ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2026 ผู้เจรจาของสหรัฐฯ และอิหร่านได้ตกลงขยายเวลาหยุดยิง 60 วันแล้ว แต่ข้อตกลงยังต้องรอการลงนามครั้งสุดท้ายจากประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งเจ้าตัวให้โอกาส 'ฟิฟตี้ฟิฟตี้' ราคาน้ำมันแกว่งตัวจากเหนือ $114/บาร์เรล ลงมาต่ำกว่า $98 ตามข่าวการหยุดยิงที่ขัดแย้งกัน ในขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิด ทำให้ราคาน้ำมันมี...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is the status of the reported U.S.-Iran ceasefire deal, and how is it affecting European bond yields, oil prices, broader markets, and. Article summary: ## Ceasefire Status. Topic tags: general, general web, user generated, education. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "European Central Bank survey shows firms raising cost and inflation expectations after US-Iran war. Euro area businesses now expect 3.5% selling price increases over the next year," source context "European Central Bank survey shows firms raising cost and inflation expectations after US-Iran war" Reference image 2: visual subject "Euro zone government bond yields edged up on Monday towards recent peaks after the United States and Iran failed to secure a deal to end the war, pushing oil prices higher
ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่เริ่มต้นขึ้นในต้นฤดูใบไม้ผลิปี 2026 ได้เปลี่ยนรูปแบบมาเป็นทางตันทางการทูตที่ยืดเยื้อ สลับกับการโจมตีทางการทหารและพาดหัวข่าวที่เขย่าตลาด มีการหยุดยิงชั่วคราวเกิดขึ้นในทางเทคนิค แต่อนาคตของมันเกือบทั้งหมดขึ้นอยู่กับการอนุมัติเพียงครั้งเดียว และราคาน้ำมัน พันธบัตร รวมถึงการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของยุโรปต่างก็สั่นสะเทือนไปกับทุกเสียงกระซิบจากโต๊ะเจรจา
สหรัฐอเมริกาและอิหร่านตกลงหยุดยิงเป็นเวลาสองสัปดาห์เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2026 โดยมีปากีสถานเป็นตัวกลาง การหยุดยิงครั้งแรกนั้นหมดอายุลงแล้ว และทั้งสองประเทศกำลังเจรจาขยายเวลาออกไปอีก 60 วัน ภายในปลายเดือนพฤษภาคม ผู้เจรจาได้บรรลุข้อตกลงโครงร่าง ซึ่งถูกอธิบายว่าเป็นบันทึกความเข้าใจ 60 วัน ที่จะขยายเวลาการหยุดยิงและเปิดการเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่ข้อตกลงดังกล่าวยังคงต้องได้รับการลงนามอย่างเป็นทางการจากประธานาธิบดีทรัมป์
ทรัมป์กล่าวว่าโอกาสในการสรุปข้อตกลงนั้นมี "50/50" เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านยืนยันว่าร่างข้อตกลงกำหนดให้มีการหยุดยิง 60 วันในทุกแนวรบ รวมถึงในเลบานอน
อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวยังไม่ได้ยืนยันการลงนาม และ ณ วันที่ 28 พฤษภาคม ช่องแคบฮอร์มุซก็ยังคงปิดอยู่ โดยการปิดล้อมทางเรือของสหรัฐฯ ยังคงมีผลบังคับใช้
ยังคงมีประเด็นขัดแย้งสำคัญหลายประการที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข อิหร่านต้องการให้ยกเลิกการปิดล้อมทันที เปิดการเดินเรือในฮอร์มุซอีกครั้ง และในที่สุดให้มีมติจากสหประชาชาติ สหรัฐฯ ยืนกรานที่จะจัดการกับคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน ซึ่งถูกอธิบายว่าเป็น "ประเด็นเดียวที่ไม่สามารถประนีประนอมได้"
นักวิเคราะห์มองว่าร่างบันทึกความเข้าใจนี้เป็นกลไกถ่วงเวลามากกว่าที่จะเป็นข้อตกลงสันติภาพที่แท้จริง
ราคาน้ำมันดิบผันผวนอย่างรุนแรงกับข่าวการหยุดยิงทุกชิ้น ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคม น้ำมันดิบเบรนท์ซึ่งเป็นมาตรฐานโลกปิดที่ $103.54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันที่ 22 พฤษภาคม จากนั้นก็ร่วงลง 5.5 เปอร์เซ็นต์ไปที่ $97.90 ดอลลาร์ในวันที่ 25 พฤษภาคม เมื่อความหวังในข้อตกลงเพิ่มสูงขึ้น
ภายในวันที่ 28 พฤษภาคม ราคาปิดแบบผสมผสาน เนื่องจากรายงานที่ขัดแย้งกัน รายงานหนึ่งชี้ว่ามีข้อตกลงโครงร่าง อีกรายงานหนึ่งระบุว่าทรัมป์ยังไม่ได้อนุมัติ ทำให้นักลงทุนเกิดความไม่แน่นอน
ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ราคาเบรนท์พุ่งสูงกว่า $114 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเหตุโจมตีด้วยขีปนาวุธร่อนใส่ศูนย์กลางน้ำมันฟูไจราห์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทำให้เกิดความกังวลว่าสงครามจะขยายวงกว้าง ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางผ่านของอุปทานน้ำมันโลกประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ยังคงปิดอยู่ และการปิดนั้นคือความเสี่ยงด้านอุปทานหลักที่หนุนส่วนต่างสงครามซึ่งแฝงอยู่ในราคาน้ำมันดิบทุกบาร์เรล
