อัปเดต Google Home วันที่ 27 พฤษภาคม 2026 เปิดให้ใช้กล้อง Nest และกล้อง Gemini Built in บางรุ่น เป็นตัวเริ่มต้นระบบอัตโนมัติอัจฉริยะที่ใช้ AI 'มองเห็น' ไม่ใช่แค่จับความเคลื่อนไหวทั่วไปอีกต่อไป [24] ฟีเจอร์ Natural Language Camera Starter ให้คุณออกแบบระบบอัตโนมัติจากสิ่งที่ AI มองเห็น เช่น เปิดไฟหน้าบ้านเมื่อมีรถ BMW...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What new Google Home update announced on May 27, 2025, allows Nest and select third-party cameras to serve as intelligent triggers for autom. Article summary: Here's a comprehensive breakdown based on the available Google Home / Gemini for Home materials:. Topic tags: general, general web, documentation. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "* Things to try with Gemini for Home. * Browse smart home on Google Store. # The new Google Home, built around you. ## Google Home Update. Welcome to a new era of Google Home, buil" source context "Google Home Fall 2025 Update" Reference image 2: visual subject "A sleek, modern smart camera on a stand is positioned on a wooden surface, with a green LED indicator light illuminated on its black front panel." Style: premium digital editor
Google กำลังเปลี่ยนกล้องสมาร์ทโฮมของคุณ จากเดิมที่ได้แต่ 'มองดู' อย่างเดียว ให้กลายเป็น 'มันสมอง' ของระบบอัตโนมัติในบ้าน โดยในอัปเดต Google Home เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2026 ได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่ทรงพลัง ซึ่งช่วยให้กล้อง Nest และกล้องจากพาร์ทเนอร์บางรุ่นสามารถใช้ความสามารถในการทำความเข้าใจฉากขั้นสูงของ Gemini ในการสั่งงานระบบอัตโนมัติตามสิ่งที่พวกมัน 'มองเห็น' จริง ๆ ได้
แทนที่จะส่งการแจ้งเตือนทั่วไปแบบ "ตรวจพบการเคลื่อนไหว" กล้องของคุณตอนนี้สามารถจดจำยานพาหนะที่เป็นชนิดเฉพาะเจาะจง, ตรวจสอบว่าประตูโรงรถเปิดค้างอยู่หรือไม่, หรือสังเกตเห็นเมื่อมีพัสดุมาส่ง จากนั้นก็เริ่มทำงานอัตโนมัติต่าง ๆ ภายในบ้านตามที่คุณตั้งไว้ได้ทันที ฟีเจอร์นี้พร้อมใช้งานแล้ว แต่คุณจำเป็นต้องสมัคร Google Home Premium เพื่อปลดล็อกมัน
หัวใจหลักของอัปเดตนี้คือ 'ตัวเริ่มต้นระบบอัตโนมัติ' แบบใหม่ ที่ให้คุณสามารถ "ออกแบบระบบอัตโนมัติจากข้อมูลเชิงลึกด้านภาพ" จาก "เกือบทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นรอบบ้านของคุณ" แทนที่จะสร้างคำสั่งอัตโนมัติจากทริกเกอร์ของเซ็นเซอร์ง่าย ๆ คุณเพียงแค่อธิบายสิ่งที่คุณต้องการให้กล้องจับตามองด้วยภาษาธรรมดา ๆ
ตัวอย่างจาก Google เอง เช่น การตั้งค่าทริกเกอร์ให้เป็น :
เมื่อกล้องตรวจจับเงื่อนไขทางภาพที่เฉพาะเจาะจงนั้นได้ มันก็สามารถสั่งการการกระทำอย่างเช่น เปิดไฟ, ส่งการแจ้งเตือน, ล็อคประตู, หรือเปิดใช้งานอุปกรณ์อัจฉริยะอื่น ๆ สิ่งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากแนวคิดระบบอัตโนมัติแบบเดิมที่พึ่งพาแค่สถานะแบบมี/ไม่มี เช่น ตรวจจับความเคลื่อนไหวใช่หรือไม่ หรืออุปกรณ์เปิดหรือปิด
