สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังคงตึงเครียด แม้มีข้อตกลงหยุดยิงแบบปลายเปิด เกาหลีใต้สรุปผลสอบ 27 พ.ค. การเจรจาทางการทูต ณ กรุงอิสลามาบัด อยู่ในภาวะชะงักงัน สหรัฐฯ เรียกร้องให้อิหร่านยุติโครงการนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์ แต่อิหร่านยังไม่ตอบรับ ทางการสหรัฐฯ ประกาศชัยชนะของปฏิบัติการ 'Epic Fury' แต่นักวิเคราะห์อิสระมองว่าสหรัฐ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What are the key developments and ongoing tensions in the Strait of Hormuz following the conclusion of Operation Epic Fury, including South. Article summary: Here is the assessment of key developments and ongoing tensions in the Strait of Hormuz as of late May 2026.. Topic tags: general, general web, government, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# US-Iran War 2026: Operation Epic Fury, the Strait of Hormuz Crisis, and the Limits of American Air Power. Comprehensive analysis of the 2026 US-Iran war — Operation Epic Fury, Ir" source context "US-Iran War 2026: Operation Epic Fury, the Strait of Hormuz Crisis ..." Reference image 2: visual subject "# US-Iran War 2026: Operation Epic Fury, the Strait of Hormuz Crisis, and the Limits of American Air Power. Co
การโจมตีเพียงครั้งเดียวต่อเรือบรรทุกสินค้าลำหนึ่ง ได้เผยให้เห็นธรรมชาติอันเปราะบางของข้อตกลงหยุดยิงเหนือช่องแคบฮอร์มุซ หนึ่งในเส้นทางลำเลียงน้ำมันที่สำคัญที่สุดในโลก เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ประกาศว่า ผลการสอบสวนทางเทคนิคสรุปว่า เรือ HMM Namu ของบริษัทเดินเรือยักษ์ใหญ่ HMM “มีความเป็นไปได้สูง” ที่จะถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธต่อต้านเรือรบซีรีส์ Noor ที่ผลิตโดยอิหร่าน ขณะจอดทอดสมอใกล้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ข้อสรุปนี้ขัดแย้งอย่างสิ้นเชิงกับคำปฏิเสธของอิหร่าน และได้ทิ่มแทงภาพเล่าอย่างเป็นทางการที่ว่า ข้อตกลงสงบศึกที่มีปากีสถานเป็นตัวกลาง สามารถรักษาความปลอดภัยให้แก่จุดคอขวดการขนส่งทางทะเลที่สำคัญนี้ได้
การโจมตีครั้งนี้เป็นหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดว่า คำว่า “ความสงบที่เปราะบาง” ซึ่งนักวิเคราะห์ใช้บรรยายสถานการณ์นั้น แท้จริงแล้วคือคำอธิบายที่ถูกต้องที่สุด ในขณะที่สหรัฐฯ ประกาศว่าปฏิบัติการทางทหารของตนได้รับชัยชนะ และเตหะรานยืนกรานว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ภูมิภาคนี้กลับติดอยู่ในห้วงอันตราย ระหว่างการสิ้นสุดสงครามใหญ่ตามทางการ และความเสี่ยงที่สงครามเต็มรูปแบบจะปะทุขึ้นอีกครั้ง
เรือ HMM Namu เรือขนส่งสินค้าเทกอง (Bulk Carrier) ชักธงปานามา เดินเรือโดยบริษัท HMM ยักษ์ใหญ่แห่งวงการขนส่งทางทะเลของเกาหลีใต้ ถูกวัตถุปริศนาจากอากาศ 2 ชิ้น โจมตีขณะจอดเทียบท่า หัวรบลูกแรกจุดระเบิดไม่สำเร็จ ซึ่งนับเป็นโชคดีที่ทำให้นักสืบสวนสามารถระบุชนิดของอาวุธได้ ส่วนหัวรบลูกที่สองเกิดระเบิด ทำให้เกิดไฟไหม้และสร้างความเสียหายแก่ส่วนท้ายของตัวเรือช่วงล่าง
นายพัค ยุน-จู รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนที่หนึ่งของเกาหลีใต้ ระบุว่า เศษซากชิ้นส่วนและคุณลักษณะของหัวรบ ได้บ่งชี้ไปที่ขีปนาวุธซีรีส์ Noor หรือ Qader ของอิหร่านอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นชนิดที่กองทัพเรืออิหร่าน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และกองกำลังตัวแทนของอิหร่านใช้งานอยู่ “หลักฐานหลากหลายชิ้นบ่งชี้ไปที่อิหร่าน” นายพัคกล่าว แม้ว่าโซลจะยังไม่สรุปแน่ชัดว่าใครเป็นผู้ยิง
