นี่คือเกมเปลี่ยนที่หลายฝ่ายจับตามอง หน่วย "สงครามวงโคจร" (Orbital Warfare) ของสหรัฐฯ กำลังซ้อมรบแบบใหม่เพื่อ ติดตาม ประชิด และทำให้ดาวเทียมจีนหยุดทำงาน ในวงโคจร ซึ่งเป็นการเลียนแบบปฏิบัติการประชิด (RPOs) ที่จีนเคยทำมาแล้วในอดีต
พล.อ. ไมเคิล เกทเลน (Michael Guetlein) รองผู้บัญชาการปฏิบัติการอวกาศสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดาวเทียมจีนเคยซ้อมรบแบบ "ด็อกไฟต์" ในอวกาศเมื่อปี 2024 เพื่อฝึกการติดตามและหยุดยั้งทรัพย์สินของสหรัฐฯ ขณะนี้สหรัฐฯ เองก็กำลังพัฒนาขีดความสามารถแบบเดียวกันเพื่อให้ทัดเทียม
แม้ว่าการใช้อาวุธจลน์ (Kinetic ASAT) อย่างขีปนาวุธยิงตรง (Direct-Ascent Missiles) จะไม่เป็นที่นิยม เพราะจะสร้างเศษซากที่เป็นอันตรายมหาศาลและเป็นประเด็นอ่อนไหวทางการเมือง แต่สหรัฐฯ ก็ยังคงมีและพัฒนาตัวเลือกตอบโต้จากภาคพื้นดินอยู่ต่อไป
เหตุผลหลัก ที่ผลักดันให้เกิดความเคลื่อนไหวนี้คือ การขยายตัวอย่างรวดเร็วของจีน โดยจีนมีดาวเทียมปฏิบัติการแล้วมากกว่า 1,189 ดวง ในจำนวนนี้มีมากกว่า 510 ดวงที่เป็นดาวเทียมข่าวกรอง เฝ้าตรวจ และลาดตระเวน (ISR) ซึ่งทำให้กองทัพปลดแอกประชาชนจีน (PLA) มีความสามารถในการติดตามเป้าหมายและชี้เป้าอาวุธได้ตลอดเวลาทั่วภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
ขณะที่การแข่งขันทางอาวุธกำลังร้อนแรง สิ่งที่ขาดหายไปอย่างน่าใจหายคือ กลไกสื่อสารระหว่างสองมหาอำนาจ
คารี บิงเกน (Kari Bingen) อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ด้านข่าวกรอง และผู้อำนวยการโครงการความมั่นคงทางอวกาศแห่ง CSIS กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า สหรัฐฯ และจีน "ขาดช่องทางที่เชื่อถือได้ในการจัดการความเสี่ยงในวงโคจรที่แออัดมากขึ้นทุกที" จนถึงวันนี้ ยังไม่มี "สายด่วน" สำหรับความเสี่ยงด้านอวกาศโดยเฉพาะ หรือกลไกหลีกเลี่ยงการปะทะ (Deconfliction) แบบที่เคยมีในยุคสงครามเย็นระหว่างสหรัฐฯ กับโซเวียต
รายงานของ สภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (CFR) ประจำเดือนมีนาคม 2025 ที่ชื่อ "Securing Space" เตือนว่า จำนวนดาวเทียมในวงโคจรต่ำของโลก (LEO) เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตั้งแต่ปี 2018 โดยมีวัตถุที่ถูกติดตามกว่า 40,000 ชิ้น หากไม่มีการพูดคุยกัน ความเสี่ยงที่ทรัพย์สินของสหรัฐฯ และจีนจะชนกันโดยบังเอิญก็พุ่งสูงขึ้น และเหตุการณ์นั้นอาจถูก "อ่านผิด" ว่าเป็นการโจมตีโดยเจตนา
ปฏิบัติการประชิดวงโคจรของทั้งสองฝ่าย (Co-Orbital Satellites) สร้าง "ความกำกวม" ที่อันตรายอย่างยิ่ง มูลนิธิ Secure World Foundation ระบุว่า ในปี 2024 เพียงปีเดียว จีนได้ปฏิบัติการประชิดและนัดพบ (RPOs) อย่างน้อย 5 ครั้ง หากไม่มีช่องทางสื่อสาร การซ้อมรบตรวจการณ์ตามปกติของฝ่ายหนึ่ง ก็อาจถูกอีกฝ่ายมองว่าเป็นการเตรียมโจมตี และนำไปสู่การยกระดับตอบโต้อย่างรวดเร็ว
เวทีใหม่ของสหประชาชาติเรื่องการประสานงานจราจรอวกาศได้ประชุมกันที่กรุงเวียนนาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เพื่อพยายามสร้างบรรทัดฐานการแบ่งปันข้อมูล แต่ความคืบหน้าเป็นไปอย่างเชื่องช้า และมิติความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างสหรัฐฯ-จีน แทบไม่ได้รับการแก้ไขเลย รายงานของ CFR เองก็เรียกร้องให้มีการจัดตั้งช่องทางทูตโดยตรงด้านความมั่นคงอวกาศ แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีกลไกทางการเช่นว่านั้นปรากฏขึ้น
เป็นที่น่าสังเกตว่า ปักกิ่งเองก็ได้แสดงความกังวลต่อสหประชาชาติเกี่ยวกับการขยายตัวอย่างรวดเร็วและไร้การควบคุมของกลุ่มดาวเทียมพาณิชย์ขนาดใหญ่ โดยชี้เฉพาะเจาะจงไปที่ Starlink ว่าสร้างความเสี่ยง "ด้านความปลอดภัยและความมั่นคงที่เด่นชัด" ซึ่งสะท้อนว่าทั้งสองฝ่ายต่างมองว่า วงโคจรที่แออัดคือปัญหา ทว่ากลับไม่มีกรอบความร่วมมือใดๆ มาจัดการร่วมกัน
Comments
0 comments