คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ ดอน ฟาร์เรลล์ รัฐมนตรีการค้าออสเตรเลียแนะสหภาพยุโรปว่า “ความอดทนเป็นสิ่งจำเป็น” ในการรับมือข้อพิพาททางการค้ากับจีน โดยใช้การเจรจาและกระบวนการของ WTO แทนการตอบโต้แบบตาต่อตา ข้อพิพาทออสเตรเลีย–จีนเริ่มขึ้นหลังแคนเบอร์ราเรียกร้องการสอบสวนต้นตอของโควิด 19 ในปี 2020 ก่อนข้อจำกัดส่วนใหญ่จะทยอยถูกยกเลิกภายในปี 2024 หลังรัฐบาลเปลี่ยนท่าทีและเดินหน้าการทูต ยุโรปกำลังเผชิญโจทย์ต่างออกไป นั่นคือการขาดดุลการค้าสินค้ากับจีน 359.9 พันล้านยูโรในปี 2025 พร้อมมาตรการภาษีรถยนต์ไฟฟ้าและแนวคิดจัดซื้อ “Made in Europe” ซึ่งทำให้สูตรของออสเตรเลียอาจใช้ได้เพียงบางส่วน What lessons has Australia learned from its trade dispute with China, what advice is its trade minister now offering the European Union amid AI-generated editorial hero image for What lessons has Australia learned from its trade dispute with China, what advice is its trade minister now offering the European Union amid. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What lessons has Australia learned from its trade dispute with China, what advice is its trade minister now offering the European Union amid. Article summary: Farrell's advice — **"patience is imperative"** — reflects Australia's successful playbook: pursue WTO remedies, maintain diplomatic channels, avoid tit-for-tat tariffs, and wait for a political window to de-escalate. Ho. Topic tags: general, government, general web, education, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Australia and the European Union (EU) signed a long-awaited Free Trade Agreement (FTA) on 24 March 2026. This, along with a new Security and" source context "Navigating Choppy Waters: Australia and the EU Chart a New Course - Australian Institute of International Affairs" Reference image 2:
openai.com ในช่วงที่ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหภาพยุโรปกับจีนกำลังตึงเครียดขึ้น ดอน ฟาร์เรลล์ รัฐมนตรีการค้าออสเตรเลียเสนอคำแนะนำที่ฟังดูสวนทางกับกระแสการเมืองในยุโรป นั่นคือ อย่าเพิ่งตอบโต้ และต้องอดทน
ในการให้สัมภาษณ์กับ Euronews เมื่อเดือนมิถุนายน 2026 ฟาร์เรลล์กล่าวว่า “ความอดทนเป็นสิ่งจำเป็น” สำหรับการรับมือข้อพิพาททางการค้ากับจีน พร้อมสนับสนุนให้สหภาพยุโรปเปิดช่องทางการเจรจา แทนการเร่งใช้มาตรการตอบโต้ทางเศรษฐกิจ
คำแนะนำนี้ไม่ได้เกิดจากทฤษฎี แต่เป็นบทเรียนจากประสบการณ์โดยตรงของออสเตรเลียเอง
จากความขัดแย้งสู่การคลี่คลาย: บทเรียนของออสเตรเลีย
ในปี 2020 สก็อตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียในขณะนั้น เรียกร้องให้มีการสอบสวนระหว่างประเทศเกี่ยวกับต้นตอของโควิด-19 หลังจากนั้นจีนตอบโต้ด้วยภาษีและมาตรการกีดกันที่ไม่ใช่ภาษีต่อสินค้าหลายรายการจากออสเตรเลีย
