ไมโครซอฟท์มีแผนจะเปิดตัวโมเดล AI สำหรับเขียนโค้ดของตัวเองในงาน Build 2026 (2 3 มิถุนายน) เพื่อขับเคลื่อน GitHub Copilot นับเป็นก้าวที่ใหญ่ที่สุดในการลดการพึ่งพา OpenAI แต่เพียงผู้เดียว โมเดลใหม่นี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนา MAI (Microsoft AI) ที่ครอบคลุมทั้งเสียงพูดและรูปภาพ แต่โมเดลสำหรับโค้ดจะเป็นหัวใจสำคัญเชิงกลยุท...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What new proprietary AI models is Microsoft planning to announce at Build 2026, what are the key details of the in-house AI models it has al. Article summary: ## New AI Models Planned for Build 2026. Topic tags: general, documentation, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Upgrade to Microsoft Edge to take advantage of the latest features, security updates, and technical support. # Where to get to know the latest new things released by Microsoft that" source context "Where to get to know the latest new things released by Microsoft that ..." Reference image 2: visual subject "# AI and Microsoft guide: Innovations And Strategies For 2026. As AI and Microsoft continue to drive innovation, business and technology leaders face new opportunities and
ไมโครซอฟท์กำลังจะเผยไพ่สำคัญในสงคราม AI สำหรับเขียนโค้ดที่กำลังดุเดือด ในงานประชุมนักพัฒนา Build 2026 ที่ซานฟรานซิสโก ระหว่างวันที่ 2-3 มิถุนายนนี้ คาดว่าบริษัทจะประกาศเปิดตัว ชุดโมเดล AI ที่พัฒนาเอง โดยไฮไลท์สำคัญคือ โมเดลสำหรับเขียนโค้ดโดยเฉพาะ ที่สร้างขึ้นเพื่อเสริมแกร่งให้กับ GitHub Copilot การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่แค่การอัปเดตผลิตภัณฑ์ธรรมดา แต่เป็นการตอบโต้เชิงกลยุทธ์โดยตรงต่อปัญหาใหญ่สองประการ: Copilot กำลังเสียส่วนแบ่งการตลาดให้คู่แข่งที่คล่องตัวกว่า และโครงสร้างต้นทุนพื้นฐานกำลังเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
การประกาศที่สำคัญที่สุดในเชิงกลยุทธ์คือโมเดล AI ใหม่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการพัฒนาซอฟต์แวร์โดยเฉพาะ จนถึงตอนนี้ ไมโครซอฟท์ใช้โมเดลจาก OpenAI เป็นหลักในการขับเคลื่อน GitHub Copilot แต่รายงานหลายแหล่งระบุว่าโมเดลโค้ดใหม่นี้จะเป็นผลงานการพัฒนาเองของไมโครซอฟท์ ไม่ได้พึ่งพาพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดอีกต่อไป เป้าหมายคือการสร้างโมเดลที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการทำงานแบบ Agentic ที่ซับซ้อน ซึ่งนักพัฒนาต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ
การประกาศอื่นๆ ที่คาดว่าจะมีในงาน Build 2026 ยังช่วยเสริมภาพรวมทางเทคนิคให้ชัดเจนขึ้น เช่น การเปิดตัว Copilot Studio v3, การเปิดตัว Windows Agent อย่างเป็นทางการในฐานะฟีเจอร์ระดับระบบปฏิบัติการ, และการผสานรวม Azure AI Foundry ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานหลายโมเดลพร้อมกันจากระบบต่างๆ เช่น GPT, Claude และโมเดล Open-Weight
ข้อควรระวัง: ณ ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2026 ไมโครซอฟท์ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของโมเดลโค้ดอย่างเป็นทางการ บทความพรีวิวต่างๆ ระบุว่าเนื้อหาการกล่าวปาฐกถายังไม่ได้รับการยืนยัน ดังนั้นรายละเอียดยิบย่อยเกี่ยวกับชื่อ สถาปัตยกรรม และตัวชี้วัดประสิทธิภาพของโมเดล ควรถือเป็นสิ่งที่คาดการณ์แต่ยังไม่รับประกัน
โมเดลโค้ดนี้ไม่ได้โผล่มาจากความว่างเปล่า มันคือชิ้นส่วนล่าสุดและสำคัญที่สุดในเชิงกลยุทธ์ของ ตระกูลโมเดล Microsoft AI (MAI) ที่พัฒนาโดยทีม MAI Superintelligence ซึ่งนำโดย มุสตาฟา สุไลมาน (Mustafa Suleyman) ผู้ร่วมก่อตั้ง DeepMind ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง CEO ของ Microsoft AI
