ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2026, Google ได้ประกาศแก้ไขระบบโควต้าแบบคำนวณทรัพยากรครั้งใหญ่ของ Gemini หลังผู้ใช้จ่ายเงินรายงานว่าใช้งานได้ไม่กี่นาทีก็ถูกตัดทันที โดยบางรายพบว่าแค่ถาม Deep Research แค่คำถามเดียวก็หมดโควต้า 5 ชั... การแก้ไขที่สำคัญที่สุดคือการกำหนดเพดานสูงสุดของทรัพยากรที่แต่ละคำถามจะใช้ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ก...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What changes did Google make to fix the Gemini AI app's compute-based quota system after widespread user complaints about quotas draining to. Article summary: After widespread user complaints that the new compute-based quotas drained too quickly — with some users reporting a single prompt exhausted their entire five-hour allowance — Google announced several fixes on May 28, 20. Topic tags: general, general web, user generated, documentation. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# Google Gemini Adopts Compute-Based Quotas for AI Usage | Phemex News. Credit/Debit Card Image 3 Buy/Sell Crypto With Visa,Mastercard Card. P2P Trading Match the Best Price/Post Y" source context "Google Gemini Shifts to Compute-Based Quotas for AI Usage" Reference image 2: visual subject "# Googl
Google สร้างความประหลาดใจด้วยการตอบสนองที่รวดเร็วเกินคาด หลังกลุ่มผู้ใช้ที่จ่ายเงินสำหรับบริการ AI ของบริษัทก่อหวอดประท้วงครั้งใหญ่ เพียงแค่สัปดาห์เศษหลังจากที่เปิดตัวระบบโควต้าการใช้งานแบบใหม่ที่คำนวณจากทรัพยากรคอมพิวต์ (Compute-based Quota) สำหรับแอป Gemini ในงาน Google I/O 2026 บริษัทก็ต้องยอมถอยและยกเลิกข้อจำกัดที่สร้างความปวดหัวให้ผู้ใช้ไปหลายอย่าง การเปลี่ยนจากระบบจำกัดจำนวนครั้งแบบตายตัวมาเป็นระบบการวัดปริมาณการใช้ทรัพยากรคอมพิวต์แบบลื่นไหลนี้ สร้างความหงุดหงิดให้กับผู้ใช้ระดับ Pro และ Ultra ในทันที เพราะพวกเขาเห็นว่าค่าโควตาที่ควรรีเฟรชทุก 5 ชั่วโมงนั้น หายวับไปกับตาได้ง่ายๆ หลังจากการถามคำถามที่ซับซ้อน อัปโหลดไฟล์ใหญ่ หรือแม้กระทั่งตอนที่ระบบประมวลผลล้มเหลว
กระแสตีกลับนั้นรวดเร็วและรุนแรงมาก บน Reddit, X และฟอรัมนักพัฒนา ผู้ใช้ต่างรายงานว่าการถาม Deep Research แค่ครั้งเดียว หรือการสร้างวิดีโอด้วย Omni ก็สามารถดูดโควตาจนหมดเกลี้ยงได้ โดยมีหนึ่งข้อร้องเรียนที่กลายเป็นไวรัล เมื่อสมาชิก Pro คนหนึ่งถูกตัดการใช้งานเพียงไม่กี่นาทีหลังจากถามคำถามเดียว Josh Woodward ผู้บริหารระดับสูงของทีม Gemini ได้ตอบกลับข้อร้องเรียนที่เป็นไวรัลนั้นว่า "โอ้โห เดี๋ยวเราจัดการดูให้นะ!" ซึ่งเป็นสัญญาณว่าการแก้ไขกำลังจะมา