มาตรการดังกล่าวรวมถึงภาษีข้าวบาร์เลย์ 80.5% และภาษีไวน์สูงสุด 218% ตลอดจนข้อจำกัดต่อถ่านหิน เนื้อวัว ไม้ และกุ้งล็อบสเตอร์ โดยมีการประเมินว่าครอบคลุมสินค้ามูลค่าราว 19,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "บทเรียนจากออสเตรเลีย: ทำไม “ความอดทน” จึงคลี่คลายสงครามการค้ากับจีนได้ และยุโรปทำตามได้หรือไม่" คืออะไร ดอน ฟาร์เรลล์ รัฐมนตรีการค้าออสเตรเลียแนะสหภาพยุโรปว่า “ความอดทนเป็นสิ่งจำเป็น” ในการรับมือข้อพิพาททางการค้ากับจีน โดยใช้การเจรจาและกระบวนการของ WTO แทนการตอบโต้แบบตาต่อตา
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? ดอน ฟาร์เรลล์ รัฐมนตรีการค้าออสเตรเลียแนะสหภาพยุโรปว่า “ความอดทนเป็นสิ่งจำเป็น” ในการรับมือข้อพิพาททางการค้ากับจีน โดยใช้การเจรจาและกระบวนการของ WTO แทนการตอบโต้แบบตาต่อตา ข้อพิพาทออสเตรเลีย–จีนเริ่มขึ้นหลังแคนเบอร์ราเรียกร้องการสอบสวนต้นตอของโควิด 19 ในปี 2020 ก่อนข้อจำกัดส่วนใหญ่จะทยอยถูกยกเลิกภายในปี 2024 หลังรัฐบาลเปลี่ยนท่าทีและเดินหน้าการทูต
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? ยุโรปกำลังเผชิญโจทย์ต่างออกไป นั่นคือการขาดดุลการค้าสินค้ากับจีน 359.9 พันล้านยูโรในปี 2025 พร้อมมาตรการภาษีรถยนต์ไฟฟ้าและแนวคิดจัดซื้อ “Made in Europe” ซึ่งทำให้สูตรของออสเตรเลียอาจใช้ได้เพียงบางส่วน
คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ ดอน ฟาร์เรลล์ รัฐมนตรีการค้าออสเตรเลียแนะสหภาพยุโรปว่า “ความอดทนเป็นสิ่งจำเป็น” ในการรับมือข้อพิพาททางการค้ากับจีน โดยใช้การเจรจาและกระบวนการของ WTO แทนการตอบโต้แบบตาต่อตา ข้อพิพาทออสเตรเลีย–จีนเริ่มขึ้นหลังแคนเบอร์ราเรียกร้องการสอบสวนต้นตอของโควิด 19 ในปี 2020 ก่อนข้อจำกัดส่วนใหญ่จะทยอยถูกยกเลิกภายในปี 2024 หลังรัฐบาลเปลี่ยนท่าทีและเดินหน้าการทูต ยุโรปกำลังเผชิญโจทย์ต่างออกไป นั่นคือการขาดดุลการค้าสินค้ากับจีน 359.9 พันล้านยูโรในปี 2025 พร้อมมาตรการภาษีรถยนต์ไฟฟ้าและแนวคิดจัดซื้อ “Made in Europe” ซึ่งทำให้สูตรของออสเตรเลียอาจใช้ได้เพียงบางส่วน What lessons has Australia learned from its trade dispute with China, what advice is its trade minister now offering the European Union amid AI-generated editorial hero image for What lessons has Australia learned from its trade dispute with China, what advice is its trade minister now offering the European Union amid. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What lessons has Australia learned from its trade dispute with China, what advice is its trade minister now offering the European Union amid. Article summary: Farrell's advice — **"patience is imperative"** — reflects Australia's successful playbook: pursue WTO remedies, maintain diplomatic channels, avoid tit-for-tat tariffs, and wait for a political window to de-escalate. Ho. Topic tags: general, government, general web, education, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Australia and the European Union (EU) signed a long-awaited Free Trade Agreement (FTA) on 24 March 2026. This, along with a new Security and" source context "Navigating Choppy Waters: Australia and the EU Chart a New Course - Australian Institute of International Affairs" Reference image 2:
openai.com ในช่วงที่ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหภาพยุโรปกับจีนกำลังตึงเครียดขึ้น ดอน ฟาร์เรลล์ รัฐมนตรีการค้าออสเตรเลียเสนอคำแนะนำที่ฟังดูสวนทางกับกระแสการเมืองในยุโรป นั่นคือ อย่าเพิ่งตอบโต้ และต้องอดทน
ในการให้สัมภาษณ์กับ Euronews เมื่อเดือนมิถุนายน 2026 ฟาร์เรลล์กล่าวว่า “ความอดทนเป็นสิ่งจำเป็น” สำหรับการรับมือข้อพิพาททางการค้ากับจีน พร้อมสนับสนุนให้สหภาพยุโรปเปิดช่องทางการเจรจา แทนการเร่งใช้มาตรการตอบโต้ทางเศรษฐกิจ
คำแนะนำนี้ไม่ได้เกิดจากทฤษฎี แต่เป็นบทเรียนจากประสบการณ์โดยตรงของออสเตรเลียเอง
จากความขัดแย้งสู่การคลี่คลาย: บทเรียนของออสเตรเลีย
ในปี 2020 สก็อตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียในขณะนั้น เรียกร้องให้มีการสอบสวนระหว่างประเทศเกี่ยวกับต้นตอของโควิด-19 หลังจากนั้นจีนตอบโต้ด้วยภาษีและมาตรการกีดกันที่ไม่ใช่ภาษีต่อสินค้าหลายรายการจากออสเตรเลีย
มาตรการดังกล่าวรวมถึงภาษีข้าวบาร์เลย์ 80.5% และภาษีไวน์สูงสุด 218% ตลอดจนข้อจำกัดต่อถ่านหิน เนื้อวัว ไม้ และกุ้งล็อบสเตอร์ โดยมีการประเมินว่าครอบคลุมสินค้ามูลค่าราว 19,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "บทเรียนจากออสเตรเลีย: ทำไม “ความอดทน” จึงคลี่คลายสงครามการค้ากับจีนได้ และยุโรปทำตามได้หรือไม่" คืออะไร ดอน ฟาร์เรลล์ รัฐมนตรีการค้าออสเตรเลียแนะสหภาพยุโรปว่า “ความอดทนเป็นสิ่งจำเป็น” ในการรับมือข้อพิพาททางการค้ากับจีน โดยใช้การเจรจาและกระบวนการของ WTO แทนการตอบโต้แบบตาต่อตา
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? ดอน ฟาร์เรลล์ รัฐมนตรีการค้าออสเตรเลียแนะสหภาพยุโรปว่า “ความอดทนเป็นสิ่งจำเป็น” ในการรับมือข้อพิพาททางการค้ากับจีน โดยใช้การเจรจาและกระบวนการของ WTO แทนการตอบโต้แบบตาต่อตา ข้อพิพาทออสเตรเลีย–จีนเริ่มขึ้นหลังแคนเบอร์ราเรียกร้องการสอบสวนต้นตอของโควิด 19 ในปี 2020 ก่อนข้อจำกัดส่วนใหญ่จะทยอยถูกยกเลิกภายในปี 2024 หลังรัฐบาลเปลี่ยนท่าทีและเดินหน้าการทูต
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? ยุโรปกำลังเผชิญโจทย์ต่างออกไป นั่นคือการขาดดุลการค้าสินค้ากับจีน 359.9 พันล้านยูโรในปี 2025 พร้อมมาตรการภาษีรถยนต์ไฟฟ้าและแนวคิดจัดซื้อ “Made in Europe” ซึ่งทำให้สูตรของออสเตรเลียอาจใช้ได้เพียงบางส่วน
แคนเบอร์ราไม่ได้เปิดฉากสงครามภาษีตอบโต้ แต่เลือกใช้แนวทางหลายด้าน ได้แก่
ยื่นเรื่องต่อองค์การการค้าโลก (WTO): ออสเตรเลียใช้กลไกระงับข้อพิพาทตามกติกาการค้าระหว่างประเทศเป็นทั้งเครื่องมือทางกฎหมายและแรงต่อรองในการเจรจา
