คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ รายงาน ECB เดือนมิถุนายน 2026 เผย สิ้นปี 2025 สัดส่วนทองคำในทุนสำรองธนาคารกลางโลกพุ่งเป็น 27% แซงพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ลดลงเหลือ 22% เป็นครั้งแรก [3][42] แรงหนุนหลักมาจากความพยายามกระจายความเสี่ยง ลดการพึ่งพาสินทรัพย์สกุลเงินดอลลาร์ และป้องกันความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ หลังเหตุการณ์อายัดทุนสำรองของรัสเซียเมื่อปี 2022 [7] มูลค่าทองคำที่เพิ่มขึ้นจากราคาตลาด (Valuation Effects) มีบทบาทไม่แพ้แรงซื้อ โดย ECB เองมีมูลค่าทองคำในมือเพิ่มขึ้นถึง 18,900 ล้านยูโรในปีเดียว [4] นักวิเคราะห์ชี้ว่านี่ไม่ใช่การ 'ล้มดอลลาร์' แต่เป็นการ 'กระจายความเสี่ยงแบบพอประมาณ' เพราะสินทรัพย์สกุลดอลลาร์ยังครองสัดส่วนใหญ่ที่สุดที่ 42% และทองคำมีข้อจำกัดเรื่องผลตอบแทนและสภาพคล่อง [1][42] What does the European Central Bank's latest annual report reveal about gold overtaking US Treasuries as the world's largest reserve asset, Central banks globally now hold more gold than US government bonds, according to the ECB's June 2026 report. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What does the European Central Bank's latest annual report reveal about gold overtaking US Treasuries as the world's largest reserve asset,. Article summary: Here is what the ECB's latest annual accounts and the June 2026 International Role of the Euro report reveal across each of your questions.. Topic tags: general, government, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Gold has overtaken the euro to become the world's second largest global reserve asset after the US dollar, according to the European Central Bank (ECB)." source context "Gold surpasses the euro as second global reserve asset" Reference image 2: visual subject "Gold has overtaken the euro to become the world's second largest global reserve asset after the US dollar, according to the
openai.com การปรับสมดุลครั้งประวัติศาสตร์กำลังเกิดขึ้นในคลังสำรองของธนาคารกลางทั่วโลก รายงาน "บทบาทของเงินยูโรในเวทีโลก" (The international role of the euro) ฉบับเดือนมิถุนายน 2026 จากธนาคารกลางยุโรป (ECB) เปิดเผยว่า ทองคำได้แซงหน้าพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ขึ้นเป็นองค์ประกอบที่ใหญ่ที่สุดในทุนสำรองระหว่างประเทศของธนาคารกลางทั่วโลกแล้ว นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่สะท้อนถึงแรงกระเพื่อมจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และการผลักดันเชิงกลยุทธ์เพื่อกระจายความเสี่ยงออกจากสินทรัพย์แบบดั้งเดิม
ตัวเลขการเปลี่ยนแปลง ณ สิ้นปี 2025: จุดตัดที่พลิกโฉม
ภาพการจัดสรรทุนสำรอง ณ สิ้นปี 2025 แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ:
ทองคำ: 27% เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 20% ในปีก่อนหน้า
พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Treasuries): 22% ลดลงจาก 25%
สินทรัพย์ในสกุลเงินยูโร: 15% คงที่ ไม่เปลี่ยนแปลง
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "สิ้นสุดยุคพันธบัตร? ECB เผยรายงานประวัติศาสตร์ ทองคำขึ้นแท่นทรัพย์สินอันดับหนึ่งในคลังธนาคารกลางโลก" คืออะไร รายงาน ECB เดือนมิถุนายน 2026 เผย สิ้นปี 2025 สัดส่วนทองคำในทุนสำรองธนาคารกลางโลกพุ่งเป็น 27% แซงพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ลดลงเหลือ 22% เป็นครั้งแรก [3][42]
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? รายงาน ECB เดือนมิถุนายน 2026 เผย สิ้นปี 2025 สัดส่วนทองคำในทุนสำรองธนาคารกลางโลกพุ่งเป็น 27% แซงพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ลดลงเหลือ 22% เป็นครั้งแรก [3][42] แรงหนุนหลักมาจากความพยายามกระจายความเสี่ยง ลดการพึ่งพาสินทรัพย์สกุลเงินดอลลาร์ และป้องกันความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ หลังเหตุการณ์อายัดทุนสำรองของรัสเซียเมื่อปี 2022 [7]
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? มูลค่าทองคำที่เพิ่มขึ้นจากราคาตลาด (Valuation Effects) มีบทบาทไม่แพ้แรงซื้อ โดย ECB เองมีมูลค่าทองคำในมือเพิ่มขึ้นถึง 18,900 ล้านยูโรในปีเดียว [4]
คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ รายงาน ECB เดือนมิถุนายน 2026 เผย สิ้นปี 2025 สัดส่วนทองคำในทุนสำรองธนาคารกลางโลกพุ่งเป็น 27% แซงพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ลดลงเหลือ 22% เป็นครั้งแรก [3][42] แรงหนุนหลักมาจากความพยายามกระจายความเสี่ยง ลดการพึ่งพาสินทรัพย์สกุลเงินดอลลาร์ และป้องกันความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ หลังเหตุการณ์อายัดทุนสำรองของรัสเซียเมื่อปี 2022 [7] มูลค่าทองคำที่เพิ่มขึ้นจากราคาตลาด (Valuation Effects) มีบทบาทไม่แพ้แรงซื้อ โดย ECB เองมีมูลค่าทองคำในมือเพิ่มขึ้นถึง 18,900 ล้านยูโรในปีเดียว [4] นักวิเคราะห์ชี้ว่านี่ไม่ใช่การ 'ล้มดอลลาร์' แต่เป็นการ 'กระจายความเสี่ยงแบบพอประมาณ' เพราะสินทรัพย์สกุลดอลลาร์ยังครองสัดส่วนใหญ่ที่สุดที่ 42% และทองคำมีข้อจำกัดเรื่องผลตอบแทนและสภาพคล่อง [1][42] What does the European Central Bank's latest annual report reveal about gold overtaking US Treasuries as the world's largest reserve asset, Central banks globally now hold more gold than US government bonds, according to the ECB's June 2026 report. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What does the European Central Bank's latest annual report reveal about gold overtaking US Treasuries as the world's largest reserve asset,. Article summary: Here is what the ECB's latest annual accounts and the June 2026 International Role of the Euro report reveal across each of your questions.. Topic tags: general, government, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Gold