ผู้ว่าการธนาคารกลางฝรั่งเศส อิตาลี สเปน และเยอรมนี จุดชนวนการปฏิรูปกฎระเบียบครั้งใหญ่ด้วยการเรียกร้องให้มีการ “วิเคราะห์อย่างครอบคลุม” กฎเกณฑ์ธนาคารของอียู ชี้ว่ากรอบการกำกับดูแลในปัจจุบัน “ซับซ้อนเกินความจำเป็น” และเ... เงินทุนกว่า 225,000 ล้านยูโร และสภาพคล่องอีก 250,000 ล้านยูโร ถูก 'กักขัง' ไว้ในบริษัทย่อยของกลุ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What are the key details and motivations behind the joint proposal by France, Italy, and Spain to ease EU cross-border banking rules, includ. Article summary: Based on the available evidence, here is a detailed breakdown of the EU-level push — relevant to France, Italy, Spain and other major EU economies — to ease cross-border banking barriers, the specific reforms, the compet. Topic tags: general, government, general web. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "## TVP World's Post. ### **TVP World**. France, Germany, Italy, Spain, Poland and the Netherlands back a shift toward centralized EU oversight of trading platforms and financial in" source context "France, Germany, Italy, Spain, Poland and the Netherlands back a ..." Reference image 2: visual subject "## TVP World's
แรงผลักดันที่ประสานงานกันโดยกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่สุดของยุโรปกำลังปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ของกฎระเบียบสำหรับธนาคารข้ามพรมแดน สิ่งที่เริ่มต้นจากความหงุดหงิดใจต่อกฎเกณฑ์ระดับชาติที่แตกกระจาย ได้พัฒนาไปสู่การรณรงค์ในหลายแนวรบเพื่อทำให้ สหภาพธนาคาร (Banking Union) เสร็จสมบูรณ์ ลดทอนกฎระเบียบด้านความรอบคอบให้เรียบง่ายขึ้น และปลดปล่อยเงินทุนจำนวนมหาศาลที่ถูกกักขังอยู่ในบริษัทย่อย แรงผลักดันนี้ซึ่งนำโดยฝรั่งเศส อิตาลี สเปน และเยอรมนี ได้ก่อให้เกิดข้อเสนอปฏิรูปที่เป็นรูปธรรมจากธนาคารกลางยุโรป (ECB), คณะกรรมการแก้ไขปัญหาสถาบันการเงินแห่งยุโรป (SRB) และคณะกรรมาธิการยุโรปแล้ว และกำลังเร่งเครื่องขึ้นเรื่อยๆ
บทความนี้จะอธิบายถึงการปฏิรูปหลักๆ ที่อยู่บนโต๊ะเจรจา วิกฤตความสามารถในการแข่งขันที่เป็นตัวขับเคลื่อน และแผน กองทุนประกันเงินฝากยุโรป (EDIS) ที่หยุดชะงักมานานแต่กำลังกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง
จุดเริ่มต้นของเฟสใหม่ในการขับเคลื่อนเพื่อลดความซับซ้อนนี้สามารถย้อนกลับไปได้ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2025 เมื่อผู้ว่าการธนาคารกลางของเยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี และสเปน ได้ร่วมกันส่งจดหมายถึงคณะกรรมาธิการยุโรป จดหมายดังกล่าวเรียกร้องให้มีการ “วิเคราะห์อย่างครอบคลุม” ต่อกฎระเบียบที่กลายเป็น “ความซับซ้อนเกินความจำเป็น” และชี้ว่าภาระทางกฎระเบียบกำลังบั่นทอนความสามารถของธนาคารยุโรปในการแข่งขันกับคู่แข่งระดับนานาชาติ
พวกเขามีความระมัดระวังอย่างมากในการวางกรอบคำขอว่าเป็นการ ลดความซับซ้อน ไม่ใช่การลดกฎระเบียบ จดหมายระบุอย่างชัดเจนว่าการทบทวนนี้ควรทำให้เกิด “สนามแข่งขันที่เท่าเทียมกับเขตอำนาจศาลหลักอื่นๆ” ในขณะที่ยังคงรักษาความเข้มแข็งของภาคธนาคารไว้ ความแตกต่างนี้เป็นจุดวิกฤต พวกผู้ว่าการฯ ต้องการให้มีอุปสรรคน้อยลงสำหรับกิจกรรมข้ามพรมแดน ไม่ใช่การผ่อนคลายมาตรฐานความปลอดภัย
จดหมายฉบับนี้จุดชนวนให้เกิดการตอบสนองจากสถาบันในทันทีสองประการ หนึ่ง, คณะกรรมาธิการยุโรปประกาศว่าจะดำเนินการทบทวนกฎเกณฑ์ธนาคารของอียูในวงกว้าง โดยคาดว่าจะรายงานผลในปี 2026 สอง, คณะกรรมการบริหารของ ECB ได้จัดตั้ง คณะทำงานระดับสูงด้านการลดความซับซ้อน (HLTF) ขึ้น โดยมีรองประธาน ECB นายหลุยส์ เดอ กินดอส เป็นประธาน และประกอบด้วยผู้ว่าการธนาคารกลางจากฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เอสโตเนีย และฟินแลนด์
ความหงุดหงิดใจของผู้ว่าการฯ มีรากฐานมาจากความผิดปกติที่วัดผลได้ จากการวิเคราะห์ของอุตสาหกรรมที่ถูกอ้างถึงในการอภิปรายเรื่องการปฏิรูปสหภาพธนาคาร เงินทุนและสภาพคล่องกว่า 225,000 ล้านยูโร และ 250,000 ล้านยูโร ตามลำดับยังคงถูกกักขังอยู่ในบริษัทย่อยของกลุ่มธนาคารในอียู เนื่องจากไม่มีการยกเว้นกฎเกณฑ์ข้ามพรมแดน วิธีการกำกับดูแลแบบแบ่งตามเขตแดนทำให้เงินทุนและสภาพคล่องไม่สามารถไหลเวียนได้อย่างเสรีภายในกลุ่มธนาคารเดียวที่ดำเนินการข้ามหลายประเทศสมาชิก
การปรึกษาหารือแบบเจาะจงเป้าหมายของคณะกรรมาธิการยุโรปเกี่ยวกับความสามารถในการแข่งขันของภาคธนาคาร ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเพื่อตอบสนองต่อแรงกดดันจากผู้ว่าการฯ ได้ระบุอุปสรรคไว้สามประเภท :
ผลการปรึกษาหารือสรุปว่าธนาคารในอียูเผชิญอุปสรรคในการใช้ประโยชน์จากตลาดเดียว ซึ่งรวมถึงปัจจัยดั้งเดิม เช่น ภาษา วัฒนธรรม และความชอบภายในประเทศ เป้าหมายสูงสุดที่ได้รับการรับรองจากรัฐสภายุโรป คือการสร้าง เขตอำนาจศาลเดียว สำหรับธนาคารข้ามพรมแดน ที่ “มองไม่เห็นเส้นแบ่งพรมแดนของประเทศ” จากมุมมองด้านกฎระเบียบ การกำกับดูแล และการจัดการวิกฤต
หลายหน่วยงานของอียูได้เผยแพร่ข้อเสนอการปฏิรูปที่เป็นรูปธรรมแล้ว ต่อไปนี้คือข้อเสนอที่สำคัญที่สุด
