เพื่อสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในโมเมนตัมของธุรกิจ ผู้บริหารจึงได้ปรับเพิ่มมุมมองสำหรับทั้งปี โดยการคาดการณ์นี้ยังไม่รวมผลกระทบใดๆ จากการเข้าซื้อ MaintainX และยังคงคำนึงถึงการหยุดชะงักที่อาจเกิดขึ้นจากการปรับโครงสร้างฝ่ายขายที่กำลังดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง
ในเวลาเดียวกัน Autodesk ได้ประกาศข้อตกลงขั้นสุดท้ายในการเข้าซื้อ MaintainX ซึ่งเป็นผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ชั้นนำด้านการบำรุงรักษา, ใบสั่งงาน และการดำเนินงานด้านสินทรัพย์บนระบบคลาวด์ ข้อตกลงนี้ถูกวางโครงสร้างเพื่อนำความสามารถในการปฏิบัติการที่สำคัญเข้าสู่ระบบนิเวศของ Autodesk
หัวใจหลักของเหตุผลในดีลนี้คือการรวมข้อมูลและกระบวนการทำงาน (Workflows) ที่ปัจจุบันแยกส่วนกันอยู่ในช่วงต่างๆ ของวงจรชีวิตสินทรัพย์ทางกายภาพ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ การก่อสร้าง และการดำเนินการ เข้าไว้ด้วยกัน
เครื่องมือที่มีอยู่แล้วของ Autodesk ตั้งแต่ AutoCAD และ Revit สำหรับการออกแบบ, Fusion สำหรับการผลิต และคลาวด์สำหรับการก่อสร้าง ล้วนครอบคลุมเฉพาะขั้นตอน "การออกแบบ" และ "การสร้าง" แต่ขั้นตอน "การดำเนินการ" ซึ่งรวมถึงการบำรุงรักษา, การติดตามสินทรัพย์ และการปฏิบัติการภาคสนาม คือชิ้นส่วนที่หายไป MaintainX เข้ามาเติมเต็มช่องว่างนี้ โดยนำแพลตฟอร์มที่พัฒนาบนคลาวด์สมัยใหม่ พร้อมการเชื่อมต่อกับระบบ ERP (ระบบการวางแผนทรัพยากรองค์กร) และ IoT (Internet of Things) ที่สร้างไว้ล่วงหน้ามาใช้
ดังที่ Bain Capital Ventures ซึ่งเป็นผู้ลงทุนใน MaintainX ได้อธิบายไว้ การเข้าซื้อครั้งนี้ "ปิดวงจรนั้นเป็นครั้งแรกในระดับกว้าง" เมื่ออุปกรณ์ชิ้นหนึ่งแสดงรูปแบบความล้มเหลวซ้ำๆ ในข้อมูลการดำเนินงานของ MaintainX ข้อมูลเชิงลึกนั้นสามารถไหลกลับไปยังเครื่องมือออกแบบของ Autodesk เพื่อแจ้งข้อมูลการออกแบบอุปกรณ์รุ่นต่อไปได้
Andrew Anagnost ซีอีโอของ Autodesk กล่าวถึงศักยภาพของ AI โดยระบุว่า "เป้าหมายของเรากับ MaintainX คือการนำความเชี่ยวชาญด้านการดำเนินงานเชิงลึก ข้อมูลตามบริบท และกระบวนการทำงาน ที่จะช่วยเพิ่มความสามารถของเราในการใช้ AI เพื่อหลอมรวมโลกดิจิทัลและโลกกายภาพเข้าด้วยกัน"
MaintainX จะเป็นศูนย์กลางของหน่วยธุรกิจที่จัดตั้งขึ้นใหม่ที่ชื่อว่า Autodesk Operations Solutions (AOS) โดยจะรวมเข้ากับผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้วสองรายการของ Autodesk :
หน่วยธุรกิจใหม่นี้จะทำให้ Autodesk สามารถนำเสนอแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์ที่ครอบคลุม แข่งขันโดยตรงกับกลุ่มบริษัทซอฟต์แวร์อุตสาหกรรมที่นำเสนอซอฟต์แวร์การจัดการวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Product Lifecycle Management - PLM) และซอฟต์แวร์การดำเนินงานมายาวนาน เช่น Siemens, PTC และ Dassault Systèmes การเข้าซื้อครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนทิศทางเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญ ขยายขอบเขตของบริษัทจากจุดแข็งเดิมในตลาดซอฟต์แวร์ออกแบบ มุ่งสู่หัวใจของการจัดการโรงงาน, อาคารสถานที่ และสินทรัพย์ทางกายภาพโดยตรง
Comments
0 comments