Elena Carletti รองประธาน UniCredit ชี้กฎ MiCA สร้าง 'จุดอ่อนซ้ำซ้อน' เพราะบังคับให้ Stablecoin ต้องฝากเงินสำรองในธนาคารเพื่อความปลอดภัย แต่กลับไม่มีกลไกคุ้มครองเงินฝากก้อนโตเมื่อเกิดวิกฤต [1][2][3] สาเหตุที่ยุโรปเลียนแบบสหรัฐฯ ไม่ได้ เพราะเพดานคุ้มครองเงินฝากสูงสุดแค่ 100,000 ยูโร (ประมาณ 3.8 ล้านบาท) และไม่มีหน่วยง...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What specific vulnerability in Europe's financial system did UniCredit's deputy vice chair Elena Carletti identify regarding the connection. Article summary: Elena Carletti, UniCredit's deputy vice chair and head of the board's risk committee, identified a critical vulnerability in Europe's financial system: the EU's MiCA regulation **forces stablecoin issuers to hold reserve. Topic tags: general, general web, user generated, government. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "**Europe could struggle to protect banks and stablecoin issuers in a crypto bank crisis, a UniCredit director warns.**. Europe may be less able than the U.S. to deal with a crisis" source context "Europe May Struggle With Crypto Bank Shock, UniCredit Warns" Reference image 2: visual subject "Europe may
กฎหมาย Markets in Crypto-Assets (MiCA) ซึ่งเป็นกฎหมายควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัลฉบับสำคัญของสหภาพยุโรป ถูกออกแบบมาเพื่อให้ Stablecoin (คริปโตเคอร์เรนซีที่ผูกมูลค่ากับสินทรัพย์อื่น เช่น เงินดอลลาร์) มีความปลอดภัยมากขึ้น โดยกำหนดให้ผู้ออก Stablecoin ต้องเก็บเงินสำรองไว้ในธนาคารและพันธบัตรรัฐบาล แต่ทว่า เสียงเตือนจาก Elena Carletti รองประธานกรรมการและหัวหน้าคณะกรรมการความเสี่ยงของ UniCredit หนึ่งในธนาคารยักษ์ใหญ่ของยุโรป กลับชี้ว่า กฎข้อนี้เองที่เปิดช่องโหว่ร้ายแรง เธอให้เหตุผลว่า กฎระเบียบดังกล่าวสร้างช่องทางให้ 'พิษภัย' จากตลาดคริปโตแพร่กระจายเข้าสู่ระบบธนาคารแบบดั้งเดิม โดยที่ทางการยุโรปไม่มีเครื่องมือดับวิกฤตแบบที่สหรัฐฯ เคยใช้หยุดการแห่ถอน Stablecoin ได้สำเร็จในช่วงวิกฤตธนาคารปี 2023 เธอเรียกความไม่ลงรอยนี้ว่า “จุดอ่อนซ้ำซ้อน” (Double Form of Weakness)
Carletti กล่าวถึงอันตรายนี้ในงานสัมมนาด้านธนาคารที่จัดโดย IESE Business School ในกรุงมาดริด และคำเตือนของเธอก็ดังกระหึ่มไปทั่วแวดวงการเงินและหน่วยงานกำกับดูแล นี่ไม่ใช่แค่ข้อกังขาทางทฤษฎี แต่เป็นระเบิดเวลาที่ถูกประกอบสร้างขึ้นโดยกฎหมาย และรอวันปะทุ
MiCA จัดให้ผู้ออก Stablecoin เป็น 'ผู้ออกโทเคนเงินอิเล็กทรอนิกส์' (Electronic Money Token Issuers) และบังคับให้พวกเขาถือครองสินทรัพย์สำรองในตราสารที่มีสภาพคล่องสูง ซึ่งก็คือ เงินฝากธนาคาร และ หลักทรัพย์รัฐบาลระยะสั้น เป็นหลัก แนวคิดเบื้องหลังคือต้องการให้ผู้ถือ Stablecoin สามารถไถ่ถอนคืนเป็นมูลค่าที่ตราไว้ได้เสมอ แต่ในทางปฏิบัติ กฎข้อนี้ผูกมัดเสถียรภาพของสินทรัพย์คริปโตเข้ากับสุขภาพของธนาคารคู่สัญญาเพียงไม่กี่แห่ง หัวใจของปัญหาคือ หากธนาคารที่รับฝากเงินสำรองเกิดความผันผวน ตัว Stablecoin เองก็จะสั่นคลอนตามไปด้วย กลายเป็น ‘วิกฤตซ้อนวิกฤต’ โดยปัญหาจากธนาคารจะกลายเป็นปัญหาของตลาดคริปโตในพริบตา