has overtaken the euro to become the world's second largest global reserve asset after the US dollar, according to the European Central Bank (ECB)." source context "Gold surpasses the euro as second global reserve asset" Reference image 2: visual subject "Gold has overtaken the euro to become the world's second largest global reserve asset after the US dollar, according to the
openai.com การปรับสมดุลครั้งประวัติศาสตร์กำลังเกิดขึ้นในคลังสำรองของธนาคารกลางทั่วโลก รายงาน "บทบาทของเงินยูโรในเวทีโลก" (The international role of the euro) ฉบับเดือนมิถุนายน 2026 จากธนาคารกลางยุโรป (ECB) เปิดเผยว่า ทองคำได้แซงหน้าพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ขึ้นเป็นองค์ประกอบที่ใหญ่ที่สุดในทุนสำรองระหว่างประเทศของธนาคารกลางทั่วโลกแล้ว นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่สะท้อนถึงแรงกระเพื่อมจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และการผลักดันเชิงกลยุทธ์เพื่อกระจายความเสี่ยงออกจากสินทรัพย์แบบดั้งเดิม
ตัวเลขการเปลี่ยนแปลง ณ สิ้นปี 2025: จุดตัดที่พลิกโฉม
ภาพการจัดสรรทุนสำรอง ณ สิ้นปี 2025 แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ:
ทองคำ: 27% เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 20% ในปีก่อนหน้า
พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Treasuries): 22% ลดลงจาก 25%
สินทรัพย์ในสกุลเงินยูโร: 15% คงที่ ไม่เปลี่ยนแปลง
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "สิ้นสุดยุคพันธบัตร? ECB เผยรายงานประวัติศาสตร์ ทองคำขึ้นแท่นทรัพย์สินอันดับหนึ่งในคลังธนาคารกลางโลก" คืออะไร รายงาน ECB เดือนมิถุนายน 2026 เผย สิ้นปี 2025 สัดส่วนทองคำในทุนสำรองธนาคารกลางโลกพุ่งเป็น 27% แซงพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ลดลงเหลือ 22% เป็นครั้งแรก [3][42]
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? รายงาน ECB เดือนมิถุนายน 2026 เผย สิ้นปี 2025 สัดส่วนทองคำในทุนสำรองธนาคารกลางโลกพุ่งเป็น 27% แซงพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ลดลงเหลือ 22% เป็นครั้งแรก [3][42] แรงหนุนหลักมาจากความพยายามกระจายความเสี่ยง ลดการพึ่งพาสินทรัพย์สกุลเงินดอลลาร์ และป้องกันความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ หลังเหตุการณ์อายัดทุนสำรองของรัสเซียเมื่อปี 2022 [7]
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? มูลค่าทองคำที่เพิ่มขึ้นจากราคาตลาด (Valuation Effects) มีบทบาทไม่แพ้แรงซื้อ โดย ECB เองมีมูลค่าทองคำในมือเพิ่มขึ้นถึง 18,900 ล้านยูโรในปีเดียว [4]
การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่การปรับตัวเลขทางบัญชี แต่สะท้อนทั้งการเข้าซื้อทองคำอย่างแข็งขันของภาครัฐและผลกำไรมหาศาลจากมูลค่าทองคำที่เพิ่มขึ้น งบดุลของ ECB เองก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน โดยในปี 2025 มูลค่าทองคำที่ ECB ถือครองพุ่งสูงขึ้นถึง 18,900 ล้านยูโร เป็น 59,800 ล้านยูโร ซึ่งมาจากราคาตลาดของทองคำในรูปเงินยูโรที่สูงขึ้นล้วนๆ ในขณะที่มูลค่าสกุลเงินตราต่างประเทศ เช่น ดอลลาร์สหรัฐฯ เยนญี่ปุ่น และหยวนจีน กลับลดลง 4,800 ล้านยูโร เหลือ 55,200 ล้านยูโร ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการอ่อนค่าของสกุลเงินเหล่านั้นเมื่อเทียบกับเงินยูโร
แรงขับเคลื่อนทางภูมิรัฐศาสตร์: ทำไมธนาคารกลางจึงแห่ซื้อทอง คริสติน ลาการ์ด (Christine Lagarde) ประธาน ECB และ หลุยส์ เดอ กวินโดส (Luis de Guindos) รองประธาน ได้ชี้ว่า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงอยู่ เป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันอุปสงค์ทองคำจากธนาคารกลาง ต้นตอของแนวโน้มนี้ย้อนกลับไปได้ถึงปี 2022 เมื่อชาติตะวันตกอายัดทุนสำรองเงินดอลลาร์ของรัสเซีย ภายหลังการรุกรานยูเครน ซึ่งเหตุการณ์นี้ได้จุดชนวนให้เกิดการประเมินความเปราะบางของสินทรัพย์สำรองทางการครั้งใหญ่ในหมู่ธนาคารกลางทั่วโลก
ผลสำรวจจากสภาทองคำโลก (World Gold Council) ซึ่งสำรวจธนาคารกลางเกือบ 60 แห่ง และถูกอ้างอิงในรายงานของ ECB ระบุแรงจูงใจสำคัญในการถือครองทองคำ ได้แก่
การกระจายความเสี่ยง ออกจากการพึ่งพาสกุลเงินสำรองแบบดั้งเดิม
การป้องกันความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
ความต้องการสินทรัพย์ที่รักษามูลค่าได้ในระยะยาว และเป็นที่พึ่งได้ยามวิกฤต
รายงานการประชุมนโยบายการเงินของ ECB เมื่อเดือนตุลาคม 2025 ยังบันทึกไว้ว่า การพุ่งขึ้นของราคาทองคำ "เริ่มต้นจากการที่ธนาคารกลาง โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่ กระจายทุนสำรองของตน" ก่อนจะถูกเสริมแรงด้วยนักลงทุนสถาบันและรายย่อย
บทบาทของ 'มูลค่าที่เพิ่มขึ้น' ตัวเร่งสำคัญ เราไม่ควรมองข้าม "ผลกระทบจากการตีมูลค่า" (Valuation Effects) ซึ่งเป็นตัวขยายสัดส่วนทองคำในทุนสำรองให้สูงขึ้นอย่างมาก รายงานการประชุม ECB ในเดือนตุลาคม 2025 ตั้งข้อสังเกตว่าราคาทองคำได้ "หักล้างความสัมพันธ์ในอดีต" ด้วยการพุ่งทะยานท่ามกลางเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าและอัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (Real Yields) ที่สูง นั่นหมายความว่า ต่อให้ธนาคารกลางไม่ได้ซื้อทองคำเพิ่มแม้แต่ออนซ์เดียว มูลค่าตลาดและสัดส่วนของทองคำในพอร์ตก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญอยู่ดี
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ ธนาคารกลางเยอรมนี (Bundesbank) ซึ่งรายงานว่า มูลค่าการถือครองทองคำของตนพุ่งสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 395,000 ล้านยูโร โดยเป็นการเพิ่มขึ้นจากผลของการตีมูลค่าสูงถึง 125,000 ล้านยูโรภายในปีเดียว
'การกระจายความเสี่ยง' ไม่ใช่ 'การล้มดอลลาร์' การเคลื่อนย้ายสู่ทองคำเป็นส่วนหนึ่งของกระแสการกระจายทุนสำรองในวงกว้าง แต่เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องไม่ตีความเกินเลยไปว่าเป็นการแห่หนีจากเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แบบหัวปักหัวปำ รายงานวิจัยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่เผยแพร่ในเดือนมิถุนายน 2026 สรุปว่า การซื้อทองคำของประเทศส่วนใหญ่สะท้อนถึง "การกระจายทุนสำรองระหว่างประเทศแบบพอประมาณ" (modest diversification) มากกว่าที่จะเป็นยุทธศาสตร์ถอนตัวจากดอลลาร์อย่างสิ้นเชิง (de-dollarization)
