กลุ่มนักคณิตศาสตร์นานาชาติประกาศ 'ปฏิญญาไลเดน' เตือน AI สร้าง 5 ภัยคุกคามหลักต่อวงการ ทั้งการพิสูจน์ที่เชื่อถือไม่ได้, การอ้างอิงที่ล่มสลาย, ความเหลื่อมล้ำที่ถ่างกว้าง, ข่าวลวงเกินจริงที่ชี้นำนโยบายรัฐ และการสูญเสียอิ... ผู้ลงนามกว่า 150 คนรวมถึง ปีเตอร์ ชอลเซ่ (Peter Scholze) เจ้าของเหรียญฟีลดส์ เรียกร้องให้เพื่อนร...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What are the key concerns and recommendations outlined in the Leiden Declaration on Artificial Intelligence and Mathematics, released by a g. Article summary: The Leiden Declaration on Artificial Intelligence and Mathematics, published on 2 June 2026 by 16 researchers from 15 universities, warns that unchecked AI use threatens the core values of mathematics. It does not call f. Topic tags: general, education, academic, general web. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# The Leiden Declaration on Artificial Intelligence and Mathematics. From the Leiden Declaration website. *At 10 AM, June 2, 2026, Leiden University published a slightly adapted ve" source context "The Leiden Declaration on Artificial Intelligence and Mathematics" Reference image 2: visual subject "# Mathema
ในวันที่ 2 มิถุนายน 2026 คณะทำงานนักคณิตศาสตร์จาก 15 มหาวิทยาลัยได้เผยแพร่ 'ปฏิญญาไลเดนว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์และคณิตศาสตร์' (Leiden Declaration on Artificial Intelligence and Mathematics) เอกสาร 11 หน้าที่กลายเป็นแรงสั่นสะเทือนในโลกวิชาการอย่างรวดเร็ว โดยมีผู้ร่วมลงนามแล้วกว่า 150 คน รวมถึงอัจฉริยะเจ้าของเหรียญฟีลดส์อย่าง ปีเตอร์ ชอลเซ่ (Peter Scholze) นี่ไม่ใช่คำเรียกร้องให้แบน AI แต่คือการขีดเส้นตายอย่างชัดเจน: ผู้เขียนเตือนว่า หากไม่ลงมือทำอะไรอย่างเร่งด่วนและสอดคล้องกัน หัวใจหลักของศาสตร์แขนงนี้ ไม่ว่าจะเป็นบทพิสูจน์ที่รัดกุม การให้เครดิตที่ชัดเจน และการค้นคว้าด้วยตนเอง ก็จะถูกกัดกร่อนภายใต้แรงกดดันทางการค้า
ปฏิญญานี้ระบุภัยคุกคามที่แตกต่างกัน 5 ประการ แต่เชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง โดยแต่ละข้อกำลังโจมตีค่านิยมพื้นฐานของวงการคณิตศาสตร์
1. บทพิสูจน์ที่ไม่น่าเชื่อถือและตรวจสอบไม่ได้
คณิตศาสตร์ตั้งอยู่บนบทพิสูจน์ที่สามารถตรวจสอบซ้ำและทำความเข้าใจได้อย่างลึกซึ้งด้วยมนุษย์ แต่ระบบ AI สามารถสร้างข้อโต้แย้งที่ดูเหมือนมีเหตุผล ทว่าภายในกลับซ่อนข้อผิดพลาดที่แทบมองไม่เห็น—มันคือ 'บทพิสูจน์ลวง' ที่มนุษย์เองก็ยากจะจับได้ ปัญหานี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การสร้างข้อความแบบไม่เป็นทางการ แต่มันยังเกิดขึ้นในระบบพิสูจน์รูปแบบนัยทั่วไป (formal proof systems) เมื่อตรรกะที่อยู่เบื้องหลังถูกทำให้คลุมเครือ