นี่ไม่ใช่เรื่องสมมติ ในเดือนมีนาคม 2023 เกิดเหตุการณ์ Silicon Valley Bank (SVB) ล้มละลาย โดย SVB ถือครองเงินสำรองของ USDC ซึ่งเป็น Stablecoin ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกอยู่ถึง 3.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตอนนั้น USDC หลุดจากการตรึงมูลค่าดอลลาร์ชั่วขณะ และตลาดคริปโตทั้งตลาดก็ชะงักงัน จนกว่าหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ จะเข้ามาแทรกแซง
เมื่อ SVB และ Signature Bank ล้มละลาย ทางการสหรัฐฯ ได้อ้างอิง ‘ข้อยกเว้นความเสี่ยงเชิงระบบ’ (Systemic Risk Exception) ซึ่งอนุญาตให้ FDIC (องค์กรคุ้มครองเงินฝากของสหรัฐฯ) ค้ำประกันเงินฝากทั้งหมด ในทั้งสองธนาคาร รวมถึงบัญชีของบริษัทที่มียอดเงินเกินเพดานค้ำประกันปกติ 250,000 ดอลลาร์สหรัฐไปหลายพันล้านดอลลาร์ ตาข่ายนิรภัยผืนใหญ่นั้นหยุดการแห่ถอนเงินและทำให้ USDC กลับมามีเสถียรภาพได้ภายในชั่วข้ามคืน
Carletti ชี้ว่า ยุโรปไม่มีทางทำแบบเดียวกันได้เลย ด้วยเหตุผลที่ชัดเจนหลายประการ:
Carletti ใช้คำว่า “จุดอ่อนซ้ำซ้อน” เพื่อจับภาพความย้อนแย้งที่ชัดเจน:
เธอกล่าวบนเวทีว่า: “นั่นหมายความว่า เรากำลังบังคับให้ Stablecoin และผู้ให้บริการคริปโตเป็นพันธมิตรกับภาคธนาคาร โดยที่ไม่มีความเป็นไปได้ที่จะขยายการค้ำประกันในรูปแบบเดียวกัน และสำหรับดิฉันแล้ว นั่นคือจุดอ่อนซ้ำซ้อน”
บทสรุปของเธอคือ กฎระเบียบได้สร้าง เส้นทางแพร่เชื้อ ขึ้นมา แต่กลับ ไม่มียารักษา ติดมือไว้เลย นี่คือความผิดพลาดในการออกแบบที่ทำให้ระบบเชื่อมโยงกันมากขึ้นในยามปกติ แต่มันเปราะบางกว่าเดิมในยามวิกฤต
คำเตือนนี้ไม่ได้ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน สถาบันในยุโรปเองก็กำลังส่องกล้องตรวจสอบจุดเชื่อมต่อระหว่างคริปโตกับธนาคารจากหลายมุมมอง
การยอมรับจากทางการทั้งหมดนี้ส่งสัญญาณว่าคำวิจารณ์ของ Carletti ไม่ใช่แค่ความเห็นต่าง แต่คือความท้าทายเชิงนโยบายที่กำลังถูกหยิบยกมาหารือกันอย่างจริงจังในบรัสเซลส์และแฟรงก์เฟิร์ต
“จุดอ่อนซ้ำซ้อน” ของ Carletti ไม่ใช่ข้อโต้แย้งเพื่อต่อต้านการควบคุมคริปโต เธอไม่ได้เรียกร้องให้รื้อกฎ MiCA แต่อย่างใด แต่นี่คือเสียงเรียกร้องให้ ‘ทำงานที่ค้างไว้ให้เสร็จ’ กฎระเบียบสร้างสะพานเชื่อมระหว่างโลกคริปโตกับธนาคารเพื่อทำให้ Stablecoin ปลอดภัยขึ้น แต่คำเตือนของเธอคือ ยุโรปยังไม่ได้สร้างราวสะพานเพื่อรับมือวิกฤตที่อาจเดินทางข้ามสะพานนั้นมา หากปราศจากกลไกค้ำประกันเงินฝากก้อนโตที่ไม่ได้รับความคุ้มครองตามปกติ ซึ่งผูกติดกับทุนสำรองของ Stablecoin สหภาพยุโรปก็กำลังขอให้ระบบธนาคารของตนแบกรับความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้เอาไว้ – เป็นช่องว่างที่สหรัฐฯ ปิดได้ภายในสุดสัปดาห์เดียวในปี 2023 แต่ยุโรปทำไม่ได้ในวันนี้
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Elena Carletti รองประธาน UniCredit ชี้กฎ MiCA สร้าง 'จุดอ่อนซ้ำซ้อน' เพราะบังคับให้ Stablecoin ต้องฝากเงินสำรองในธนาคารเพื่อความปลอดภัย แต่กลับไม่มีกลไกคุ้มครองเงินฝากก้อนโตเมื่อเกิดวิกฤต [1][2][3]
Elena Carletti รองประธาน UniCredit ชี้กฎ MiCA สร้าง 'จุดอ่อนซ้ำซ้อน' เพราะบังคับให้ Stablecoin ต้องฝากเงินสำรองในธนาคารเพื่อความปลอดภัย แต่กลับไม่มีกลไกคุ้มครองเงินฝากก้อนโตเมื่อเกิดวิกฤต [1][2][3] สาเหตุที่ยุโรปเลียนแบบสหรัฐฯ ไม่ได้ เพราะเพดานคุ้มครองเงินฝากสูงสุดแค่ 100,000 ยูโร (ประมาณ 3.8 ล้านบาท) และไม่มีหน่วยงานกลางเพียงหน่วยเดียวที่สั่งค้ำประกันเงินฝากทั้งหมดได้เหมือนสหรัฐฯ [1][2][3]
กรณี Silicon Valley Bank (SVB) ล้มในปี 2023 คือบทเรียนสำคัญ ตอนนั้นสหรัฐฯ ใช้ข้อยกเว้นความเสี่ยงเชิงระบบค้ำประกันเงินฝากทั้งหมด หยุดการแห่ถอน Stablecoin ได้ทันที แต่ยุโรปไม่มีอำนาจนั้น [1][2]