กระบวนการตายของเซลล์แบบอะพอพโทซิส (Apoptosis) และการเสื่อมสภาพของเซลล์ ก็ถูกกระตุ้นมากขึ้นเช่นกัน สะท้อนถึงการสะสมของเซลล์ที่เสียหายและกำลังจะตาย ตัวอย่างเช่น ยีน CDKN1A และ LGALS3 ซึ่งนอกจากจะพบว่าทำงานมากขึ้นตามอายุในข้อมูลทรานสคริปโตมิกแล้ว ระดับโปรตีนที่สูงขึ้นของยีนเหล่านี้ยังเชื่อมโยงกับอัตราการเสียชีวิตและการเจ็บป่วยหลายโรค (Multimorbidity) ในมนุษย์ผ่านฐานข้อมูล UK Biobank อีกด้วย
นอกจากนี้ ยีนที่โดดเด่นอีกตัวคือ Gpnmb (glycoprotein non-metastatic melanoma protein B) ซึ่งถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในยีนที่ถูกกระตุ้นมากที่สุดในหลายเนื้อเยื่อของสัตว์ฟันแทะ Gpnmb เกี่ยวข้องกับการทำงานของไลโซโซมและการกระตุ้นเซลล์ไมโครเกลียในสมอง และถูกเชื่อมโยงเข้ากับความชราของสมองและระบบร่างกายโดยรวมอยู่เนืองๆ
ในทางตรงกันข้าม ความชราก็เหมือนกับการที่โรงไฟฟ้าของเซลล์ค่อยๆ ดับไฟลง การเสื่อมสภาพนี้เห็นได้ชัดเจนที่สุดในกลุ่มยีนที่เกี่ยวข้องกับไมโทคอนเดรียและการเผาผลาญ
การทำงานของไมโทคอนเดรียและกระบวนการออกซิเดทีฟฟอสโฟรีเลชัน เป็นกลุ่มวิถีที่ถดถอยลงอย่างแข็งแกร่งและสม่ำเสมอที่สุด:
กระบวนการเมแทบอลิซึมในวงกว้าง ก็พลอยถดถอยไปด้วย กระบวนการพื้นฐานอย่างการหายใจระดับเซลล์และการเผาผลาญพลังงานทั่วไปถูกกดการทำงานลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกัน กระบวนการซ่อมแซมบาดแผล การเปลี่ยนสภาพของเซลล์ และการสังเคราะห์สารพ้นเซลล์เมทริกซ์ก็ลดลงตาม สะท้อนถึงความสามารถในการบำรุงรักษาเนื้อเยื่อที่เสื่อมโทรม
ในระดับยีนเดี่ยว Asxl3 (Asxl transcriptional regulator 3) ถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในยีนที่ถูกกดการทำงานลงมากที่สุดในเนื้อเยื่อของสัตว์ฟันแทะอยู่ซ้ำๆ แม้ว่าหน้าที่ของ Asxl3 ในความชรายังไม่ถูกไขกระจ่างเท่าไหร่นัก แต่การลดลงอย่างคงเส้นคงวานี้ทำให้มันเป็นองค์ประกอบที่มีประโยชน์ในนาฬิกา และอาจเป็นเป้าหมายสำหรับการศึกษาในอนาคต
ภาพรวมที่ได้จากลายเซ็นทรานสคริปโตมิกบอกเราชัดเจนว่า ความแก่ไม่ใช่การพังทลายแบบสุ่ม แต่เป็นกระบวนการที่ถูกจัดระเบียบและถูกอนุรักษ์ในวิวัฒนาการ ที่ขับเคลื่อนให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะอักเสบเรื้อรังและถอยห่างจากการผลิตพลังงานของเซลล์ นาฬิกาสากลข้ามสปีชีส์นี้ได้เปลี่ยนปรากฏการณ์นี้ให้กลายเป็นสิ่งที่วัดผลได้ ทำซ้ำได้ และเป็นเครื่องมือทรงพลังในการวัดอายุทางชีวภาพ คาดการณ์การมีชีวิตอยู่รอด และตัดสินว่าการบำบัดในวันหน้าสามารถกรอนาฬิกาชีวิตให้เดินช้าลงหรือแม้กระทั่งหมุนย้อนกลับได้จริงหรือไม่
หมายเหตุ: งานวิจัยที่ถูกกล่าวถึงในบทความนี้ “Universal transcriptomic hallmarks of mammalian ageing and mortality” ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Nature เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2026 โดย Alexander Tyshkovskiy, Vadim N. Gladyshev และทีมนานาชาติจาก Harvard Medical School และ Brigham and Women’s Hospital รวมถึงสถาบันอื่นๆ ตัวแบบนาฬิกาทรานสคริปโตมิกที่นำเสนอในงานวิจัยนี้สามารถเข้าถึงได้แบบสาธารณะบน Zenodo
นอกจากนี้ ยังมีเครื่องมือออนไลน์ชื่อ TACO ซึ่งพัฒนาและดูแลโดย Gladyshev Lab สำหรับผู้สนใจเข้าไปสำรวจชุดข้อมูลได้อย่างโต้ตอบ
Comments
0 comments