่อยหรือ IMU ทำให้ยานหมุนควบคุมไม่ได้และแบตเตอรี่หมด [1][5][7]
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? NASA ประกาศเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2026 ว่า MAVEN ไม่สามารถกู้คืนได้ หลังขาดการติดต่อเป็นเวลา 6 เดือน โดยคาดว่าความขัดข้องของหน่วยวัดเฉื่อยหรือ IMU ทำให้ยานหมุนควบคุมไม่ได้และแบตเตอรี่หมด [1][5][7] ทีมวิศวกรพยายามกู้ยานหลายขั้นตอน ทั้งสั่งตัดสัญญาณ “heartbeat” เพื่อบังคับให้เปลี่ยนไปใช้ IMU สำรอง และส่งคำสั่งให้ยานที่กำลังหมุนกลับมาหันแผงโซลาร์เซลล์เข้าหาดวงอาทิตย์ แต่ไม่เคยได้รับการตอบกลับ [3][5][15]
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? ตลอดภารกิจ 11 ปี MAVEN เป็นยานลำแรกที่มุ่งศึกษาบรรยากาศชั้นบนของดาวอังคารโดยเฉพาะ พร้อมแสดงหลักฐานว่าลมสุริยะและพายุสุริยะค่อย ๆ กัดกร่อนบรรยากาศของดาวเคราะห์ดวงนี้ [1][9][18]
คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ NASA ประกาศเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2026 ว่า MAVEN ไม่สามารถกู้คืนได้ หลังขาดการติดต่อเป็นเวลา 6 เดือน โดยคาดว่าความขัดข้องของหน่วยวัดเฉื่อยหรือ IMU ทำให้ยานหมุนควบคุมไม่ได้และแบตเตอรี่หมด [1][5][7] ทีมวิศวกรพยายามกู้ยานหลายขั้นตอน ทั้งสั่งตัดสัญญาณ “heartbeat” เพื่อบังคับให้เปลี่ยนไปใช้ IMU สำรอง และส่งคำสั่งให้ยานที่กำลังหมุนกลับมาหันแผงโซลาร์เซลล์เข้าหาดวงอาทิตย์ แต่ไม่เคยได้รับการตอบกลับ [3][5][15] ตลอดภารกิจ 11 ปี MAVEN เป็นยานลำแรกที่มุ่งศึกษาบรรยากาศชั้นบนของดาวอังคารโดยเฉพาะ พร้อมแสดงหลักฐานว่าลมสุริยะและพายุสุริยะค่อย ๆ กัดกร่อนบรรยากาศของดาวเคราะห์ดวงนี้ [1][9][18] MAVEN ยังทำหน้าที่เป็นสถานีถ่ายทอดข้อมูลให้รถสำรวจ Curiosity และ Perseverance รวมถึงยานลงจอด InSight โดยดำเนินการส่งต่อข้อมูลมากกว่า 1,850 ครั้ง [14][19] What happened to NASA's MAVEN Mars orbiter, why was it declared lost, how did engineers try to save it, and what was the mission's legacy an An artistic rendering of the MAVEN spacecraft in orbit around Mars, studying the planet’s upper atmosphere until contact was lost in late 2025. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What happened to NASA's MAVEN Mars orbiter, why was it declared lost, how did engineers try to save it, and what was the mission's legacy an. Article summary: On June 3, 2026, NASA officially declared the MAVEN Mars orbiter lost after six months of radio silence, ending a pioneering 11-year mission that reshaped our understanding