นี่คือรายละเอียดแบบเจาะลึกของทุกการเปลี่ยนแปลงที่ Google ได้ทำกับระบบโควตาของ Gemini นับตั้งแต่เกิดเรื่อง
สาเหตุหลักของความเดือดดาลมาจากการที่ระบบใหม่ไม่ได้กำหนดขอบเขตสูงสุดไว้ ทำให้ดูราวกับว่ามันถูกออกแบบมาให้กินโควตาแบบไร้ขีดจำกัด คำถามที่ซับซ้อนสูงเพียงคำถามเดียวที่ใช้โมเดล Gemini 3.1 Pro พร้อมกับไฟล์แนบขนาดใหญ่ สามารถกินทรัพยากรจนหมดโควตา 5 ชั่วโมงได้ภายในพริบตา ทำให้บริการนี้ใช้งานจริงไม่ได้เลยสำหรับมืออาชีพ
เพื่อตอบโต้เรื่องนี้ Google จึงกำหนดเพดานสูงสุดว่าคำถามๆ หนึ่งจะกินทรัพยากรได้มากแค่ไหน นี่ไม่ใช่การกลับไปใช้ระบบนับจำนวนครั้งแบบเดิม แต่เป็นการป้องกันไม่ให้การใช้งานครั้งเดียวทำให้เกิดการล็อกเอาต์นานหลายชั่วโมงทันที ผลในทางปฏิบัติคือ ตอนนี้ผู้ใช้ Pro สามารถถามคำถามที่ซับซ้อนได้หลายครั้งในกรอบเวลา 5 ชั่วโมง แทนที่จะถามได้แค่ครั้งเดียว
บางทีบาปกำเนิดที่ร้ายแรงที่สุดของระบบคำนวณทรัพยากรแบบใหม่ก็คือ แม้แต่คำขอที่ประมวลผลไม่สำเร็จก็ยังถูกหักโควตา ข้อผิดพลาดภายในเซิร์ฟเวอร์, การหมดเวลาการเชื่อมต่อ, หรือบั๊กที่ไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่มีประโยชน์ใดๆ เลย ก็ยังนับถอยหลังเวลาใช้งานของผู้ใช้อยู่ดี
Google ได้ยกเลิกสิ่งนี้ไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว ตอนนี้โควตาจะถูกหักเฉพาะเมื่อการทำงานสำเร็จเท่านั้น Woodward สรุปไว้อย่างชัดเจนว่า "ถ้าคำขอไม่สำเร็จ คุณจะไม่ถูกคิดเงิน ความผิดพลาดของระบบเรา เรารับผิดชอบเองครับ" นี่เป็นการขจัดการรั่วไหลของโควตาแบบที่มองไม่เห็น ซึ่งทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าขีดจำกัดมันน้อยกว่าความเป็นจริงมาก
บั๊กเฉพาะในเครื่องมือวิดีโอที่ขับเคลื่อนด้วย Gemini Omni ทำให้ผู้ใช้บางรายเห็นโควตาทั้งหมดของตัวเองถูกใช้หมดไปหลังจากการสร้างวิดีโอเพียงหนึ่งหรือสองครั้ง บั๊กนี้สร้างความเจ็บปวดเป็นพิเศษ เพราะมันทำให้ไม่สามารถแก้ไขข้อผิดพลาดในโปรเจ็กต์วิดีโอได้เลย โดยไม่ต้องเจอกับการล็อกเอาต์ทั้งหมด
Google ยืนยันว่าบั๊กนี้ได้รับการแก้ไขแล้ว และเพื่อเป็นการชดเชยและปรับปรุงข้อเสนอ บริษัทได้เพิ่มขีดจำกัดการสร้างวิดีโอด้วย Omni ให้กับผู้ใช้ Google AI Ultra เป็นสองเท่าในทันที ทำให้พวกเขามีพื้นที่หายใจมากขึ้น
เพื่อให้ผู้ใช้ทุกคนมีตัวเลือกที่ไว้ใจได้และไม่ทำให้การใช้งานสะดุด Google ได้ยกเว้นการถามคำถามด้วย Gemini 3.1 Flash-Lite จากการคำนวณโควตาทั้งหมด หมายความว่า การถามคำถามด้วย Flash-Lite ตอนนี้ใช้ทรัพยากรเป็นศูนย์ โดยไม่กระทบต่อขีดจำกัด 5 ชั่วโมงหรือรายสัปดาห์เลย สิ่งนี้รับประกันได้ว่างานพื้นฐานอย่างข้อความหรืองานเขียนโค้ดขนาดเล็กสามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่ติดขัด แม้ว่าโควต้า Pro หรือ Ultra ของคุณจะหมดแล้วก็ตาม