ในเดือนธันวาคม 2025 คณะกรรมการบริหารของ ECB ได้ให้การรับรองข้อเสนอแนะจากคณะทำงานระดับสูงฯ เป้าหมายคือการลดจำนวนองค์ประกอบในกรอบการคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงและอัตราส่วนเลเวอเรจ, นำเสนอระบบความรอบคอบที่เรียบง่ายขึ้นอย่างมีนัยสำคัญสำหรับธนาคารขนาดเล็ก และกำหนดกลไกการกำกับดูแลในระดับยุโรปที่มองภาพรวมของระดับเงินทุนโดยรวม
คณะกรรมการแก้ไขปัญหาสถาบันการเงินแห่งยุโรป (SRB) ได้เสนอให้มีการแก้ไขกฎการแทรกแซงทางจุลภาคและการจัดการวิกฤตอย่างตรงจุด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการควบรวมกิจการ (M&A) ข้ามพรมแดน กรอบของ SRB ถูกควบคุมโดยหลักการสามประการ
:
รัฐสภายุโรปได้ให้การสนับสนุนแนวทางนี้ด้วยการเรียกร้องให้มีกฎหมายที่ปฏิบัติต่อการธนาคารข้ามพรมแดน “ในระดับเดียวกับการธนาคารภายในประเทศ” และสนับสนุนการทำงานร่วมกันภายในของกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่
ในการตอบสนองต่อการปรึกษาหารือของคณะกรรมาธิการยุโรปเมื่อเดือนเมษายน 2026 คณะกรรมการบริหารของ ECB เรียกร้องให้เขตยูโรโซนทำหน้าที่ “เสมือนเป็นเขตอำนาจศาลเดียวในแง่ของกฎระเบียบทางการเงิน” ข้อเสนอนี้ซึ่งได้รับการรับรองจากธนาคารกลางทั้งหมดในยูโรโซน จะทำให้เงินทุนและสภาพคล่องสามารถไหลเวียนได้อย่างเสรีภายในกลุ่มธนาคารข้ามพรมแดน
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เรียกร้องอย่างชัดเจนให้มีความคืบหน้าแบบสอดประสานกันในทุกองค์ประกอบของสหภาพธนาคาร รวมถึงขั้นตอนที่เป็นรูปธรรมเพื่อมุ่งสู่ EDIS “พร้อมด้วยตารางเวลาการดำเนินงานที่ชัดเจน” พร้อมๆ ไปกับการเชื่อมตลาดทุนให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นผ่านสหภาพการออมและการลงทุน
วาระการลดความซับซ้อนของ ECB ขยายขอบเขตไปไกลกว่ากฎระเบียบความรอบคอบ สู่โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่ธนาคารดำเนินการอยู่ ซึ่งรวมถึงระบบการชำระเงินข้ามพรมแดนด้วย ในอีกทางหนึ่ง องค์กรกำกับดูแลธนาคารแห่งยุโรป (EBA) ได้ระบุถึงอุปสรรคต่อการให้บริการธนาคารและการชำระเงินข้ามพรมแดน โดยเรียกร้องให้มีการปรับปรุงการสื่อสารของคณะกรรมาธิการในปี 1997 ว่าด้วยเสรีภาพในการให้บริการ เพื่อให้สอดคล้องกับพัฒนาการทางเทคโนโลยี
กองทุนประกันเงินฝากยุโรป (EDIS) ถูกเสนอครั้งแรกโดยคณะกรรมาธิการในเดือนพฤศจิกายน 2015 ในฐานะเสาหลักที่สามของสหภาพธนาคาร ต่อจากกลไกกำกับดูแลเดียว (SSM) และกลไกการแก้ไขปัญหาเดียว (SRM) ข้อเสนอเดิมวางแผนการสร้างเป็นสามระยะในเวลาแปดปี
:
