การทำงานเสริมกันคือ OpenShell สภาพแวดล้อมรันไทม์แบบแยกส่วนและปลอดภัยที่บังคับใช้การควบคุมความเป็นส่วนตัวสำหรับการโฮสต์และรัน Agent บนทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นเวิร์คสเตชั่น RTX, เครื่องเสมือนบนคลาวด์ หรือ DGX Station ตัวใหม่ เมื่อทำงานร่วมกัน NemoClaw และ OpenShell จะสร้างสภาพแวดล้อมเสมือนห้องทำงานที่ถูกแซนด์บ็อกซ์ไว้สำหรับ 'เพื่อนร่วมงานดิจิทัล' ที่สามารถทำงานได้ไม่มีวันหยุด โดยที่ข้อมูลสำคัญไม่รั่วไหล
สิ่งที่ขับเคลื่อนความอัจฉริยะของ Agent เหล่านั้นคือ Nemotron 3 Ultra โมเดลโอเพนซอร์สขนาด 5.5 แสนล้านพารามิเตอร์ ซึ่ง Nvidia อ้างว่าเป็นโมเดลโอเพนซอร์สที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมาโดยบริษัทสหรัฐฯ มันคือรุ่นพี่ใหญ่ของตระกูล Nemotron 3 ซึ่งอยู่เหนือกว่า Nano (พารามิเตอร์ระดับ 4 พันล้าน) และ Super (1.2 แสนล้าน) ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้
จากเอกสารอย่างเป็นทางการของ Nvidia และ White Paper โมเดลนี้ใช้ สถาปัตยกรรมแบบผสม Mamba-Transformer Mixture-of-Experts (MoE) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล้ำสมัย การออกแบบนี้ทำให้โมเดลมีพารามิเตอร์ที่ทำงานจริงสูงสุดประมาณ 5.5 หมื่นล้านพารามิเตอร์ต่อหนึ่งโทเค็น ในขณะที่ยังคงประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรในการอนุมาน
Nvidia รายงานว่า สถาปัตยกรรมนี้ทำให้การประมวลผลเร็วขึ้นถึง 5 เท่า และมีต้นทุนที่ลดลงถึง 30% สำหรับเวิร์กโฟลว์แบบ Agentic ที่ซับซ้อน เมื่อเทียบกับโมเดลรุ่นก่อน
ที่สำคัญ Nemotron 3 Ultra มี หน้าต่างบริบท 1 ล้านโทเค็น ซึ่งทำให้มันสามารถอ่านและเข้าใจข้อมูลจำนวนมหาศาลได้ในคราวเดียว ไม่ว่าจะเป็นโค้ดทั้งโปรเจ็กต์ งานวิจัยหลายสิบฉบับ หรือความทรงจำของ Agent ที่ทำงานมายาวนาน โดยไม่ต้องตัดข้อมูลเป็นส่วนๆ ซึ่งมักทำให้ AI ขาดความต่อเนื่องในการคิดวิเคราะห์ โมเดลนี้มีกำหนดการเปิดให้ใช้งานแบบเปิดในวันที่ 4 มิถุนายน 2026 นี้
Nvidia ทำให้ระบบนี้สมบูรณ์แบบตั้งแต่ชิปไปจนถึงซอฟต์แวร์ ด้วยการเปิดตัว DGX Station for Windows ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ AI แบบตั้งโต๊ะที่ถูกขนานนามว่าทรงพลังที่สุดในโลก ออกแบบมาเพื่อนำการพัฒนา AI ระดับแนวหน้ามาสู่โต๊ะทำงานขององค์กร โดยมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows แบบเนทีฟ
ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังใหม่ล่าสุด NVIDIA GB300 Grace Blackwell Ultra Desktop Superchip ซึ่งเป็นการจับคู่ GPU Blackwell Ultra เข้ากับ CPU 72-core Grace ผ่านการเชื่อมต่อความเร็วสูง NVLink-C2C เพื่อสร้างพูลหน่วยความจำขนาดใหญ่สูงสุด 748 GB ที่โปรเซสเซอร์ทั้งสองตัวสามารถเข้าถึงได้พร้อมกัน ผลลัพธ์คือระบบที่ให้ประสิทธิภาพ AI สูงถึง 20 Petaflops (FP4) และสามารถรันโมเดล AI ขั้นสูงที่มีขนาดสูงสุดถึง 1 ล้านล้านพารามิเตอร์ได้ทั้งหมดภายในเครื่อง หรือรองรับการทำงานของ AI Agent หลายร้อยตัวพร้อมกันโดยไม่ต้องพึ่งพาคลาวด์
นี่คือการเดิมพันครั้งใหญ่ที่จะย้ายการพัฒนา AI ขององค์กรจากระบบคลาวด์ที่ต้องแชร์ทรัพยากร มาสู่ฮาร์ดแวร์ภายในองค์กรที่ทรงพลัง ปลอดภัย และพร้อมใช้งานตลอดเวลา Nvidia ประกาศว่า DGX Station for Windows จะพร้อมให้สั่งซื้อผ่านกลุ่มผู้ผลิต OEM ชั้นนำภายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2026
Nvidia ไม่ได้มาแค่ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ แต่ยังมาพร้อมกับแนวร่วมพันธมิตรระดับองค์กรที่ประกาศตัวพร้อมใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ทันที
กลุ่มแรกคือ ผู้นำด้านซอฟต์แวร์วิศวกรรมและการออกแบบ ไม่ว่าจะเป็น Cadence, Dassault Systèmes, Siemens และ Synopsys ที่ประกาศแผนใช้ NemoClaw เพื่อสร้าง AI Engineer อัตโนมัติที่ทำหน้าที่เป็นเพื่อนร่วมงานดิจิทัลสำหรับจัดการเวิร์กโฟลว์การจำลองและการตรวจสอบที่ซับซ้อนได้ Nvidia ระบุว่างานที่เคยใช้เวลาหลายสัปดาห์จะถูกบีบอัดให้เหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง
ในโลกของไซเบอร์ซิเคียวริตี้และการวิเคราะห์ข้อมูล CrowdStrike และ Palantir กำลังผนวกรวมแพลตฟอร์ม Agent นี้ เพื่อเรียกใช้ Agent อัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วยโมเดล Nemotron แบบเปิด ช่วยให้ทีมงานวิเคราะห์ข้อมูลได้รวดเร็วยิ่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ทางด้านฮาร์ดแวร์และแพลตฟอร์ม Microsoft กำลังทำงานร่วมกับ Nvidia เพื่อมอบประสบการณ์ Windows แบบเนทีฟให้กับ Agent ส่วนบุคคลและขององค์กร ให้สามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันต่างๆ บน Windows ได้อย่างไร้รอยต่อ นอกจากนี้ Dell, HP และ ASUS ในฐานะผู้ผลิต OEM ก็พร้อมที่จะนำ DGX Station รูปแบบตั้งโต๊ะไปจัดจำหน่าย ทำให้มั่นใจได้ว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์เครื่องนี้จะพร้อมให้องค์กรต่างๆ จัดซื้อผ่านช่องทางไอทีมาตรฐานขององค์กรได้ทั่วไป
ด้วยการเคลื่อนไหวครั้งนี้ในงาน GTC Taipei Nvidia ได้วางตำแหน่งตัวเองไม่ใช่แค่ผู้ผลิตชิ้นส่วน แต่เป็นผู้ออกแบบระบบนิเวศ AI Agent ที่สมบูรณ์และตอบโจทย์ธุรกิจ ตั้งแต่ค่าน้ำหนักของโมเดล ไปจนถึงเวิร์คสเตชั่นที่ตั้งอยู่บนพื้นที่สำนักงานของคุณ
Comments
0 comments