แม้พันธบัตรสหรัฐฯ จะถูกทองคำแซงหน้าไปแล้ว แต่เมื่อนับรวมสินทรัพย์ทั้งหมดที่อิงกับสกุลเงินดอลลาร์ ก็ยังคงครองสัดส่วนใหญ่ที่สุดในทุนสำรองโลกที่ 42% นอกจากนี้ การกระจายความเสี่ยงยังเกิดขึ้นในหลายมิติ รายงาน ECB ยังระบุว่า สกุลเงินสำรองที่ไม่ใช่สกุลหลัก อย่างดอลลาร์ออสเตรเลียและดอลลาร์แคนาดา มีสัดส่วนรวมกันเพิ่มขึ้นเป็น 9.6% และผลสำรวจพบว่า ผู้จัดการทุนสำรองสองในสามคาดว่าจะเพิ่มสัดส่วนการถือครองทองคำอีก
อีกหนึ่งข้อมูลที่น่าตกใจคือ การลดลงถึง 82,000 ล้านดอลลาร์ ในการถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ ที่เฟดนิวยอร์กภายในเดือนมีนาคม 2026 ซึ่งตอกย้ำสภาพแวดล้อมที่ผันผวน การเทขายครั้งนั้นมาจากประเทศผู้นำเข้าน้ำมัน เช่น ตุรกี อินเดีย และไทย ที่จำเป็นต้องระดมเงินดอลลาร์เพื่อพยุงค่าเงินของตนและนำเข้าเชื้อเพลิง ภายหลังสงครามอิหร่านและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ แม้จะไม่ใช่สาเหตุโดยตรงที่ทำให้ราคาทองคำขึ้น แต่ก็แสดงให้เห็นถึงแรงกดดันด้านสภาพคล่องที่ทำให้สินทรัพย์สำรองที่ไม่ใช่ดอลลาร์น่าดึงดูดใจยิ่งขึ้น
ผู้ซื้อทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลกในปี 2025 ในปี 2025 ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำสุทธิประมาณ 850 ตัน ลดลงจากสถิติ 1,045 ตันในปี 2024 แต่ก็ยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตอย่างมาก อุปสงค์ส่วนใหญ่นี้มาจากประเทศตลาดเกิดใหม่
ผู้ซื้อรายใหญ่ซึ่งประมวลจากข้อมูลของสภาทองคำโลกและแหล่งอื่นๆ ได้แก่:
โปแลนด์: ธนาคารกลางโปแลนด์เป็นผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดเป็นปีที่สองติดต่อกัน โดยเพิ่มทองคำสำรองประมาณ 102 ตัน ส่งผลให้มีทองคำรวม 550 ตัน พร้อมทั้งยืนยันความมุ่งมั่นด้วยการเพิ่มเป้าหมายการถือครองทองคำเป็น 30% ของทุนสำรองทั้งหมด
คาซัคสถาน: ธนาคารกลางคาซัคสถานเป็นผู้ซื้อรายใหญ่อันดับสอง เพิ่มทองคำสำรอง 57 ตัน ซึ่งเป็นปีที่ทำสถิติสูงสุดจากการซื้อผลผลิตภายในประเทศ
บราซิล: ธนาคารกลางบราซิลกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้งหลังหยุดไปนาน 4 ปี โดยซื้อทองคำถึง 43 ตัน ภายในไม่กี่เดือน ส่งผลให้มียอดรวม 172 ตัน
จีน: ธนาคารประชาชนจีนเดินหน้าซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 17 โดยเพิ่มอีก 27 ตัน ส่งผลให้ทุนสำรองทองคำที่รายงานอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 2,306 ตัน
ตุรกี: ธนาคารกลางตุรกียังคงซื้อสะสมอย่างสม่ำเสมอ โดยเพิ่มอีก 22 ตัน
ข้อจำกัดของทองคำในฐานะสินทรัพย์สำรองสมัยใหม่ แม้ราคาจะพุ่งกระฉูดและความนิยมจะสูงลิ่ว แต่ ECB และนักวิเคราะห์ต่างเตือนว่า ทองคำไม่ได้เป็นสิ่งทดแทนระบบทุนสำรองที่ใช้สกุลเงินกระดาษ (Fiat Money) ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่เป็นจริงได้แก่:
ไม่มีผลตอบแทน: ทองคำไม่ให้ดอกเบี้ย ทำให้ไม่น่าสนใจสำหรับการสร้างรายได้ในยุคที่อัตราดอกเบี้ยสูง
ต้นทุนการเก็บรักษา: การเก็บรักษาทองคำแท่งมีค่าใช้จ่ายในการดูแล ห้องนิรภัย และการประกันภัย ซึ่งไม่มีในหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์
สภาพคล่องในการแทรกแซงค่าเงิน: แม้เป็นแหล่งรักษามูลค่าชั้นดี แต่ทองคำไม่สามารถใช้ได้ทันทีเหมือนเงินฝากหรือหลักทรัพย์สกุลเงินตราเพื่อการซื้อขายระหว่างวันและการชำระราคา
ความผันผวนของราคา: การที่ราคาทองคำพุ่งแรงและ "หักล้างความสัมพันธ์ในอดีต" สะท้อนถึงความสามารถในการแกว่งตัวของราคาที่คาดเดาไม่ได้
ข้อจำกัดด้านขนาด: หน้าที่ของทองคำที่ดีที่สุดคือการเป็น "ส่วนประกอบเสริม" (complement) ให้กับสินทรัพย์กระดาษ ไม่ใช่สิ่งทดแทนในแง่ของความลึกและความยืดหยุ่นในการดำเนินงานของตลาดพันธบัตรรัฐบาลหลักๆ ของโลก
การที่ทองคำก้าวขึ้นเป็นพระเอกเบอร์หนึ่งในตารางสินทรัพย์สำรองของโลก เป็นช่วงเวลาสำคัญที่สะท้อนถึงความไม่สบายใจอย่างสุดซึ้งต่อสถานภาพทางภูมิรัฐศาสตร์โลก อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดของมัน บทบาทพื้นฐานของเงินตราสกุลหลักและตลาดพันธบัตรรัฐบาลต่อระบบการเงินโลกก็ยังคงอยู่ แม้จะถูกท้าทายมากขึ้นทุกขณะ
ecb.europa.eu Meeting of 29-30 October 2025 การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่การปรับตัวเลขทางบัญชี แต่สะท้อนทั้งการเข้าซื้อทองคำอย่างแข็งขันของภาครัฐและผลกำไรมหาศาลจากมูลค่าทองคำที่เพิ่มขึ้น งบดุลของ ECB เองก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน โดยในปี 2025 มูลค่าทองคำที่ ECB ถือครองพุ่งสูงขึ้นถึง 18,900 ล้านยูโร เป็น 59,800 ล้านยูโร ซึ่งมาจากราคาตลาดของทองคำในรูปเงินยูโรที่สูงขึ้นล้วนๆ ในขณะที่มูลค่าสกุลเงินตราต่างประเทศ เช่น ดอลลาร์สหรัฐฯ เยนญี่ปุ่น และหยวนจีน กลับลดลง 4,800 ล้านยูโร เหลือ 55,200 ล้านยูโร ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการอ่อนค่าของสกุลเงินเหล่านั้นเมื่อเทียบกับเงินยูโร
แรงขับเคลื่อนทางภูมิรัฐศาสตร์: ทำไมธนาคารกลางจึงแห่ซื้อทอง คริสติน ลาการ์ด (Christine Lagarde) ประธาน ECB และ หลุยส์ เดอ กวินโดส (Luis de Guindos) รองประธาน ได้ชี้ว่า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงอยู่ เป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันอุปสงค์ทองคำจากธนาคารกลาง ต้นตอของแนวโน้มนี้ย้อนกลับไปได้ถึงปี 2022 เมื่อชาติตะวันตกอายัดทุนสำรองเงินดอลลาร์ของรัสเซีย ภายหลังการรุกรานยูเครน ซึ่งเหตุการณ์นี้ได้จุดชนวนให้เกิดการประเมินความเปราะบางของสินทรัพย์สำรองทางการครั้งใหญ่ในหมู่ธนาคารกลางทั่วโลก
ผลสำรวจจากสภาทองคำโลก (World Gold Council) ซึ่งสำรวจธนาคารกลางเกือบ 60 แห่ง และถูกอ้างอิงในรายงานของ ECB ระบุแรงจูงใจสำคัญในการถือครองทองคำ ได้แก่
การกระจายความเสี่ยง ออกจากการพึ่งพาสกุลเงินสำรองแบบดั้งเดิม
การป้องกันความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