เบื้องหลังการทำงานคือ โมเดล Multimodal ของ Gemini ที่กำลังประมวลผลฟีดจากกล้องและสร้างคำอธิบายโดยละเอียดของสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น แทนที่จะเป็นป้ายกำกับทั่ว ๆ ไปว่า "ตรวจพบบุคคล" กล้องของคุณตอนนี้สามารถเข้าใจได้ว่า "สุนัขกำลังขุดดินในสวน" หรือ "คนสวนกำลังตัดแต่งพุ่มกุหลาบ" [28, 23] ตัวเริ่มต้นระบบอัตโนมัตินี้จะเชื่อมต่อกับระบบการทำความเข้าใจฉากแบบเดียวกันเพื่อประเมินเงื่อนไขทางภาพที่ซับซ้อนในเวลาจริง
ตัวเริ่มต้นระบบอัตโนมัติใหม่นี้ทำงานร่วมกับกล้องสองประเภท:
โปรแกรมกล้องที่พร้อมสำหรับ Gemini ของ Google ซึ่งมอบฮาร์ดแวร์อ้างอิงและ SDK ฝังตัวให้กับพาร์ทเนอร์เพื่อรวมฟีเจอร์ Gemini for Home เข้าไป เป็นช่องทางสำคัญสำหรับการรองรับอุปกรณ์ของบุคคลที่สาม โดยโปรแกรมนี้เริ่มต้นด้วยพาร์ทเนอร์บางรายและคาดว่าจะขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ
ระบบอัตโนมัติของกล้องที่ขับเคลื่อนด้วย AI นี้อยู่ภายใต้ร่มของการสมัคร Google Home Premium โดย Google อธิบายว่าการสมัครนี้จะมอบ "ข้อมูลเชิงลึกจากสิ่งที่กล้องของคุณมองเห็นและการสั่งงานอัตโนมัติที่ง่ายดาย" สำหรับกล้อง Nest, กริ่งประตู Nest และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ใช้ร่วมกันได้
ราคาที่เคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้ตอนเปิดตัวในเดือนตุลาคม 2025 คือ $13 ต่อเดือนสำหรับแพ็กเกจมาตรฐาน และ $26 ต่อเดือนสำหรับแพ็กเกจขั้นสูง โดยแพ็กเกจขั้นสูงจะปลดล็อกฟีเจอร์กล้อง Gemini ทั้งหมด รวมถึงคำอธิบายจาก AI, การแจ้งเตือนจาก AI, การค้นหาประวัติวิดีโอด้วยภาษาธรรมดา, และสรุป Home Brief รายวัน
นอกจากนี้ Google ยังระบุว่าแผน Google AI Pro และ Ultra นั้นรวม Home Premium โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม สำหรับผู้ใช้แบบฟรี (Free Tier) จะได้ประวัติเหตุการณ์พื้นฐานและการแจ้งเตือนการเคลื่อนไหว แต่ตัวเริ่มต้นระบบอัตโนมัติที่เข้าใจภาพและฉากนั้นเป็นฟีเจอร์ของ Premium โดยเฉพาะ
การเปิดตัวระบบอัตโนมัติของกล้องในวันที่ 27 พฤษภาคม เป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงแพลตฟอร์มครั้งใหญ่ในฤดูใบไม้ผลิ 2026 ที่ Google ทยอยเปิดตัวมาตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม และนี่คือการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ:
ผู้ใช้ในกลุ่ม Early Access ได้รับการอัปเกรดเป็น Gemini 3.1 ซึ่ง Google เรียกว่าเป็นโมเดลที่ล้ำหน้าที่สุดสำหรับการใช้งานในบ้าน โมเดลนี้ให้การให้เหตุผลที่ดีขึ้นสำหรับคำสั่งหลายขั้นตอน ช่วยให้คุณเชื่อมโยงงานต่าง ๆ เช่น เพิ่มรายการลงในรายการซื้อของในขณะที่อัปเดตรายการที่มีอยู่ หรือรวมการตั้งนาฬิกาปลุกและปฏิทินไว้ในคำสั่งเดียว
แอป Google Home ได้รับอินเทอร์เฟซกล้องที่ปรับปรุงใหม่ พร้อมการเลื่อนดูวิดีโอที่ลื่นไหลขึ้น, หน้ารายละเอียดเหตุการณ์ที่ออกแบบใหม่, ภาพพรีวิวระยะใกล้แบบเคลื่อนไหวที่ติดตามการเคลื่อนไหว, และการแจ้งเตือนที่มีภาพพรีวิวแบบซูม [31, 3] การอัปเดตนี้ยังขยายฟีเจอร์คำอธิบายเหตุการณ์ที่สร้างโดย AI ไปยังกล้อง Nest รุ่นเก่า แต่ยังคงต้องใช้การสมัคร Google Home Premium
คำอธิบายจาก AI มีให้เลือกทั้งแบบสั้นและแบบยาวเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น ดังนั้นเหตุการณ์ที่ถูกแท็กว่า "ตรวจพบกิจกรรมหรือสัตว์" อาจกลายเป็น "สุนัขกำลังขุดดินในสวน" การแจ้งเตือนจาก AI จะส่งคำอธิบายสั้น ๆ เหล่านี้ไปยังโทรศัพท์ของคุณโดยตรงสำหรับเหตุการณ์จากกล้องและกริ่งประตู