of Mars' atmosphere and served as a critical co. Topic tags: general, government, academic, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# NASA’s Mars mission MAVEN is lost forever. MAVEN was the first successful mission designed to study the atmosphere of Mars. It also became a vital node of NASA’s communications n" source context "NASA’s Mars mission MAVEN is lost forever | Scientific American" Reference image 2: visual sub
openai.com NASA ปิดฉากภารกิจ MAVEN (Mars Atmosphere and Volatile EvolutioN) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2026 หลังความพยายามกู้ยานที่กินเวลานานเกือบครึ่งปีไม่สำเร็จ
ยานลำนี้ไม่ได้มีบทบาทแค่เก็บข้อมูลทางวิทยาศาสตร์จากวงโคจรดาวอังคารเท่านั้น แต่ยังเป็นเหมือนสถานีทวนสัญญาณที่ช่วยส่งคำสั่งและข้อมูลจากรถสำรวจบนพื้นผิวกลับมายังโลก การสูญเสีย MAVEN จึงเป็นทั้งการปิดฉากภารกิจสำคัญด้านวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์ และการลดกำลังของเครือข่ายสื่อสารรอบดาวอังคารไปพร้อมกัน
สัญญาณหายหลังผ่านด้านหลังดาวอังคาร
เหตุการณ์เริ่มขึ้นอย่างกะทันหันเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2025 MAVEN ส่งข้อมูลสถานะครั้งสุดท้าย โดยข้อมูลระบุว่าระบบต่าง ๆ ของยานยังทำงานเป็นปกติ
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "เกิดอะไรขึ้นกับ MAVEN และเหตุใดภารกิจสำรวจดาวอังคารนี้จึงสำคัญ" คืออะไร NASA ประกาศเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2026 ว่า MAVEN ไม่สามารถกู้คืนได้ หลังขาดการติดต่อเป็นเวลา 6 เดือน โดยคาดว่าความขัดข้องของหน่วยวัดเฉื่อยหรือ IMU ทำให้ยานหมุนควบคุมไม่ได้และแบตเตอรี่หมด [1][5][7]
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? NASA ประกาศเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2026 ว่า MAVEN ไม่สามารถกู้คืนได้ หลังขาดการติดต่อเป็นเวลา 6 เดือน โดยคาดว่าความขัดข้องของหน่วยวัดเฉื่อยหรือ IMU ทำให้ยานหมุนควบคุมไม่ได้และแบตเตอรี่หมด [1][5][7] ทีมวิศวกรพยายามกู้ยานหลายขั้นตอน ทั้งสั่งตัดสัญญาณ “heartbeat” เพื่อบังคับให้เปลี่ยนไปใช้ IMU สำรอง และส่งคำสั่งให้ยานที่กำลังหมุนกลับมาหันแผงโซลาร์เซลล์เข้าหาดวงอาทิตย์ แต่ไม่เคยได้รับการตอบกลับ [3][5][15]
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? ตลอดภารกิจ 11 ปี MAVEN เป็นยานลำแรกที่มุ่งศึกษาบรรยากาศชั้นบนของดาวอังคารโดยเฉพาะ พร้อมแสดงหลักฐานว่าลมสุริยะและพายุสุริยะค่อย ๆ กัดกร่อนบรรยากาศของดาวเคราะห์ดวงนี้ [1][9][18]