ความต้องการสินทรัพย์ที่รักษามูลค่าได้ในระยะยาว และเป็นที่พึ่งได้ยามวิกฤต
รายงานการประชุมนโยบายการเงินของ ECB เมื่อเดือนตุลาคม 2025 ยังบันทึกไว้ว่า การพุ่งขึ้นของราคาทองคำ "เริ่มต้นจากการที่ธนาคารกลาง โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่ กระจายทุนสำรองของตน" ก่อนจะถูกเสริมแรงด้วยนักลงทุนสถาบันและรายย่อย
บทบาทของ 'มูลค่าที่เพิ่มขึ้น' ตัวเร่งสำคัญ เราไม่ควรมองข้าม "ผลกระทบจากการตีมูลค่า" (Valuation Effects) ซึ่งเป็นตัวขยายสัดส่วนทองคำในทุนสำรองให้สูงขึ้นอย่างมาก รายงานการประชุม ECB ในเดือนตุลาคม 2025 ตั้งข้อสังเกตว่าราคาทองคำได้ "หักล้างความสัมพันธ์ในอดีต" ด้วยการพุ่งทะยานท่ามกลางเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าและอัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (Real Yields) ที่สูง นั่นหมายความว่า ต่อให้ธนาคารกลางไม่ได้ซื้อทองคำเพิ่มแม้แต่ออนซ์เดียว มูลค่าตลาดและสัดส่วนของทองคำในพอร์ตก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญอยู่ดี
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ ธนาคารกลางเยอรมนี (Bundesbank) ซึ่งรายงานว่า มูลค่าการถือครองทองคำของตนพุ่งสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 395,000 ล้านยูโร โดยเป็นการเพิ่มขึ้นจากผลของการตีมูลค่าสูงถึง 125,000 ล้านยูโรภายในปีเดียว
'การกระจายความเสี่ยง' ไม่ใช่ 'การล้มดอลลาร์' การเคลื่อนย้ายสู่ทองคำเป็นส่วนหนึ่งของกระแสการกระจายทุนสำรองในวงกว้าง แต่เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องไม่ตีความเกินเลยไปว่าเป็นการแห่หนีจากเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แบบหัวปักหัวปำ รายงานวิจัยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่เผยแพร่ในเดือนมิถุนายน 2026 สรุปว่า การซื้อทองคำของประเทศส่วนใหญ่สะท้อนถึง "การกระจายทุนสำรองระหว่างประเทศแบบพอประมาณ" (modest diversification) มากกว่าที่จะเป็นยุทธศาสตร์ถอนตัวจากดอลลาร์อย่างสิ้นเชิง (de-dollarization)
แม้พันธบัตรสหรัฐฯ จะถูกทองคำแซงหน้าไปแล้ว แต่เมื่อนับรวมสินทรัพย์ทั้งหมดที่อิงกับสกุลเงินดอลลาร์ ก็ยังคงครองสัดส่วนใหญ่ที่สุดในทุนสำรองโลกที่ 42% นอกจากนี้ การกระจายความเสี่ยงยังเกิดขึ้นในหลายมิติ รายงาน ECB ยังระบุว่า สกุลเงินสำรองที่ไม่ใช่สกุลหลัก อย่างดอลลาร์ออสเตรเลียและดอลลาร์แคนาดา มีสัดส่วนรวมกันเพิ่มขึ้นเป็น 9.6% และผลสำรวจพบว่า ผู้จัดการทุนสำรองสองในสามคาดว่าจะเพิ่มสัดส่วนการถือครองทองคำอีก
อีกหนึ่งข้อมูลที่น่าตกใจคือ การลดลงถึง 82,000 ล้านดอลลาร์ ในการถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ ที่เฟดนิวยอร์กภายในเดือนมีนาคม 2026 ซึ่งตอกย้ำสภาพแวดล้อมที่ผันผวน การเทขายครั้งนั้นมาจากประเทศผู้นำเข้าน้ำมัน เช่น ตุรกี อินเดีย และไทย ที่จำเป็นต้องระดมเงินดอลลาร์เพื่อพยุงค่าเงินของตนและนำเข้าเชื้อเพลิง ภายหลังสงครามอิหร่านและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ แม้จะไม่ใช่สาเหตุโดยตรงที่ทำให้ราคาทองคำขึ้น แต่ก็แสดงให้เห็นถึงแรงกดดันด้านสภาพคล่องที่ทำให้สินทรัพย์สำรองที่ไม่ใช่ดอลลาร์น่าดึงดูดใจยิ่งขึ้น