EDIS หยุดชะงักทางการเมืองมาหลายปี จดหมายของผู้ว่าการฯ และคณะทำงานของ ECB ได้รื้อฟื้นเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้งในฐานะข้อเรียกร้องหลัก การตอบสนองของระบบยูโรต่อการปรึกษาหารือของคณะกรรมาธิการในเดือนเมษายน 2026 เรียกร้องให้มี “ขั้นตอนที่เป็นรูปธรรมเพื่อมุ่งสู่การทำให้กองทุนประกันเงินฝากยุโรป (EDIS) เสร็จสมบูรณ์ พร้อมด้วยตารางเวลาที่ชัดเจน” คณะทำงานของสภายุโรปกำลังทบทวนข้อเสนอนี้อย่างต่อเนื่อง
การรื้อฟื้น EDIS ไม่ใช่แค่การจัดระเบียบสถาบันเท่านั้น ผู้สนับสนุนให้เหตุผลว่า มันจะทำลาย “วงจรล่มสลาย (doom loop)” ระหว่างหนี้ของภาครัฐและธนาคาร โดยการลดความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพทางการคลังของประเทศกับการคุ้มครองเงินฝาก ซึ่งจะส่งมอบตลาดธนาคารที่ผสานรวมกันอย่างแท้จริง
ในขณะที่แรงผลักดันในการลดความซับซ้อนเริ่มต้นมาจากผู้ว่าการธนาคารกลางของเยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี และสเปน แนวร่วมทางการเมืองได้ขยายออกไปแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสี่ประเทศนี้ รวมกับเนเธอร์แลนด์และโปแลนด์ ซึ่งถูกเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า “E6” ได้ออกจดหมายร่วมหลายฉบับเพื่อผลักดันให้เกิดการบูรณาการทางการเงินที่เร็วขึ้น
ในเดือนมีนาคม 2026 กลุ่ม E6 ได้เรียกร้องให้อียูตกลงภายในฤดูร้อนนั้นเกี่ยวกับข้อเสนอเพื่อเสริมสร้างการกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานของตลาดการเงินและปรับปรุงการดำเนินงานข้ามพรมแดน ภายในเดือนพฤษภาคม 2026 พวกเขาให้รายละเอียดประเด็นสำคัญหกประการสำหรับชุดกฎหมาย Markets in Financial Instruments Regulation (MiFIR) และ Markets in Financial Instruments Directive (MiFID) รวมถึงการจัดจำหน่ายกองทุนข้ามพรมแดน ระบบข้อมูลการซื้อขายแบบรวม (consolidated tape) และการกำกับดูแลแบบรวมศูนย์ของโครงสร้างพื้นฐานตลาดที่เป็นระบบภายใต้ ESMA
การขยายตัวจากความคิดริเริ่มของผู้ว่าการธนาคารกลางไปสู่แนวร่วมของรัฐมนตรีคลังส่งสัญญาณว่าการอภิปรายได้ย้ายจากกฎระเบียบทางเทคนิคไปสู่การเป็นวาระสำคัญทางการเมืองแล้ว
เอกสารที่มีอยู่ไม่ได้ให้ข้อมูลทางการคลังหรืออัตราเงินเฟ้อที่เฉพาะเจาะจงสำหรับฝรั่งเศส อิตาลี และสเปน ที่เชื่อมโยงแรงกดดันทางเศรษฐกิจภายในประเทศของพวกเขาเข้ากับแรงผลักดันด้านธนาคารข้ามพรมแดนโดยตรง อย่างไรก็ตาม การวางกรอบของการปฏิรูป—ในเรื่องความสามารถในการแข่งขัน ขีดความสามารถด้านเงินทุนและการระดมทุน และความสามารถของธนาคารในการสนับสนุนเศรษฐกิจที่แท้จริง—บ่งชี้ว่าแรงจูงใจเบื้องหลังคือ การเติบโตทางเศรษฐกิจ มากกว่าความจำเป็นทางการคลังในทันที