อีกสองวันต่อมา ยานเคลื่อนผ่านด้านหลังดาวอังคารตามเส้นทางโคจรปกติ แต่เมื่อถึงเวลาที่ควรโผล่พ้นดาวเคราะห์แดงและติดต่อกับโลกได้อีกครั้ง เครือข่ายเสาสื่อสารห้วงอวกาศลึกของ NASA หรือ Deep Space Network กลับไม่ได้ยินสัญญาณใด ๆ
ข้อมูลติดตามจากภาคพื้นดินเผยข่าวร้ายยิ่งกว่าเดิม นั่นคือ MAVEN ไม่ได้อยู่ในสภาพการโคจรและการหมุนที่คาดไว้ แต่กำลังหมุนคว้างอย่างควบคุมไม่ได้
คณะกรรมการตรวจสอบความผิดปกติของ NASA ระบุว่า สาเหตุที่เป็นไปได้มากที่สุดคือความขัดข้องร้ายแรงของหนึ่งในหน่วยวัดความเฉื่อยหลัก 2 ชุด หรือ IMU (Inertial Measurement Unit) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้ยานทราบทิศทางและการวางตัวของตัวเอง
เมื่อระบบดังกล่าวทำงานผิดพลาด ยานจึงไม่สามารถรักษาทิศทางให้แผงโซลาร์เซลล์หันเข้าหาดวงอาทิตย์ได้ แบตเตอรี่ค่อย ๆ หมด และ MAVEN ก็เข้าสู่การหมุนที่ไม่สามารถกู้คืนได้
ภารกิจกู้ยานนาน 6 เดือน NASA ไม่ได้ยอมแพ้ในทันที ทีมควบคุมภารกิจพยายามติดตามและเรียกยานกลับมาเป็นเวลาประมาณ 6 เดือน ท่ามกลางข้อจำกัดด้านการสื่อสารระหว่างโลกกับดาวอังคาร
6–15 ธันวาคม 2025: ทีมภาคพื้นดินใช้ Deep Space Network พยายามติดต่อ MAVEN และวิเคราะห์ข้อมูลติดตามเพียงบางส่วน ซึ่งบ่งชี้ว่ายานกำลังหมุนผิดปกติ
บังคับเปลี่ยนไปใช้ IMU สำรอง: วิศวกรสั่งตัดสัญญาณ “heartbeat” ของยาน ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ออกแบบมาเพื่อบังคับให้ระบบรีบูตและสลับไปใช้ IMU สำรอง แต่ไม่สามารถทำให้ยานกลับมาควบคุมทิศทางได้
ช่วงสัญญาณขาดหายจากปรากฏการณ์ Solar conjunction: ในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2025 ถึงกลางเดือนมกราคม 2026 ดวงอาทิตย์เคลื่อนมาอยู่ระหว่างโลกกับดาวอังคาร ทำให้การสื่อสารกับภารกิจบนดาวอังคารทำได้ยากหรือเป็นไปไม่ได้ราว 2 สัปดาห์
เริ่มค้นหาอีกครั้ง: NASA กลับมาสแกนหาสัญญาณ MAVEN อีกครั้งในวันที่ 26 มกราคม 2026 โดยใช้ Deep Space Network และหอดูดาว Green Bank ของสหรัฐฯ
ความพยายามครั้งสุดท้าย: ทีมงานส่งคำสั่งที่อาจช่วยให้ยานซึ่งกำลังหมุนและมีพลังงานจำกัดกลับมาหันหาแสงอาทิตย์ได้ แต่ไม่มีข้อมูลสถานะหรือสัญญาณตอบกลับมาอีกเลย
หลังพิจารณาข้อมูลและความพยายามกู้คืนทั้งหมด คณะกรรมการตรวจสอบความผิดปกติของ NASA มีมติเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2026 ว่า MAVEN ไม่สามารถกู้คืนได้ และประกาศสิ้นสุดภารกิจ
ยานลำแรกที่เฝ้าดูการสูญเสียบรรยากาศของดาวอังคาร MAVEN เป็นภารกิจแรกที่ออกแบบมาเพื่อศึกษาบรรยากาศชั้นบนของดาวอังคารและกระบวนการที่ก๊าซจากบรรยากาศหลุดออกสู่อวกาศโดยเฉพาะ