ผู้สมัคร Premium สามารถค้นหาประวัติกล้องได้ด้วยการถามคำถามเช่น "เด็ก ๆ ทิ้งจักรยานไว้ที่ทางเดินรถหรือเปล่า?" และรับคลิปวิดีโอที่เกี่ยวข้อง ระบบยังสามารถใช้ประโยชน์จากบริบทที่บันทึกไว้ เช่น หากคุณเคยบอก Ask Home ว่า "พี่เลี้ยงของเราชื่ออลิซ" Gemini ก็จะสามารถตอบคำถามที่เกี่ยวกับว่าอลิซมาถึงหรือยังได้
Walmart เปิดตัวกล้อง Gemini Built-in ตัวที่สามอย่างเงียบ ๆ ไปพร้อมกับการอัปเดตครั้งนี้ คือ กล้อง Onn Outdoor Camera Plug-in ราคา $35 ซึ่งถูกกว่าราคาของ Nest Cam Outdoor เกือบ 4 เท่า โดยมันผสานรวมเข้ากับแอป Google Home โดยตรง และรองรับการจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ผ่าน Google Home Premium
Google กำลังมอบฮาร์ดแวร์อ้างอิงและ SDK ฝังตัวสำหรับกล้อง Google Home ให้กับพาร์ทเนอร์ เพื่อสร้างกล้องที่พร้อมสำหรับ Gemini ซึ่งผสานรวมเข้ากับฟีเจอร์ AI ของ Google Home ได้โดยตรง ขณะนี้ Google Home APIs ยังเปิดเผยความอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนโดย Gemini รวมถึงคำอธิบายจาก AI และการค้นหาจากกล้อง เพื่อให้แอปของบุคคลที่สามสามารถนำไปใช้ได้
การเปลี่ยนจากการใช้ทริกเกอร์จากการเคลื่อนไหว มาเป็นทริกเกอร์จากการมองเห็น ได้เปลี่ยนสิ่งที่เป็นไปได้สำหรับระบบอัตโนมัติภายในบ้าน จากเดิมที่กล้องทำได้แค่บอกคุณว่ามีบางสิ่งเคลื่อนไหว ตอนนี้มันสามารถบอกคุณได้ว่า อะไรที่เคลื่อนไหว, มันมีหน้าตาเป็นอย่างไร, และคุณจำเป็นต้องสนใจมันหรือไม่ และจากนั้นก็จัดการบางอย่างกับมันโดยอัตโนมัติ
ข้อแม้คือ ความสามารถเหล่านี้อยู่หลังกำแพงการชำระเงินของ Google Home Premium ดังนั้นประสบการณ์เต็มรูปแบบจึงมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายในการสมัครสมาชิกอย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับใครก็ตามที่อยู่ในระบบนิเวศของ Nest และมีแผน Premium อยู่แล้ว อัปเดตวันที่ 27 พฤษภาคมนี้ จะเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ที่มีอยู่ให้กลายเป็นแพลตฟอร์มระบบอัตโนมัติที่มีความสามารถมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์ใหม่
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
อัปเดต Google Home วันที่ 27 พฤษภาคม 2026 เปิดให้ใช้กล้อง Nest และกล้อง Gemini Built in บางรุ่น เป็นตัวเริ่มต้นระบบอัตโนมัติอัจฉริยะที่ใช้ AI 'มองเห็น' ไม่ใช่แค่จับความเคลื่อนไหวทั่วไปอีกต่อไป [24]
อัปเดต Google Home วันที่ 27 พฤษภาคม 2026 เปิดให้ใช้กล้อง Nest และกล้อง Gemini Built in บางรุ่น เป็นตัวเริ่มต้นระบบอัตโนมัติอัจฉริยะที่ใช้ AI 'มองเห็น' ไม่ใช่แค่จับความเคลื่อนไหวทั่วไปอีกต่อไป [24] ฟีเจอร์ Natural Language Camera Starter ให้คุณออกแบบระบบอัตโนมัติจากสิ่งที่ AI มองเห็น เช่น เปิดไฟหน้าบ้านเมื่อมีรถ BMW สีแดงเข้ามาในทางเดิน หรือส่งการแจ้งเตือนเมื่อมีพัสดุมาส่งที่หน้าประตู [24]
การเปิดตัวครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงครั้งใหญ่ของแพลตฟอร์ม Google Home ในฤดูใบไม้ผลิ 2026 ซึ่งมาพร้อมกับการอัปเกรดโมเดลเป็น Gemini 3.1, อินเทอร์เฟซกล้องที่ออกแบบใหม่, กล้องวงจรปิดนอกบ้าน Walmart Onn ราคา 35 ดอ...