ผู้ซื้อทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลกในปี 2025 ในปี 2025 ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำสุทธิประมาณ 850 ตัน ลดลงจากสถิติ 1,045 ตันในปี 2024 แต่ก็ยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตอย่างมาก อุปสงค์ส่วนใหญ่นี้มาจากประเทศตลาดเกิดใหม่
ผู้ซื้อรายใหญ่ซึ่งประมวลจากข้อมูลของสภาทองคำโลกและแหล่งอื่นๆ ได้แก่:
โปแลนด์: ธนาคารกลางโปแลนด์เป็นผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดเป็นปีที่สองติดต่อกัน โดยเพิ่มทองคำสำรองประมาณ 102 ตัน ส่งผลให้มีทองคำรวม 550 ตัน พร้อมทั้งยืนยันความมุ่งมั่นด้วยการเพิ่มเป้าหมายการถือครองทองคำเป็น 30% ของทุนสำรองทั้งหมด
คาซัคสถาน: ธนาคารกลางคาซัคสถานเป็นผู้ซื้อรายใหญ่อันดับสอง เพิ่มทองคำสำรอง 57 ตัน ซึ่งเป็นปีที่ทำสถิติสูงสุดจากการซื้อผลผลิตภายในประเทศ
บราซิล: ธนาคารกลางบราซิลกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้งหลังหยุดไปนาน 4 ปี โดยซื้อทองคำถึง 43 ตัน ภายในไม่กี่เดือน ส่งผลให้มียอดรวม 172 ตัน
จีน: ธนาคารประชาชนจีนเดินหน้าซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 17 โดยเพิ่มอีก 27 ตัน ส่งผลให้ทุนสำรองทองคำที่รายงานอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 2,306 ตัน
ตุรกี: ธนาคารกลางตุรกียังคงซื้อสะสมอย่างสม่ำเสมอ โดยเพิ่มอีก 22 ตัน
ข้อจำกัดของทองคำในฐานะสินทรัพย์สำรองสมัยใหม่ แม้ราคาจะพุ่งกระฉูดและความนิยมจะสูงลิ่ว แต่ ECB และนักวิเคราะห์ต่างเตือนว่า ทองคำไม่ได้เป็นสิ่งทดแทนระบบทุนสำรองที่ใช้สกุลเงินกระดาษ (Fiat Money) ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่เป็นจริงได้แก่:
ไม่มีผลตอบแทน: ทองคำไม่ให้ดอกเบี้ย ทำให้ไม่น่าสนใจสำหรับการสร้างรายได้ในยุคที่อัตราดอกเบี้ยสูง
ต้นทุนการเก็บรักษา: การเก็บรักษาทองคำแท่งมีค่าใช้จ่ายในการดูแล ห้องนิรภัย และการประกันภัย ซึ่งไม่มีในหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์
สภาพคล่องในการแทรกแซงค่าเงิน: แม้เป็นแหล่งรักษามูลค่าชั้นดี แต่ทองคำไม่สามารถใช้ได้ทันทีเหมือนเงินฝากหรือหลักทรัพย์สกุลเงินตราเพื่อการซื้อขายระหว่างวันและการชำระราคา
ความผันผวนของราคา: การที่ราคาทองคำพุ่งแรงและ "หักล้างความสัมพันธ์ในอดีต" สะท้อนถึงความสามารถในการแกว่งตัวของราคาที่คาดเดาไม่ได้
ข้อจำกัดด้านขนาด: หน้าที่ของทองคำที่ดีที่สุดคือการเป็น "ส่วนประกอบเสริม" (complement) ให้กับสินทรัพย์กระดาษ ไม่ใช่สิ่งทดแทนในแง่ของความลึกและความยืดหยุ่นในการดำเนินงานของตลาดพันธบัตรรัฐบาลหลักๆ ของโลก
การที่ทองคำก้าวขึ้นเป็นพระเอกเบอร์หนึ่งในตารางสินทรัพย์สำรองของโลก เป็นช่วงเวลาสำคัญที่สะท้อนถึงความไม่สบายใจอย่างสุดซึ้งต่อสถานภาพทางภูมิรัฐศาสตร์โลก อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดของมัน บทบาทพื้นฐานของเงินตราสกุลหลักและตลาดพันธบัตรรัฐบาลต่อระบบการเงินโลกก็ยังคงอยู่ แม้จะถูกท้าทายมากขึ้นทุกขณะ
ecb.europa.eu Meeting of 29-30 October 2025