ภารกิจซึ่งมีอายุยาวนานถึง 11 ปี หรือเกินกว่าระยะภารกิจหลัก 1 ปีมาอีก 10 ปี ช่วยตอบคำถามสำคัญเกี่ยวกับอดีตของดาวอังคารว่า เหตุใดดาวเคราะห์ที่อาจเคยอุ่นและมีน้ำมากกว่านี้ จึงกลายเป็นโลกที่หนาวเย็นและแห้งแล้งในปัจจุบัน
หนึ่งในข้อค้นพบที่สำคัญที่สุดคือหลักฐานโดยตรงว่า ดวงอาทิตย์เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศบนดาวอังคาร ลมสุริยะ ซึ่งเป็นกระแสอนุภาคมีประจุที่พัดออกจากดวงอาทิตย์อย่างต่อเนื่อง ค่อย ๆ ดึงไอออนจากบรรยากาศชั้นบนของดาวอังคารออกไปสู่อวกาศ
MAVEN ยังมีผลงานสำคัญอื่น ๆ ได้แก่
ตรวจพบแสงออโรราบนดาวอังคารประเภท “diffuse aurora” และ “proton aurora” โดยตรงเป็นครั้งแรก ซึ่งมีกลไกแตกต่างจากแสงเหนือและแสงใต้บนโลก
ตรวจพบชั้นไอออนของโลหะในไอโอโนสเฟียร์ของดาวอังคาร อันเกิดจากฝุ่นระหว่างดาวเคราะห์ที่พุ่งเข้าสู่บรรยากาศ
โคจรรอบดาวอังคารมากกว่า 22,000 รอบ ถ่ายภาพในช่วงรังสีอัลตราไวโอเลตของดาวเคราะห์มากกว่า 10,000 ภาพ และตรวจวัดอิเล็กตรอนรวมกว่า 14 ล้านล้านอนุภาค
เบื้องหลังการสื่อสารของ Curiosity และ Perseverance ภารกิจของ MAVEN มีอีกด้านที่ผู้คนอาจไม่ค่อยได้เห็น นั่นคือการทำหน้าที่เป็นดาวเทียมถ่ายทอดข้อมูลใน Mars Relay Network
รถสำรวจอย่าง Curiosity และ Perseverance ไม่ได้ส่งข้อมูลปริมาณมากกลับมายังโลกโดยตรงตลอดเวลา แต่จะอาศัยยานโคจรรอบดาวอังคารช่วยรับข้อมูลจากพื้นผิว แล้วส่งต่อมายังสถานีภาคพื้นดินบนโลก MAVEN จึงทำหน้าที่เหมือนท่อส่งข้อมูลความเร็วสูงที่เชื่อมภารกิจบนพื้นผิวเข้ากับโลก
ตลอดช่วงการทำงาน MAVEN ดำเนินการถ่ายทอดข้อมูลให้ภารกิจบนพื้นผิวมากกว่า 1,850 ครั้ง รวมถึง Curiosity, Perseverance และยานลงจอด InSight ซึ่งยุติภารกิจไปแล้ว
หลัง MAVEN หายไป เครือข่ายจึงสูญเสียขีดความสามารถในการส่งข้อมูลส่วนหนึ่ง แม้ NASA ยังมียานโคจรอื่น เช่น Mars Reconnaissance Orbiter และ Mars Odyssey ช่วยทำหน้าที่ถ่ายทอดข้อมูลอยู่ แต่การหายไปของยานที่ทำงานเป็น “ม้าศึก” มานานหลายปี ย่อมเพิ่มภาระให้กับยานที่เหลือ
สิ่งที่ MAVEN ทิ้งไว้ MAVEN อาจไม่ส่งสัญญาณกลับมายังโลกอีกแล้ว แต่ชุดข้อมูลจากภารกิจยังคงมีคุณค่าในอีกหลายปีข้างหน้า เพราะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจทั้งวิวัฒนาการของดาวอังคาร การสูญเสียน้ำและบรรยากาศ รวมถึงผลกระทบของสภาพอวกาศต่อดาวเคราะห์ที่ไม่มีสนามแม่เหล็กโลกคอยปกป้อง
การสิ้นสุดของ MAVEN จึงไม่ใช่แค่การสูญเสียยานหนึ่งลำ แต่เป็นการปิดฉากผู้บุกเบิกที่ช่วยไขคำตอบว่า ดาวอังคารเคยเปลี่ยนจากโลกที่อาจอบอุ่นและชุ่มน้ำ มาเป็นดาวเคราะห์แห้งแล้งที่เรารู้จักในปัจจุบันได้อย่างไร
theregister.com
NASA tries savin' MAVEN as Mars probe loses contact - The Register