ปรับท่าทีทางการทูต: หลังรัฐบาลแอนโทนี อัลบาเนซีเข้ารับตำแหน่งในปี 2022 ออสเตรเลียหันมาเน้นการสื่อสารและการรักษาเสถียรภาพของความสัมพันธ์กับจีน
หลีกเลี่ยงการตอบโต้แบบทวีความรุนแรง: แม้จะยืนยันจุดยืนของตนเอง แต่ออสเตรเลียไม่ได้ใช้มาตรการภาษีตอบโต้ในลักษณะเดียวกัน
ผลลัพธ์ไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่ข้อจำกัดต่าง ๆ ค่อย ๆ ลดลงตามลำดับ
กุมภาพันธ์ 2023: จีนกลับมานำเข้าถ่านหินจากออสเตรเลีย
สิงหาคม 2023: จีนยกเลิกภาษีข้าวบาร์เลย์ 80.5% หลังการทบทวนมาตรการและการระงับคดีที่เกี่ยวข้องใน WTO เปิดทางให้สินค้ากลับเข้าสู่ตลาดที่เคยมีมูลค่าประมาณ 1,500 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี
มีนาคม 2024: ภาษีไวน์ออสเตรเลียถูกยกเลิก
ธันวาคม 2024: ข้อจำกัดสุดท้ายต่อการส่งออกกุ้งล็อบสเตอร์เป็นอันยุติ ถือเป็นการสิ้นสุดของข้อพิพาททางการค้า
การค้าระหว่างสองประเทศฟื้นตัวอย่างเด่นชัด ภายในเดือนสิงหาคม 2023 มูลค่าการค้าทวิภาคีต่อปีแตะระดับสูงสุดใหม่ราว 219,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ประกอบด้วยการส่งออกสินค้า 194,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย และบริการ 9,500 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย
ต่อมาในเดือนกรกฎาคม 2025 ออสเตรเลียกับจีนยังตกลงเดินหน้าทบทวนความตกลงการค้าเสรีจีน–ออสเตรเลีย หรือ ChAFTA เพื่อพิจารณาเปิดตลาดเพิ่มเติม
ทำไมโจทย์ของยุโรปจึงไม่เหมือนออสเตรเลีย แม้ออสเตรเลียจะนำประสบการณ์ดังกล่าวมาเตือนยุโรปได้ แต่สถานการณ์ของสหภาพยุโรปมีความแตกต่างในระดับโครงสร้าง
นอกจากนี้ สินค้าอุตสาหกรรมคิดเป็น 97.3% ของการนำเข้าทั้งหมดจากจีนในปี 2025 และในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2026 จีนมีดุลการค้าเกินดุลกับสหภาพยุโรปราว 113,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มจาก 91,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดียวกันของปี 2025
เออร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป มองว่าดุลเกินดุลของจีนในระดับนี้ “ไม่ยั่งยืนอย่างชัดเจน” และเชื่อมโยงปัญหากับกำลังการผลิตส่วนเกินในภาคอุตสาหกรรมจีนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐและถูกส่งออกไปแข่งขันในตลาดโลก
ด้วยเหตุนี้ บรัสเซลส์จึงเลือกใช้มาตรการป้องกันทางการค้าที่เข้มข้นกว่าแนวทางของออสเตรเลีย เช่น
ภาษีรถยนต์ไฟฟ้า: สหภาพยุโรปกำหนดภาษีขั้นสุดท้ายต่อรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในจีน โดยบางกรณีอาจสูงถึงประมาณ 45% หลังการสอบสวนเรื่องเงินอุดหนุน
โควตาและมาตรการปกป้องตลาด: เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมของสหภาพยุโรปส่งสัญญาณว่าอาจใช้ข้อกำหนดด้านมาตรการปกป้องตลาดกับสินค้าจีนในวงกว้างขึ้น เพื่อคุ้มครองอุตสาหกรรมที่เปราะบาง
แนวคิด “Made in Europe”: กฎหมาย Industrial Accelerator Act มีแนวทางให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของยุโรปให้ความสำคัญกับผู้ผลิตในทวีปมากขึ้น พร้อมสนับสนุนอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด รถยนต์ และเทคโนโลยีสุทธิเป็นศูนย์
ลดการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจีน: สหภาพยุโรปกำลังพิจารณาวิธีลดการพึ่งพาชิ้นส่วนจากจีน โดยเฉพาะวัตถุดิบสำคัญ แร่หายาก และชิปที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์
ออสเตรเลียชนะเพราะอดทน หรือเพราะโจทย์ง่ายกว่า? ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ลักษณะของปัญหา
ออสเตรเลียเผชิญข้อจำกัดที่มุ่งเป้าไปยังสินค้าและภาคส่วนเฉพาะ หลังเกิดความขัดแย้งทางการเมือง แม้ผลกระทบจะรุนแรง แต่การเปิดทางให้ความสัมพันธ์ทางการทูตกลับสู่ภาวะปกติช่วยสร้างเงื่อนไขสำหรับการยกเลิกมาตรการต่าง ๆ ได้
ในทางกลับกัน สหภาพยุโรปกำลังเผชิญ การขาดดุลการผลิตและการค้าเชิงโครงสร้าง ซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องและเกี่ยวพันกับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยุโรปเอง ปัญหานี้จึงไม่ใช่เพียงข้อพิพาทที่รอการเจรจาทางการเมืองเพื่อยุติ
ขณะที่ออสเตรเลียมีการส่งออกสินค้าไปจีนมูลค่าประมาณ 194,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียในปี 2023 และยังมีการค้าบริการอีก 9,500 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย สหภาพยุโรปกลับนำเข้าสินค้าจากจีนมากกว่าส่งออกอย่างมาก ความไม่สมดุลนี้ทำให้แรงกดดันต่ออุตสาหกรรมยุโรปมีมิติระยะยาวกว่าการถูกจำกัดการส่งออกสินค้าเฉพาะรายการ
ดังนั้น สูตรของออสเตรเลียอาจมีส่วนที่ยุโรปนำไปใช้ได้ เช่น การรักษาช่องทางเจรจา ใช้กลไก WTO และหลีกเลี่ยงการเพิ่มระดับความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น แต่การยอมอดทนเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากความกังวลหลักของยุโรปคือการสูญเสียฐานการผลิตและการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจากประเทศเดียว
ข้อสรุป: ความอดทนไม่ใช่การยอมถอย สารของฟาร์เรลล์ถึงยุโรปไม่ใช่การบอกให้บรัสเซลส์ยอมรับความไม่สมดุลทางการค้า แต่เป็นการเสนอว่า การรักษาสติและพื้นที่ทางการทูตอาจให้ผลดีกว่าการตอบโต้แบบทันที
ประสบการณ์ของออสเตรเลียชี้ให้เห็นว่า การใช้กติกา WTO ควบคู่กับการเจรจาอย่างต่อเนื่องและการปรับความสัมพันธ์ทางการเมือง สามารถนำไปสู่การผ่อนคลายภาษีและข้อจำกัดได้ในท้ายที่สุด แต่สหภาพยุโรปต้องตัดสินใจให้ได้ว่า ปัญหาที่กำลังเผชิญนั้นเป็นข้อพิพาทชั่วคราวที่คลี่คลายด้วยการทูตได้ หรือเป็นความไม่สมดุลเชิงโครงสร้างที่จำเป็นต้องใช้มาตรการปกป้องอุตสาหกรรมร่วมด้วย
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า “ยุโรปจะอดทนได้หรือไม่” แต่คือ ยุโรปจะอดทนได้นานเพียงใด โดยไม่ปล่อยให้ความสามารถในการแข่งขันของตนเองถดถอยลง
foreignminister.gov.au
Resolution of barley dispute with China - Minister for Foreign Affairs
แคนเบอร์ราไม่ได้เปิดฉากสงครามภาษีตอบโต้ แต่เลือกใช้แนวทางหลายด้าน ได้แก่