แหล่งข่าวหลายแห่งระบุว่า แม้ว่าข้อตกลงจะทำให้การเดินเรือกลับสู่ภาวะปกติ ราคาก็ไม่น่าจะกลับไปสู่ระดับก่อนสงครามได้อย่างรวดเร็ว Goldman Sachs คาดการณ์ว่าราคาเบรนท์จะอยู่ที่ $90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลภายในสิ้นปี 2026 ซึ่งสูงกว่าระดับก่อนสงครามประมาณ $20 ดอลลาร์ แม้จะอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่ทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติก็ตาม
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลยูโรโซนเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับความหวังในการหยุดยิงเกือบจะสมบูรณ์แบบ กลไกนั้นตรงไปตรงมา: เมื่อสันติภาพใกล้เข้ามา ต้นทุนพลังงานคาดว่าจะลดลง ทำให้ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อลดลง และลดแรงกดดันให้ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรุนแรง เมื่อการเจรจาชะงักงัน อัตราผลตอบแทนก็พุ่งสูงขึ้น
รายงานประจำเดือนพฤษภาคม 2026 ของ Bundesbank ระบุว่า ความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงและการประเมินมูลค่าหุ้นฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญหลังการหยุดยิงครั้งแรกในเดือนเมษายน แต่ก็เตือนว่าสถานการณ์ราคาพลังงานที่ย่ำแย่ที่สุดยังคงมีความเป็นไปได้
ตลาดเงิน ณ ปลายเดือนพฤษภาคมคาดการณ์ว่า ECB จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยสองครั้งภายในสิ้นปี ลดลงจากสามครั้งในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม อัตราดอกเบี้ยเงินฝากถูกตั้งราคาไว้ที่ประมาณ 2.59% ภายในเดือนธันวาคม ลดลงจาก 2.75% ก่อนหน้านี้ในเดือนเดียวกัน
ทิศทางดังกล่าวได้พลิกกลับฉันทามติก่อนหน้านี้ ก่อนสงคราม นักลงทุนคาดว่า ECB จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ แต่ผลกระทบด้านพลังงานจากความขัดแย้งได้สร้างแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ซึ่งบังคับให้ต้องมีการตั้งราคาใหม่
Isabel Schnabel หนึ่งในคณะกรรมการบริหารของ ECB ส่งสัญญาณว่าธนาคารกลางควรขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน แม้ว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงก็ตาม โดยย้ำว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อไม่ได้เป็นผลมาจากภูมิรัฐศาสตร์เพียงอย่างเดียว
ตลาดหุ้นทั่วโลกเกิดการดีดตัวขึ้นแบบคลาสสิกจากการหยุดยิงครั้งแรกในเดือนเมษายน ซึ่งนำโดยภาคส่วนและประเทศที่พึ่งพาพลังงาน การดีดตัวนั้นจางหายไปเมื่อการเจรจาชะงักงันและการโจมตีทางทหารกลับมาอีกครั้ง เงินยูโรแข็งค่าขึ้นช่วงสั้น ๆ จากความหวังในการหยุดยิง ก่อนที่จะอ่อนค่าลงอีกครั้งจากความไม่แน่นอนครั้งใหม่
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของรัฐบาลยังคงอยู่ในระดับสูงแม้จะมีการประกาศหยุดยิง โดยได้รับแรงหนุนส่วนใหญ่จากความคาดหวังว่าจะมีอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่สูงขึ้นในอนาคต
ความขัดแย้งได้สร้างความเสียหายทางการเมืองให้กับประธานาธิบดีทรัมป์อย่างชัดเจน ผลสำรวจความคิดเห็นตลอดเดือนพฤษภาคม 2026 แสดงให้เห็นว่า:
สงครามได้บั่นทอนสิ่งที่ปกติแล้วจะเป็นผลของการรวมชาติให้กับประธานาธิบดี คะแนนสนับสนุนสุทธิสำหรับความขัดแย้งได้ลดลงไปอยู่ที่ -22.8 percentage points ในค่าเฉลี่ยโพลของ Silver Bulletin ซึ่งลดลงอย่างรวดเร็วจากประมาณ -9 points เมื่อสงครามเริ่มต้นขึ้น
สำหรับตลาด ข่าวการหยุดยิงทุกชิ้นคือเครื่องเตือนใจว่า ตัวแปรที่ใหญ่ที่สุดยังคงเป็นการตัดสินใจของมนุษย์ นั่นคือการตัดสินใจของประธานาธิบดี ซึ่งในตอนนี้ ติดอยู่ที่โอกาส 50/50
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2026 ผู้เจรจาของสหรัฐฯ และอิหร่านได้ตกลงขยายเวลาหยุดยิง 60 วันแล้ว แต่ข้อตกลงยังต้องรอการลงนามครั้งสุดท้ายจากประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งเจ้าตัวให้โอกาส 'ฟิฟตี้ฟิฟตี้'
ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2026 ผู้เจรจาของสหรัฐฯ และอิหร่านได้ตกลงขยายเวลาหยุดยิง 60 วันแล้ว แต่ข้อตกลงยังต้องรอการลงนามครั้งสุดท้ายจากประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งเจ้าตัวให้โอกาส 'ฟิฟตี้ฟิฟตี้' ราคาน้ำมันแกว่งตัวจากเหนือ $114/บาร์เรล ลงมาต่ำกว่า $98 ตามข่าวการหยุดยิงที่ขัดแย้งกัน ในขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิด ทำให้ราคาน้ำมันมีส่วนต่างสงครามแฝงอยู่อย่างต่อเนื่อง
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรยูโรโซนและการคาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ยของ ECB เคลื่อนไหวสวนทางกับความหวังสันติภาพ โดยตลาดปรับลดการคาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ยจากสามครั้งเหลือสองครั้ง เมื่อความหวังในการหยุดยิงเพิ่มขึ้นปลายเดือนพฤษภาคม