อีกสองวันต่อมา ยานเคลื่อนผ่านด้านหลังดาวอังคารตามเส้นทางโคจรปกติ แต่เมื่อถึงเวลาที่ควรโผล่พ้นดาวเคราะห์แดงและติดต่อกับโลกได้อีกครั้ง เครือข่ายเสาสื่อสารห้วงอวกาศลึกของ NASA หรือ Deep Space Network กลับไม่ได้ยินสัญญาณใด ๆ
ข้อมูลติดตามจากภาคพื้นดินเผยข่าวร้ายยิ่งกว่าเดิม นั่นคือ MAVEN ไม่ได้อยู่ในสภาพการโคจรและการหมุนที่คาดไว้ แต่กำลังหมุนคว้างอย่างควบคุมไม่ได้
คณะกรรมการตรวจสอบความผิดปกติของ NASA ระบุว่า สาเหตุที่เป็นไปได้มากที่สุดคือความขัดข้องร้ายแรงของหนึ่งในหน่วยวัดความเฉื่อยหลัก 2 ชุด หรือ IMU (Inertial Measurement Unit) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้ยานทราบทิศทางและการวางตัวของตัวเอง
เมื่อระบบดังกล่าวทำงานผิดพลาด ยานจึงไม่สามารถรักษาทิศทางให้แผงโซลาร์เซลล์หันเข้าหาดวงอาทิตย์ได้ แบตเตอรี่ค่อย ๆ หมด และ MAVEN ก็เข้าสู่การหมุนที่ไม่สามารถกู้คืนได้
ภารกิจกู้ยานนาน 6 เดือน NASA ไม่ได้ยอมแพ้ในทันที ทีมควบคุมภารกิจพยายามติดตามและเรียกยานกลับมาเป็นเวลาประมาณ 6 เดือน ท่ามกลางข้อจำกัดด้านการสื่อสารระหว่างโลกกับดาวอังคาร
6–15 ธันวาคม 2025: ทีมภาคพื้นดินใช้ Deep Space Network พยายามติดต่อ MAVEN และวิเคราะห์ข้อมูลติดตามเพียงบางส่วน ซึ่งบ่งชี้ว่ายานกำลังหมุนผิดปกติ
บังคับเปลี่ยนไปใช้ IMU สำรอง: วิศวกรสั่งตัดสัญญาณ “heartbeat” ของยาน ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ออกแบบมาเพื่อบังคับให้ระบบรีบูตและสลับไปใช้ IMU สำรอง แต่ไม่สามารถทำให้ยานกลับมาควบคุมทิศทางได้
ช่วงสัญญาณขาดหายจากปรากฏการณ์ Solar conjunction: ในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2025 ถึงกลางเดือนมกราคม 2026 ดวงอาทิตย์เคลื่อนมาอยู่ระหว่างโลกกับดาวอังคาร ทำให้การสื่อสารกับภารกิจบนดาวอังคารทำได้ยากหรือเป็นไปไม่ได้ราว 2 สัปดาห์
เริ่มค้นหาอีกครั้ง: NASA กลับมาสแกนหาสัญญาณ MAVEN อีกครั้งในวันที่ 26 มกราคม 2026 โดยใช้ Deep Space Network และหอดูดาว Green Bank ของสหรัฐฯ
ความพยายามครั้งสุดท้าย: ทีมงานส่งคำสั่งที่อาจช่วยให้ยานซึ่งกำลังหมุนและมีพลังงานจำกัดกลับมาหันหาแสงอาทิตย์ได้ แต่ไม่มีข้อมูลสถานะหรือสัญญาณตอบกลับมาอีกเลย
หลังพิจารณาข้อมูลและความพยายามกู้คืนทั้งหมด คณะกรรมการตรวจสอบความผิดปกติของ NASA มีมติเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2026 ว่า MAVEN ไม่สามารถกู้คืนได้ และประกาศสิ้นสุดภารกิจ
ยานลำแรกที่เฝ้าดูการสูญเสียบรรยากาศของดาวอังคาร MAVEN เป็นภารกิจแรกที่ออกแบบมาเพื่อศึกษาบรรยากาศชั้นบนของดาวอังคารและกระบวนการที่ก๊าซจากบรรยากาศหลุดออกสู่อวกาศโดยเฉพาะ