ไมโครซอฟท์ได้เปิดตัวโมเดล MAI ไปแล้วห้าตัว โดยเริ่มจากสามตัวแรกเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2026 :
โมเดลทั้งหมดนี้เปิดให้ใช้งานผ่าน Microsoft Foundry ซึ่งเป็นก้าวที่ชัดเจนที่สุดของบริษัทในการเป็นเจ้าของAI Stack ของตนเอง แทนที่จะเช่าใช้จาก OpenAI ไปเรื่อยๆ ที่สำคัญที่สุดคือ ทีม MAI ได้ยืนยันต่อสาธารณะถึงแผนการสร้าง โมเดลภาษาขนาดใหญ่ระดับแนวหน้า (Frontier LLM) เพื่อก้าวไปสู่อิสรภาพด้าน AI อย่างสมบูรณ์
โมเดลโค้ดโดยเฉพาะที่จะเปิดตัวในงาน Build 2026 คือสะพานเชื่อมที่สมเหตุสมผลไปสู่ความทะเยอทะยานนั้น
ความเร่งด่วนของไมโครซอฟท์มีสาเหตุที่ชัดเจน: Copilot กำลังสูญเสียการครอบงำตลาดนักพัฒนา
ข้อมูลจากแบบสำรวจ JetBrains Developer Ecosystem Survey 2026 ซึ่งสำรวจนักพัฒนากว่า 10,000 คน แสดงให้เห็นว่าส่วนแบ่งการใช้งาน Copilot ลดลงจาก 33% เหลือ 26% ภายในปีเดียว ขณะที่ Cursor ซึ่งเป็น IDE แบบ AI-Native มีอัตราการใช้งานถึง 18% ส่วน Claude Code ซึ่งเป็นเครื่องมือบน Terminal ของ Anthropic เปิดตัวอย่างน่าทึ่งด้วยส่วนแบ่ง 10% ในการปรากฏตัวครั้งแรกในแบบสำรวจ
การแข่งขันยังดุเดือดขึ้นอีกเมื่อ Cursor เปิดตัว Cursor 3 ซึ่งเป็นการสร้างขึ้นใหม่ตั้งแต่ต้น พร้อมระบบ Multi-Agent ในเดือนเมษายน 2026 และยังผสานรวมเข้ากับ Microsoft Teams โดยตรง นำเอเจนต์ของตัวเองมาวางบนสนาม Collaboration ของไมโครซอฟท์เสียเอง
โมเดลทางการเงินของ Copilot กำลังเปลี่ยนไปในชั่วข้ามคืน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2026 ซึ่งเป็นวันก่อนที่งาน Build จะเริ่มขึ้น — GitHub Copilot จะเปลี่ยนจากระบบบอกรับสมาชิกแบบเหมาจ่าย ไปสู่ระบบ คิดเงินตามการใช้งาน (Usage-Based Billing) โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่สกุลเงินใหม่ที่ใช้ติดตามโทเค็น เรียกว่า GitHub AI Credits
ภายใต้ระบบใหม่ ราคาค่าสมาชิกในระดับแผนยังคงเดิม (Pro ราคา $10/เดือน, Business ราคา $19/ผู้ใช้/เดือน, และ Enterprise/Pro+ ราคา $39/ผู้ใช้/เดือน) อย่างไรก็ตาม ค่าธรรมเนียมเหล่านั้นจะถูกเปลี่ยนเป็นเครดิต AI แบบรายเดือนคงที่ การใช้งานใดๆ ที่เกินจากเครดิตรายเดือนนั้นจะเป็นค่าใช้จ่ายส่วนเกิน ซึ่งคำนวณจากโทเค็น Input, Output และ Cache ที่ใช้ไปในการโต้ตอบกับ AI แต่ละครั้ง จากโมเดลต่างๆ กัน ผลที่ตามมาคือ ค่าใช้จ่ายของผู้ใช้ Copilot ระดับ Heavy User อาจผันผวนอย่างมากตามปริมาณการใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์จริง
โมเดลโค้ดที่วางแผนไว้เป็นคำตอบแบบสามในหนึ่งเดียวของไมโครซอฟท์ต่อความท้าทายเหล่านี้:
งาน Build 2026 ไม่ใช่แค่งานเปิดตัวผลิตภัณฑ์อีกแล้ว มันคือช่วงเวลาที่ไมโครซอฟท์จะแสดงให้ชุมชนนักพัฒนาที่กำลังลังเลกับเครื่องมืออื่นๆ เห็นว่า บริษัทสามารถมอบประสิทธิภาพที่ทัดเทียมกับคู่แข่งได้ด้วยโมเดลและแพลตฟอร์มที่ตัวเองควบคุมได้ทั้งหมด และคิดค่าบริการในแบบที่สมเหตุสมผลทางเศรษฐกิจ
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ไมโครซอฟท์มีแผนจะเปิดตัวโมเดล AI สำหรับเขียนโค้ดของตัวเองในงาน Build 2026 (2 3 มิถุนายน) เพื่อขับเคลื่อน GitHub Copilot นับเป็นก้าวที่ใหญ่ที่สุดในการลดการพึ่งพา OpenAI แต่เพียงผู้เดียว
ไมโครซอฟท์มีแผนจะเปิดตัวโมเดล AI สำหรับเขียนโค้ดของตัวเองในงาน Build 2026 (2 3 มิถุนายน) เพื่อขับเคลื่อน GitHub Copilot นับเป็นก้าวที่ใหญ่ที่สุดในการลดการพึ่งพา OpenAI แต่เพียงผู้เดียว โมเดลใหม่นี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนา MAI (Microsoft AI) ที่ครอบคลุมทั้งเสียงพูดและรูปภาพ แต่โมเดลสำหรับโค้ดจะเป็นหัวใจสำคัญเชิงกลยุทธ์ในการควบคุมต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ [49][57]
รายละเอียดเช่นชื่อโมเดล ขนาดพารามิเตอร์ และคะแนน Benchmark ยังไม่ได้รับการยืนยัน เนื่องจากงาน Build 2026 เน้นการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ๆ เป็นหลัก [33]