ความหงุดหงิดส่วนใหญ่เดิมทีเกิดจากการไม่มีมาตรวัดที่แม่นยำ ผู้ใช้มักจะไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังใกล้ถึงขีดจำกัดจนกว่าบริการจะตัดการใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคำถามที่ซับซ้อนเพียงครั้งเดียวสามารถทำให้การบริโภคกระโดดจาก 0% ไปเป็น 100% ได้ในพริบตา
Google สัญญาว่าจะจัดทำรายละเอียดการใช้งานที่ละเอียดขึ้นและการแจ้งเตือนที่ดีขึ้น โดยเฉพาะสำหรับงานที่ใช้ทรัพยากรมากอย่าง Deep Research บริษัทยังกำลังพัฒนาแดชบอร์ดที่ครอบคลุมมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจการบริโภคของตนเองแบบเรียลไทม์ แทนที่จะต้องตกใจกับการถูกตัดการใช้งานแบบกะทันหัน
การปรับปรุงคุณภาพชีวิตเล็กๆ น้อยๆ อีกอย่างคือ การทำให้แน่ใจว่าโมเดลที่คุณเลือก (เช่น Gemini 3.1 Pro) จะคงอยู่ตลอดเซสชัน โดยมันจะเปลี่ยนเฉพาะเมื่อคุณสลับเอง หรือเมื่อคุณใช้งานถึงขีดจำกัดจนทำให้ระบบเปลี่ยนไปใช้โมเดลที่เบากว่าอย่าง Flash โดยอัตโนมัติ สิ่งนี้จะป้องกันประสบการณ์น่าหงุดหงิดที่คุณเริ่มงานด้วย Pro แล้วพบว่าแอปได้ลดระดับคุณลงเงียบๆ โดยไม่บอกกล่าว
สิ่งสำคัญที่ต้องทราบคือ สถาปัตยกรรมหลักของระบบใหม่ยังคงอยู่ Google ยังคงใช้โมเดลแบบคำนวณทรัพยากร ไม่ใช่แบบนับจำนวนครั้งข้อความ และกรอบเวลา 5 ชั่วโมงแบบต่อเนื่องกับเพดานแข็งรายสัปดาห์ก็ยังคงใช้กับแผนแบบเสียเงิน บริษัทยังส่งสัญญาณว่าในที่สุดแล้ว มีความตั้งใจที่จะขายเครดิต AI แบบเติมเงินตามการใช้งานในแอป Gemini เพื่อให้ผู้ใช้ระดับหนักสามารถซื้อทรัพยากรคอมพิวต์เพิ่มเติมได้โดยตรง
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2026, Google ได้ประกาศแก้ไขระบบโควต้าแบบคำนวณทรัพยากรครั้งใหญ่ของ Gemini หลังผู้ใช้จ่ายเงินรายงานว่าใช้งานได้ไม่กี่นาทีก็ถูกตัดทันที โดยบางรายพบว่าแค่ถาม Deep Research แค่คำถามเดียวก็หมดโควต้า 5 ชั...
ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2026, Google ได้ประกาศแก้ไขระบบโควต้าแบบคำนวณทรัพยากรครั้งใหญ่ของ Gemini หลังผู้ใช้จ่ายเงินรายงานว่าใช้งานได้ไม่กี่นาทีก็ถูกตัดทันที โดยบางรายพบว่าแค่ถาม Deep Research แค่คำถามเดียวก็หมดโควต้า 5 ชั... การแก้ไขที่สำคัญที่สุดคือการกำหนดเพดานสูงสุดของทรัพยากรที่แต่ละคำถามจะใช้ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้การถามคำถามที่ซับซ้อนครั้งเดียวดูดโควตาไปจนหมดรอบ [4]
Google ยังแก้บั๊กในเครื่องมือสร้างวิดีโอ Omni ที่ดูดโควตาผิดปกติ และประกาศว่าจะไม่หักโควตาในกรณีที่ระบบประมวลผลล้มเหลวอีกต่อไป [6]