จดหมายของผู้ว่าการฯ มุ่งเน้นไปที่ความสามารถในการแข่งขันกับผู้เล่นระดับโลก ไม่ใช่แรงกดดันด้านงบประมาณภายในประเทศ และการตอบสนองในระดับอียูก็เน้นย้ำเรื่องการบูรณาการตลาดและการลดความซับซ้อน ไม่ใช่การปล่อยให้เงื่อนไขสินเชื่อหละหลวม หลักฐานที่มีอยู่ไม่สนับสนุนการลากเส้นเชื่อมโยงเชิงสาเหตุโดยตรงจากระดับหนี้หรือเงินเฟ้อของประเทศไปสู่ข้อเสนอด้านกฎระเบียบที่เฉพาะเจาะจง
วาระของแนวร่วมกำลังเคลื่อนที่ไปในหลายเส้นทางพร้อมกัน: ข้อเสนอแนะของคณะทำงาน ECB กำลังถูกนำไปปฏิบัติ, การทบทวนความสามารถในการแข่งขันของคณะกรรมาธิการอยู่ระหว่างดำเนินการ และ EDIS กลับเข้าสู่การอภิปรายของคณะทำงานของสภาเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี การผลักดันคู่ขนานของกลุ่ม E6 ในเรื่องการบูรณาการตลาดทุนและการกำกับดูแลแบบรวมศูนย์ภายใต้ ESMA บ่งชี้ว่าความทะเยอทะยานนี้ขยายไปไกลกว่าภาคธนาคาร สู่สถาปัตยกรรมของการเงินยุโรปเอง
สิ่งที่ยังคลุมเครือคือฉันทามติทางการเมืองจะคงอยู่ต่อไปได้หรือไม่ เมื่อตารางเวลา EDIS ที่เป็นรูปธรรมและกลไกการแบ่งปันความเสียหายข้ามพรมแดนถูกนำมาเจรจากัน การยืนกรานของผู้ว่าการฯ ที่ว่าการลดความซับซ้อนต้องไม่หมายถึงการลดกฎระเบียบ ได้รักษาแนวร่วมให้เป็นหนึ่งเดียวมาจนถึงตอนนี้ แต่เฟสที่ยากที่สุด—การเปลี่ยนหลักการให้เป็นกฎเกณฑ์ที่มีผลผูกพัน—เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
สำหรับตอนนี้ ทิศทางนั้นชัดเจน: ประเทศเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของยุโรปได้ข้อสรุปว่าตลาดธนาคารที่แตกกระจายคือจุดอ่อนเชิงโครงสร้าง และพวกเขากำลังใช้เครื่องมือทางสถาบันทั้งหมดที่มีเพื่อซ่อมแซมมัน
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ผู้ว่าการธนาคารกลางฝรั่งเศส อิตาลี สเปน และเยอรมนี จุดชนวนการปฏิรูปกฎระเบียบครั้งใหญ่ด้วยการเรียกร้องให้มีการ “วิเคราะห์อย่างครอบคลุม” กฎเกณฑ์ธนาคารของอียู ชี้ว่ากรอบการกำกับดูแลในปัจจุบัน “ซับซ้อนเกินความจำเป็น” และเ...
ผู้ว่าการธนาคารกลางฝรั่งเศส อิตาลี สเปน และเยอรมนี จุดชนวนการปฏิรูปกฎระเบียบครั้งใหญ่ด้วยการเรียกร้องให้มีการ “วิเคราะห์อย่างครอบคลุม” กฎเกณฑ์ธนาคารของอียู ชี้ว่ากรอบการกำกับดูแลในปัจจุบัน “ซับซ้อนเกินความจำเป็น” และเ... เงินทุนกว่า 225,000 ล้านยูโร และสภาพคล่องอีก 250,000 ล้านยูโร ถูก 'กักขัง' ไว้ในบริษัทย่อยของกลุ่มธนาคารต่างๆ เพราะไม่มีกลไกการยกเว้นกฎเกณฑ์ข้ามพรมแดน ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เกิดความพยายามในการผลักดันให้สหภ...
เป้าหมายสูงสุดของแนวร่วมนี้คือการทำให้สหภาพธนาคารเสร็จสมบูรณ์ ผ่านการจัดตั้งกองทุนประกันเงินฝากยุโรป (EDIS) ลดทอนกฎเกณฑ์ความรอบคอบให้เรียบง่ายขึ้น และขจัดอุปสรรคระดับชาติ แต่นี่ไม่ใช่การลดกฎระเบียบเพื่อปล่อยเสรีทางการ...