การเปลี่ยนมาใช้ Qwant ซึ่งเป็นเสิร์ชเอนจิ้นที่โฮสต์ในฝรั่งเศสและปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อมูลของ EU อย่างเคร่งครัด จึงเป็นการตัดวงจรการส่งข้อมูลของผู้ใช้งานภาครัฐกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ในสหรัฐฯ โดยตรง ซึ่งเป็นประเด็นที่ยุโรปกังวลมานานนับตั้งแต่มีกฎหมายอย่าง GDPR
การเปลี่ยนเสิร์ชเอนจิ้นเป็นเพียงฉากหน้า แต่ ของจริง ที่กำลังจะตามมาคือแพ็กเกจที่คณะกรรมาธิการยุโรปนำเสนอเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีสองมาตรการสำคัญที่กำลังจะเป็นเกมเชนเจอร์ :
ทั้งการเปลี่ยนเสิร์ชเอนจิ้นและการออกกฎควบคุมคลาวด์และชิป ล้วนอยู่ภายใต้แนวคิดเดียวกันที่เรียกว่า 'EuroStack' (ยูโรสแต็ก) ซึ่งเป็นพิมพ์เขียวเชิงกลยุทธ์ของกลุ่มนักวิชาการ ผู้นำอุตสาหกรรม และผู้กำหนดนโยบาย ที่ต้องการให้ยุโรปมี 'โครงสร้างดิจิทัล' เป็นของตัวเองในทุกระดับ ตั้งแต่ระบบเชื่อมต่อ, คลาวด์, เอไอ, แพลตฟอร์มข้อมูล ไปจนถึงเสิร์ชเอนจิ้น
เว็บไซต์ของคณะกรรมาธิการยุโรปเองยังอ้างถึงรายงาน EuroStack ว่าเป็นข้อโต้แย้งที่น่าเชื่อถือว่ายุโรปต้องลงทุนในอธิปไตยทางดิจิทัล เพื่อปรับเปลี่ยนระบบนิเวศดิจิทัลให้แข็งแกร่งและพึ่งพา Big Tech น้อยลง พูดง่ายๆ คือ ถ้า Google คือเสิร์ช, AWS คือคลาวด์, และ Nvidia คือชิป EuroStack ก็คือความพยายามที่จะสร้างทางเลือกของยุโรปเองในทุกจุดนั้น
ทั้งหมดนี้จึงไม่ใช่การกระทำแบบแยกส่วน แต่มันคือยุทธศาสตร์ที่ประสานสอดคล้องกันหลายชั้นเพื่อทำให้วิสัยทัศน์ 'EuroStack' กลายเป็นความจริง ผ่านการจัดซื้อจัดจ้าง กฎระเบียบ และการนำมาใช้โดยสถาบันรัฐโดยตรง จากที่เคยเป็นแค่วาทกรรม กำลังเดินหน้าเข้าสู่โหมดการบังคับใช้อย่างเป็นรูปธรรม
สรุปง่ายๆ คือ ยุโรปกำลังบอกว่า 'โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลก็เหมือนกับถนนหนทางหรือระบบไฟฟ้า เราไม่ควรต้องพึ่งพาคนนอกในการควบคุมมัน' และการเปลี่ยนเสิร์ชเอนจิ้นที่คุณใช้ทุกวัน ก็คือก้าวแรกที่จับต้องได้ของการปฏิวัติทางความคิดที่กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าภูมิทัศน์เทคโนโลยีโลก
Comments
0 comments