2. การล่มสลายของระบบการอ้างอิงและการละเมิดลิขสิทธิ์อย่างกว้างขวาง
โมเดล AI ถูกเทรนด้วยงานวิจัยที่ตีพิมพ์เผยแพร่ของมนุษย์โดยไม่ได้รับความยินยอม และมักไม่มีการอ้างอิงแหล่งที่มา ผลลัพธ์คือการพังทลายของระบบการให้เครดิต ทำให้ไม่สามารถสืบร่องรอยที่มาทางปัญญา หรือให้รางวัลกับนักคิดที่แท้จริงได้อีกต่อไป ปฏิญญานี้ย้ำว่า ผู้ประพันธ์ต้องค้นหาต้นตอทางความคิดด้วยตนเองอย่างแข็งขัน และเมื่อใดที่ไม่สามารถให้เครดิตได้อย่างสมบูรณ์ ต้องระบุถึงข้อจำกัดนั้นให้ชัดเจน
3. ระบบสองมาตรฐานแห่งการพึ่งพาและความเหลื่อมล้ำ
เมื่อการวิจัยล้ำสมัยถูกผูกโยงกับโมเดลเฉพาะที่มีราคาแพงและพลังการประมวลผลมหาศาล โลกคณิตศาสตร์กำลังเผชิญกับอนาคตที่แล็บซึ่งมีเงินทุนหนาเท่านั้นที่จะแข่งขันได้ สิ่งนี้สร้างความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างที่บ่อนทำลายลักษณะของศาสตร์นี้ซึ่งแต่เดิมเน้นความเปิดกว้างและระบบคุณธรรมนิยม (meritocracy)
4. ข่าวลวงเกินจริงที่กำลังชี้นำนโยบายรัฐ
บรรดาบริษัทเทคโนโลยี ซึ่งถูกขับเคลื่อนด้วยแรงจูงใจทางการค้าอันเข้มข้น กำลังโอ้อวดความสามารถทางคณิตศาสตร์ของเครื่องมือตัวเองเกินจริง พวกเขาประกาศผลลัพธ์ตามไทม์ไลน์การตลาดผ่านการแถลงข่าว ไม่ใช่ผ่านกระบวนการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ที่เข้มข้น (peer-reviewed science) และใช้ผลสอบบนมาตรวัดทางคณิตศาสตร์ (math benchmarks) มาเป็นเครื่องมือการตลาดเพื่อโน้มน้าวว่ามันมีความฉลาดรอบด้าน (general intelligence)—ข้ออ้างที่ปฏิญญาปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง
ผู้เขียนเรียกร้องให้รัฐบาลต่างๆ ฟังการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่การโฆษณาชวนเชื่อ เมื่อกำลังกำหนดนโยบายวิทยาศาสตร์
5. การสูญเสียอิสระในการกำหนดทิศทางงานวิจัย
เมื่อผลประโยชน์ของบริษัทและความเป็นไปได้ทางเทคนิคเป็นตัวกำหนดว่าเราควรศึกษาอะไร วงการคณิตศาสตร์ก็เสี่ยงที่จะสูญเสียการควบคุมวาระการวิจัยของตัวเอง ลำดับความสำคัญทางการวิจัยถูกเบี่ยงเบนไปสู่ผลตอบแทนเชิงพาณิชย์ระยะสั้น แทนที่จะเป็นการค้นคว้าเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วยความสงสัยใคร่รู้ (curiosity-driven inquiry) นี่เป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพระยะยาวของศาสตร์ทั้งแขนง
แทนที่จะเป็นเพียงการวินิจฉัยปัญหา ปฏิญญาไลเดนได้กำหนด 'บรรทัดฐาน' ที่ปฏิบัติได้และเจาะจง สำหรับกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักสี่กลุ่ม
นักวิจัยรายบุคคล (Individual Researchers) ต้อง:
สถาบัน, วารสาร, และผู้ให้ทุน (Institutions, Journals, and Funders) ต้อง:
รัฐบาล (Governments) ต้อง:
ภาคอุตสาหกรรม (Industry) ต้อง:
ปฏิญญาไลเดนไม่ได้เป็นเรื่องของคณิตศาสตร์แต่เพียงลำพัง ผู้เขียนวางกรอบของการต่อสู้ครั้งนี้ให้เป็น 'เครื่องเตือนภัยล่วงหน้า' สำหรับนโยบายวิทยาศาสตร์ในทุกวงการ พวกเขาโต้แย้งว่า ระบบ AI แบบเดียวกับที่สร้างบทพิสูจน์ที่เชื่อถือไม่ได้ ก็อาจถูกใช้เป็นอาวุธในสงครามและการสอดแนมมวลชนได้เช่นกัน และได้ย้ำให้นักคณิตศาสตร์ประเมินงานของตนในเชิงจริยธรรม หรือแม้กระทั่งถอนตัวออกจากโครงการที่สร้างผลกระทบร้ายแรง
คำเตือนที่ลึกซึ้งกว่านั้นคือการเตือนในเชิงญาณวิทยา (epistemological) ว่า เมื่อไทม์ไลน์ทางการค้าเข้ามาแทนที่การตรวจสอบโดยเพื่อนร่วมสาขา และเมื่อข่าวลวงเกินจริงจากบริษัทกลบเสียงเตือนอย่างระมัดระวังของผู้เชี่ยวชาญ ความเข้าใจของสาธารณะว่าอะไรคือ 'ความจริงทางวิทยาศาสตร์' ก็จะถูกบิดเบือนไป คณิตศาสตร์—ศาสตร์ที่ภูมิใจมายาวนานในมาตรฐานอันชัดเจนและเป็นอมตะ—กำลังยืนอยู่บนแนวหน้าของสมรภูมิที่ใหญ่กว่านั้นในขณะนี้
ข้อเสนอแนะแทบจะทุกข้อในปฏิญญานี้หมุนวนอยู่กับหลักการเดียวคือ: ความโปร่งใส (Transparency) หากไม่รู้ว่า AI ถูกใช้เมื่อใดและอย่างไร วงการวิทยาศาสตร์ก็ไม่สามารถตรวจสอบผลลัพธ์, ไม่สามารถให้เครดิต, และไม่สามารถปกป้องมาตรฐานของตนเองได้ ด้วยผู้ลงนามกว่า 130 คนในช่วงเปิดตัว และการสนับสนุนจากสถาบันอย่างสหภาพคณิตศาสตร์นานาชาติ (International Mathematical Union) ปฏิญญาไลเดนจึงเป็นมากกว่าคำแถลงการณ์: มันคือร่างการทำงานของบรรทัดฐานที่นักคณิตศาสตร์เชื่อว่ายุคสมัยแห่ง AI จำเป็นต้องมี
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
กลุ่มนักคณิตศาสตร์นานาชาติประกาศ 'ปฏิญญาไลเดน' เตือน AI สร้าง 5 ภัยคุกคามหลักต่อวงการ ทั้งการพิสูจน์ที่เชื่อถือไม่ได้, การอ้างอิงที่ล่มสลาย, ความเหลื่อมล้ำที่ถ่างกว้าง, ข่าวลวงเกินจริงที่ชี้นำนโยบายรัฐ และการสูญเสียอิ...
กลุ่มนักคณิตศาสตร์นานาชาติประกาศ 'ปฏิญญาไลเดน' เตือน AI สร้าง 5 ภัยคุกคามหลักต่อวงการ ทั้งการพิสูจน์ที่เชื่อถือไม่ได้, การอ้างอิงที่ล่มสลาย, ความเหลื่อมล้ำที่ถ่างกว้าง, ข่าวลวงเกินจริงที่ชี้นำนโยบายรัฐ และการสูญเสียอิ... ผู้ลงนามกว่า 150 คนรวมถึง ปีเตอร์ ชอลเซ่ (Peter Scholze) เจ้าของเหรียญฟีลดส์ เรียกร้องให้เพื่อนร่วมอาชีพมอง AI เป็นแค่เครื่องมือและห้ามให้เป็นผู้แต่งร่วม (co author) พร้อมทั้งขอให้รัฐบาลเลิกเชื่อข่าวโคมลอยจากบริษัทเทค...
ปฏิญญานี้ถูกวางกรอบเป็นการต่อสู้เพื่ออนาคตของวิทยาศาสตร์เอง โดยขยายความกังวลไปถึงการใช้ AI ในสงคราม การสอดแนมมวลชน และโลกอนาคตที่ไทม์ไลน์การตลาดของบริษัทกำหนดว่าอะไรคือความจริงทางวิทยาศาสตร์ [7][15]