ยื่นเรื่องต่อองค์การการค้าโลก (WTO): ออสเตรเลียใช้กลไกระงับข้อพิพาทตามกติกาการค้าระหว่างประเทศเป็นทั้งเครื่องมือทางกฎหมายและแรงต่อรองในการเจรจา
ปรับท่าทีทางการทูต: หลังรัฐบาลแอนโทนี อัลบาเนซีเข้ารับตำแหน่งในปี 2022 ออสเตรเลียหันมาเน้นการสื่อสารและการรักษาเสถียรภาพของความสัมพันธ์กับจีน
หลีกเลี่ยงการตอบโต้แบบทวีความรุนแรง: แม้จะยืนยันจุดยืนของตนเอง แต่ออสเตรเลียไม่ได้ใช้มาตรการภาษีตอบโต้ในลักษณะเดียวกัน
ผลลัพธ์ไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่ข้อจำกัดต่าง ๆ ค่อย ๆ ลดลงตามลำดับ
กุมภาพันธ์ 2023: จีนกลับมานำเข้าถ่านหินจากออสเตรเลีย
สิงหาคม 2023: จีนยกเลิกภาษีข้าวบาร์เลย์ 80.5% หลังการทบทวนมาตรการและการระงับคดีที่เกี่ยวข้องใน WTO เปิดทางให้สินค้ากลับเข้าสู่ตลาดที่เคยมีมูลค่าประมาณ 1,500 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี
มีนาคม 2024: ภาษีไวน์ออสเตรเลียถูกยกเลิก
ธันวาคม 2024: ข้อจำกัดสุดท้ายต่อการส่งออกกุ้งล็อบสเตอร์เป็นอันยุติ ถือเป็นการสิ้นสุดของข้อพิพาททางการค้า
การค้าระหว่างสองประเทศฟื้นตัวอย่างเด่นชัด ภายในเดือนสิงหาคม 2023 มูลค่าการค้าทวิภาคีต่อปีแตะระดับสูงสุดใหม่ราว 219,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ประกอบด้วยการส่งออกสินค้า 194,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย และบริการ 9,500 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย
ต่อมาในเดือนกรกฎาคม 2025 ออสเตรเลียกับจีนยังตกลงเดินหน้าทบทวนความตกลงการค้าเสรีจีน–ออสเตรเลีย หรือ ChAFTA เพื่อพิจารณาเปิดตลาดเพิ่มเติม
ทำไมโจทย์ของยุโรปจึงไม่เหมือนออสเตรเลีย แม้ออสเตรเลียจะนำประสบการณ์ดังกล่าวมาเตือนยุโรปได้ แต่สถานการณ์ของสหภาพยุโรปมีความแตกต่างในระดับโครงสร้าง
นอกจากนี้ สินค้าอุตสาหกรรมคิดเป็น 97.3% ของการนำเข้าทั้งหมดจากจีนในปี 2025 และในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2026 จีนมีดุลการค้าเกินดุลกับสหภาพยุโรปราว 113,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มจาก 91,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดียวกันของปี 2025
เออร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป มองว่าดุลเกินดุลของจีนในระดับนี้ “ไม่ยั่งยืนอย่างชัดเจน” และเชื่อมโยงปัญหากับกำลังการผลิตส่วนเกินในภาคอุตสาหกรรมจีนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐและถูกส่งออกไปแข่งขันในตลาดโลก
ด้วยเหตุนี้ บรัสเซลส์จึงเลือกใช้มาตรการป้องกันทางการค้าที่เข้มข้นกว่าแนวทางของออสเตรเลีย เช่น
ภาษีรถยนต์ไฟฟ้า: สหภาพยุโรปกำหนดภาษีขั้นสุดท้ายต่อรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในจีน โดยบางกรณีอาจสูงถึงประมาณ 45% หลังการสอบสวนเรื่องเงินอุดหนุน
โควตาและมาตรการปกป้องตลาด: เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมของสหภาพยุโรปส่งสัญญาณว่าอาจใช้ข้อกำหนดด้านมาตรการปกป้องตลาดกับสินค้าจีนในวงกว้างขึ้น เพื่อคุ้มครองอุตสาหกรรมที่เปราะบาง