การตอบสนองจากเตหะรานเป็นไปอย่างรวดเร็วและไม่คลุมเครือ ซาอีด คูเซคี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำเกาหลีใต้ ปฏิเสธบทบาทของประเทศตน โดยระบุว่าอิหร่าน “ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ” กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางกรุงโซลตอบโต้ด้วยการเรียกเอกอัครราชทูตอิหร่านเข้าพบเพื่อประท้วง ถือเป็นการตำหนิทางการทูตอย่างเป็นทางการที่ยิ่งทำให้บรรยากาศทางการเมืองของข้อตกลงสงบศึกที่เดิมก็กำลังย่ำแย่อยู่แล้ว ร้อนระอุขึ้นไปอีก
เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่า แม้อยู่ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงในนาม ผู้ก่อการที่ไม่ใช่รัฐหรือหน่วยงานทางทหารที่ขาดการควบคุม ก็ยังสามารถคุกคามการเดินเรือพาณิชย์ได้ นี่คือความจริงที่บั่นทอนคำมั่นสัญญาหลักของข้อตกลงพักรบที่มุ่งจะรับประกันเสรีภาพในการเดินเรือ
กรอบการทูตที่ค้ำจุนภูมิภาคนี้เอาไว้ไม่ให้ตกสู่สงครามเบ็ดเสร็จนั้นบางเบาอย่างน่าทึ่ง ระหว่างวันที่ 7-8 เมษายน สหรัฐฯ และอิหร่านได้ตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยมีปากีสถานเป็นตัวกลาง โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ก่อนหน้านั้นอิหร่านได้ปฏิเสธกรอบข้อเสนอ 45 วันที่เสนอมา พร้อมยืนกรานในแผนสันติภาพ 10 ข้อของตนเอง ก่อนที่จะยอมตกลงกับช่วงเวลาพักรบที่สั้นกว่านี้
สิ่งที่ควรจะเป็นสะพานเชื่อมชั่วคราวไปสู่การเจรจาสันติภาพที่ครอบคลุม กลับกลายเป็นสถานะที่หยุดนิ่งอย่างถาวร ประธานาธิบดีทรัมป์ขยายเวลาหยุดยิงออกไปแบบปลายเปิดเมื่อวันที่ 21 เมษายน ในขณะที่การเจรจาในกรุงอิสลามาบัดถึงทางตัน และจนถึงปลายเดือนพฤษภาคม ข้อตกลงนี้ยังคงมีผลบังคับใช้ แต่ “เปราะบาง” และไม่มีทีท่าว่าจะบรรลุข้อตกลงถาวรใดๆ ได้
จุดยืนอย่างเป็นทางการของรัฐบาลสหรัฐฯ นั้นชัดเจน วันที่ 5 พฤษภาคม นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศว่า “ปฏิบัติการ Epic Fury ได้สิ้นสุดลงแล้ว เราบรรลุวัตถุประสงค์ของปฏิบัติการนั้นแล้ว” คำบอกเล่าของทำเนียบขาววาดภาพถึงปฏิบัติการทางทหารที่ทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางทะเลและขีปนาวุธของอิหร่าน บีบให้เตหะรานต้องยอมกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา และสามารถเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้อีกครั้ง
ในเดือนแรกเพียงเดือนเดียว ปฏิบัติการนี้โจมตีเป้าหมายไปมากกว่า 12,300 จุด สร้างความเสียหายหรือทำลายเรือรบอิหร่านไปกว่า 155 ลำ และปฏิบัติภารกิจทางอากาศกว่า 13,000 เที่ยวบิน
อย่างไรก็ตาม งานวิเคราะห์อิสระได้วาดภาพที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก ประเด็นสำคัญที่โต้แย้งกันมีตั้งแต่:
คำกล่าวอ้างในที่สาธารณะของประธานาธิบดีทรัมป์ก็ถูกตรวจสอบอย่างหนักเช่นกัน ข้อมูลจากวิกิพีเดียและแหล่งอื่นๆ ระบุว่าเขาประกาศ “ชัยชนะ” หลายครั้ง แต่ยังได้ กล่าวอ้างอย่างเป็นเท็จว่าอิหร่าน 'ไม่เหลืออะไรเลยในทางทหาร' ซึ่งเป็นคำกล่าวที่ถูกหักล้างโดยสิ้นเชิงจากความสามารถในการตอบโต้อย่างต่อเนื่องของอิหร่าน
ภายใต้ภาพความชะงักงันทางการทหาร การเจรจาทางการทูตเผยให้เห็นถึงรอยแยกที่ลึกและยังไร้ทางออก ซึ่งความขัดแย้งในอนาคตสามารถปะทุขึ้นมาได้ทันที
แม้ว่านายรูบิโอจะประกาศยุติปฏิบัติการทางทหารอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 พฤษภาคม แต่โครงสร้างพื้นฐานเพื่อกลับไปสู่สงครามครั้งใหม่ก็ยังคงถูกเตรียมการอย่างแข็งขัน และอาจถึงขั้นขยายเพิ่ม
เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ทำเนียบขาวแจ้งต่อรัฐสภาสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการว่า ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านสิ้นสุดแล้ว การแจ้งนี้เป็นการเริ่มนับถอยหลัง 60 วัน ตามกฎหมายอำนาจสงคราม (War Powers Resolution) เพื่อจำกัดการปฏิบัติการรุกเพิ่มเติมโดยปราศจากการอนุมัติใหม่จากรัฐสภา ทว่าเพียงสองสัปดาห์ต่อมา หนังสือพิมพ์ The New York Times รายงานเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมว่า คณะที่ปรึกษาของทรัมป์ได้ร่างแผนเพื่อกลับมาโจมตีทางทหารอีกครั้ง หากการทูตถึงทางตันโดยสมบูรณ์
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้หารือภายในเกี่ยวกับ “ปฏิบัติการ Epic Fury 2.0” ว่าเป็นความเป็นไปได้ของการยกระดับความรุนแรงในนามใหม่ เมื่อถูกสมาชิกสภาคองเกรสซักถาม นายพีต เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยืนยันว่า “เรามีแผนที่จะยกระดับ หากจำเป็น”
เจ้าหน้าที่ตะวันออกกลางสองคนรายงานว่า สหรัฐฯ และอิสราเอลกำลังดำเนินการเตรียมการที่เข้มข้นที่สุดนับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิง เพื่อความเป็นไปได้ที่จะกลับมาโจมตีอีกครั้งเร็วที่สุดในสัปดาห์ต่อไป
ในสัญญาณที่จับต้องได้ว่า การรักษาสันติภาพไม่ได้มาแทนที่การทำสงคราม กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยืนยันว่าได้ปฏิบัติการ “โจมตีเพื่อป้องกันตนเอง” (Self-Defense Strikes) ต่อฐานยิงขีปนาวุธของอิหร่านและเรือที่พยายามวางทุ่นระเบิดรอบเมืองบันดาร์อับบาส เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม การโจมตีนี้ ซึ่งมีเหตุผลว่าเพื่อปกป้องกองกำลังสหรัฐฯ เกิดขึ้นแม้ในขณะที่คณะผู้แทนเจรจาของอิหร่านอยู่ที่กรุงโดฮาเพื่อการเจรจา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเหตุการณ์ทางยุทธวิธีเพียงเล็กน้อยสามารถบั่นทอนข้อตกลงหยุดยิงที่กว้างขึ้นได้เร็วเพียงใด
ช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้อยู่ในสภาวะสันติภาพ และก็ไม่ได้อยู่ในสภาวะสงคราม องค์ประกอบสำคัญของวิกฤตการณ์เต็มรูปแบบล้วนเข้าที่เข้าทางหมดแล้ว: ข้อตกลงหยุดยิงที่ยังคงอยู่ตามรูปแบบแต่ไม่ใช่ตามเนื้อหา, ปฏิบัติการทางทหารที่มีการประเมินผลที่ขัดแย้งกันอย่างสูง, การเผชิญหน้ากันในประเด็นนิวเคลียร์ที่ไร้ทางออก และเหตุโจมตีเรือพาณิชย์ครั้งใหม่ที่มีหลักฐานบ่งชี้ตรงไปยังเตหะราน
เหตุการณ์เรือ HMM Namu ไม่ได้เป็นเพียงแค่ข้อมูลในรายงานภูมิรัฐศาสตร์ แต่มันคือบททดสอบในโลกแห่งความเป็นจริงของข้อตกลงพักรบ และข้อตกลงนี้สอบตก เมื่อไม่มีเส้นทางสู่ข้อตกลงถาวรอยู่ในสายตา และแผนการโจมตีของสหรัฐฯ รอบใหม่ได้ถูกร่างขึ้นแล้ว สิ่งเดียวที่แน่นอนคือ การยั่วยุใดๆ ก็ตาม ไม่ว่าจะมาจากกลุ่มใดก็ตาม สามารถนำพา 'ความสงบที่แสนเปราะบาง' นี้ไปสู่จุดจบที่รวดเร็วและรุนแรงได้ทุกเมื่อ
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังคงตึงเครียด แม้มีข้อตกลงหยุดยิงแบบปลายเปิด เกาหลีใต้สรุปผลสอบ 27 พ.ค.
สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังคงตึงเครียด แม้มีข้อตกลงหยุดยิงแบบปลายเปิด เกาหลีใต้สรุปผลสอบ 27 พ.ค. การเจรจาทางการทูต ณ กรุงอิสลามาบัด อยู่ในภาวะชะงักงัน สหรัฐฯ เรียกร้องให้อิหร่านยุติโครงการนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์ แต่อิหร่านยังไม่ตอบรับ
ทางการสหรัฐฯ ประกาศชัยชนะของปฏิบัติการ 'Epic Fury' แต่นักวิเคราะห์อิสระมองว่าสหรัฐฯ ได้รับชัยชนะทางยุทธวิธี แต่ไม่บรรลุเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ พร้อมสูญเสียงบประมาณมหาศาลกว่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