ภารกิจซึ่งมีอายุยาวนานถึง 11 ปี หรือเกินกว่าระยะภารกิจหลัก 1 ปีมาอีก 10 ปี ช่วยตอบคำถามสำคัญเกี่ยวกับอดีตของดาวอังคารว่า เหตุใดดาวเคราะห์ที่อาจเคยอุ่นและมีน้ำมากกว่านี้ จึงกลายเป็นโลกที่หนาวเย็นและแห้งแล้งในปัจจุบัน
หนึ่งในข้อค้นพบที่สำคัญที่สุดคือหลักฐานโดยตรงว่า ดวงอาทิตย์เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศบนดาวอังคาร ลมสุริยะ ซึ่งเป็นกระแสอนุภาคมีประจุที่พัดออกจากดวงอาทิตย์อย่างต่อเนื่อง ค่อย ๆ ดึงไอออนจากบรรยากาศชั้นบนของดาวอังคารออกไปสู่อวกาศ
MAVEN ยังมีผลงานสำคัญอื่น ๆ ได้แก่
ตรวจพบแสงออโรราบนดาวอังคารประเภท “diffuse aurora” และ “proton aurora” โดยตรงเป็นครั้งแรก ซึ่งมีกลไกแตกต่างจากแสงเหนือและแสงใต้บนโลก
ตรวจพบชั้นไอออนของโลหะในไอโอโนสเฟียร์ของดาวอังคาร อันเกิดจากฝุ่นระหว่างดาวเคราะห์ที่พุ่งเข้าสู่บรรยากาศ
โคจรรอบดาวอังคารมากกว่า 22,000 รอบ ถ่ายภาพในช่วงรังสีอัลตราไวโอเลตของดาวเคราะห์มากกว่า 10,000 ภาพ และตรวจวัดอิเล็กตรอนรวมกว่า 14 ล้านล้านอนุภาค
เบื้องหลังการสื่อสารของ Curiosity และ Perseverance ภารกิจของ MAVEN มีอีกด้านที่ผู้คนอาจไม่ค่อยได้เห็น นั่นคือการทำหน้าที่เป็นดาวเทียมถ่ายทอดข้อมูลใน Mars Relay Network
รถสำรวจอย่าง Curiosity และ Perseverance ไม่ได้ส่งข้อมูลปริมาณมากกลับมายังโลกโดยตรงตลอดเวลา แต่จะอาศัยยานโคจรรอบดาวอังคารช่วยรับข้อมูลจากพื้นผิว แล้วส่งต่อมายังสถานีภาคพื้นดินบนโลก MAVEN จึงทำหน้าที่เหมือนท่อส่งข้อมูลความเร็วสูงที่เชื่อมภารกิจบนพื้นผิวเข้ากับโลก
ตลอดช่วงการทำงาน MAVEN ดำเนินการถ่ายทอดข้อมูลให้ภารกิจบนพื้นผิวมากกว่า 1,850 ครั้ง รวมถึง Curiosity, Perseverance และยานลงจอด InSight ซึ่งยุติภารกิจไปแล้ว
หลัง MAVEN หายไป เครือข่ายจึงสูญเสียขีดความสามารถในการส่งข้อมูลส่วนหนึ่ง แม้ NASA ยังมียานโคจรอื่น เช่น Mars Reconnaissance Orbiter และ Mars Odyssey ช่วยทำหน้าที่ถ่ายทอดข้อมูลอยู่ แต่การหายไปของยานที่ทำงานเป็น “ม้าศึก” มานานหลายปี ย่อมเพิ่มภาระให้กับยานที่เหลือ
สิ่งที่ MAVEN ทิ้งไว้ MAVEN อาจไม่ส่งสัญญาณกลับมายังโลกอีกแล้ว แต่ชุดข้อมูลจากภารกิจยังคงมีคุณค่าในอีกหลายปีข้างหน้า เพราะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจทั้งวิวัฒนาการของดาวอังคาร การสูญเสียน้ำและบรรยากาศ รวมถึงผลกระทบของสภาพอวกาศต่อดาวเคราะห์ที่ไม่มีสนามแม่เหล็กโลกคอยปกป้อง
การสิ้นสุดของ MAVEN จึงไม่ใช่แค่การสูญเสียยานหนึ่งลำ แต่เป็นการปิดฉากผู้บุกเบิกที่ช่วยไขคำตอบว่า ดาวอังคารเคยเปลี่ยนจากโลกที่อาจอบอุ่นและชุ่มน้ำ มาเป็นดาวเคราะห์แห้งแล้งที่เรารู้จักในปัจจุบันได้อย่างไร
theregister.com
NASA tries savin' MAVEN as Mars probe loses contact - The Register