แนวคิด “Made in Europe”: กฎหมาย Industrial Accelerator Act มีแนวทางให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของยุโรปให้ความสำคัญกับผู้ผลิตในทวีปมากขึ้น พร้อมสนับสนุนอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด รถยนต์ และเทคโนโลยีสุทธิเป็นศูนย์
ลดการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจีน: สหภาพยุโรปกำลังพิจารณาวิธีลดการพึ่งพาชิ้นส่วนจากจีน โดยเฉพาะวัตถุดิบสำคัญ แร่หายาก และชิปที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์
ออสเตรเลียชนะเพราะอดทน หรือเพราะโจทย์ง่ายกว่า? ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ลักษณะของปัญหา
ออสเตรเลียเผชิญข้อจำกัดที่มุ่งเป้าไปยังสินค้าและภาคส่วนเฉพาะ หลังเกิดความขัดแย้งทางการเมือง แม้ผลกระทบจะรุนแรง แต่การเปิดทางให้ความสัมพันธ์ทางการทูตกลับสู่ภาวะปกติช่วยสร้างเงื่อนไขสำหรับการยกเลิกมาตรการต่าง ๆ ได้
ในทางกลับกัน สหภาพยุโรปกำลังเผชิญ การขาดดุลการผลิตและการค้าเชิงโครงสร้าง ซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องและเกี่ยวพันกับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยุโรปเอง ปัญหานี้จึงไม่ใช่เพียงข้อพิพาทที่รอการเจรจาทางการเมืองเพื่อยุติ
ขณะที่ออสเตรเลียมีการส่งออกสินค้าไปจีนมูลค่าประมาณ 194,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียในปี 2023 และยังมีการค้าบริการอีก 9,500 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย สหภาพยุโรปกลับนำเข้าสินค้าจากจีนมากกว่าส่งออกอย่างมาก ความไม่สมดุลนี้ทำให้แรงกดดันต่ออุตสาหกรรมยุโรปมีมิติระยะยาวกว่าการถูกจำกัดการส่งออกสินค้าเฉพาะรายการ
ดังนั้น สูตรของออสเตรเลียอาจมีส่วนที่ยุโรปนำไปใช้ได้ เช่น การรักษาช่องทางเจรจา ใช้กลไก WTO และหลีกเลี่ยงการเพิ่มระดับความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น แต่การยอมอดทนเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากความกังวลหลักของยุโรปคือการสูญเสียฐานการผลิตและการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจากประเทศเดียว
ข้อสรุป: ความอดทนไม่ใช่การยอมถอย สารของฟาร์เรลล์ถึงยุโรปไม่ใช่การบอกให้บรัสเซลส์ยอมรับความไม่สมดุลทางการค้า แต่เป็นการเสนอว่า การรักษาสติและพื้นที่ทางการทูตอาจให้ผลดีกว่าการตอบโต้แบบทันที
ประสบการณ์ของออสเตรเลียชี้ให้เห็นว่า การใช้กติกา WTO ควบคู่กับการเจรจาอย่างต่อเนื่องและการปรับความสัมพันธ์ทางการเมือง สามารถนำไปสู่การผ่อนคลายภาษีและข้อจำกัดได้ในท้ายที่สุด แต่สหภาพยุโรปต้องตัดสินใจให้ได้ว่า ปัญหาที่กำลังเผชิญนั้นเป็นข้อพิพาทชั่วคราวที่คลี่คลายด้วยการทูตได้ หรือเป็นความไม่สมดุลเชิงโครงสร้างที่จำเป็นต้องใช้มาตรการปกป้องอุตสาหกรรมร่วมด้วย
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า “ยุโรปจะอดทนได้หรือไม่” แต่คือ ยุโรปจะอดทนได้นานเพียงใด โดยไม่ปล่อยให้ความสามารถในการแข่งขันของตนเองถดถอยลง
foreignminister.gov.au
Resolution of barley dispute with China - Minister for Foreign Affairs