อีกด้านของสมรภูมิคือการสกัดสินค้าล้นตลาด โดยเฉพาะเหล็กและสินค้าอุตสาหกรรมหนักที่มาจากจีน
มาตรการปกป้องเหล็กฉบับใหม่ (New Steel Safeguard Measure)
อาวุธปกป้องการค้าที่หลากหลายขึ้น
นอกเหนือจากมาตรการปกป้อง (Safeguard) แบบกว้างแล้ว อียูยังใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-dumping: AD) กับสินค้าจีนรายตัว โดยในปี 2026 เพียงปีเดียว มีการประกาศใช้มาตรการสำคัญๆ ได้แก่:
นอกจากนี้ สหภาพยุโรปยังกำลังยกร่างมาตรการเชิงรุกใหม่ๆ ที่จะ "บังคับให้บริษัทยุโรปต้องกระจายห่วงโซ่อุปทานออกจากการพึ่งพาประเทศเพียงหนึ่งเดียว" (โดยเล็งเป้าไปที่การลดการพึ่งพาจีนมากเกินไป)
คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอร่างกฎหมายนี้เมื่อ 4 มีนาคม 2026 (COM(2026) 100) โดยไม่ใช่แค่ปกป้อง แต่เป็นเกม "บุก" เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและความยืดหยุ่นทางอุตสาหกรรมของยุโรป
ตั้งเป้าทะยาน และ แต้มต่อ 'Made in Europe'
สถานะล่าสุดของกฎหมาย: ร่างกฎหมายนี้ได้รับการรับรองจากคณะกรรมาธิการยุโรปแล้ว กำลังรอความเห็นจากคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งยุโรป (European Economic and Social Committee) ขั้นตอนต่อไปคือต้องผ่านการอนุมัติจากทั้งรัฐสภายุโรปและคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป
ทั้งสามแนวทางนี้คือภาพสะท้อนวิธีคิดใหม่ของยุโรปที่มองว่า "ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ" ต้องประกอบด้วยหัวใจสองดวง ดวงแรกคือ การรวมศูนย์อำนาจภายใน (Single Market) เพื่อสร้างตลาดทุนที่ใหญ่และลึกพอจะระดมทุนสำหรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต ดวงที่สองคือ การสร้างเกราะป้องกันภายนอก (Trade Defense) จากการแข่งขันที่ยุโรปมองว่า "ไม่เป็นธรรม" โดยเฉพาะจากจีน กลยุทธ์นี้หากสำเร็จจะเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจยุโรปอย่างถาวร ทำให้การลงทุน ผลิต และค้าขายมีจุดศูนย์กลางที่บรัสเซลส์มากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
Comments
0 comments