นายฟลอเรียน กีเยร์แม (Florian Guillermet) ผู้อำนวยการบริหารของ EASA แถลงเมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 ว่า C919 “ไม่สามารถได้รับการรับรองได้ในปี 2025” และประเมินว่าจะต้องใช้เวลาอีก 3 ถึง 6 ปี ภายในเดือนสิงหาคม 2025 หน่วยงานกำกับดูแลของยุโรปได้ส่งสัญญาณอย่างไม่เป็นทางการว่า การรับรองอย่างเป็นทางการไม่น่าจะเกิดขึ้นก่อนปี 2028 และอาจยืดเยื้อไปถึงปี 2031
ปัญหาหลักที่เป็นอุปสรรคคือ ระบบการบิน (Avionics) โดย EASA วางแผนที่จะทดสอบการบินนานถึง 4,200 ชั่วโมง ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยราว 3,000 ชั่วโมงที่ใช้กับเครื่องบินลำตัวแคบของแอร์บัสหรือโบอิ้ง
เนื่องด้วยความซับซ้อนของระบบที่ผสมผสานเทคโนโลยีของจีนและชาติตะวันตก
สำหรับ COMAC (บริษัทอากาศยานพาณิชย์แห่งประเทศจีน) นั้น การถูกยื้อกระบวนการรับรองคืออุปสรรคสำคัญในการก้าวขึ้นมาท้าทายการผูกขาดตลาดของแอร์บัสและโบอิ้งนอกประเทศจีน ด้วยเหตุนี้ จีนจึงใช้ประโยชน์จากการควบคุมกฎระเบียบของหนึ่งในตลาดการบินที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นเครื่องมือต่อรองเพื่อเร่งรัดเส้นเวลาดังกล่าว
ปฏิบัติการกดดันครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดดๆ แต่เกิดขึ้นท่ามกลางสงครามการค้าระหว่าง EU-จีน ที่กำลังปะทุขึ้นในหลายภาคส่วน โดย EU มียอดขาดดุลการค้าสินค้ากับจีนสูงถึง 3.599 แสนล้านยูโรในปี 2025 เพิ่มขึ้น 2.7% จากปีก่อนหน้า
ตัวเลขที่สูงลิ่วเช่นนี้เป็นเชื้อไฟให้บรัสเซลส์ออกมาตรการเชิงรุกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น:
ทางด้านปักกิ่งก็ตอบโต้ด้วยมาตรการยกระดับของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการขยายอำนาจศาลนอกดินแดนเป็นครั้งแรก เพื่อสกัดกั้นไม่ให้บริษัทจีนให้ความร่วมมือกับการไต่สวนของ EU และการควบคุมการส่งออกแร่หายาก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีของยุโรป
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่การตัดขาดความสัมพันธ์โดยสมบูรณ์ การค้าทวิภาคีระหว่างทั้งสองฝ่ายในปี 2025 กลับเพิ่มขึ้นประมาณ 5% ในขณะที่การถอดสลักโครงสร้างทางเศรษฐกิจกำลังเร่งฝีเท้าในหลายมิติ ช่องทางการทูตยังคงเปิดกว้าง แต่การถ่วงเวลาเครื่องบินแอร์บัสในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าจีนพร้อมที่จะใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจที่เฉพาะเจาะจงและพลิกกลับได้ เพื่อสร้างอำนาจต่อรองในเกมที่รู้สึกว่าถูกสกัดกั้นความทะเยอทะยานทางอุตสาหกรรมของตนเอง
ดังนั้น การประจันหน้าเรื่องการส่งมอบเครื่องบินที่เกิดขึ้นนี้ จึงเปรียบเสมือนหมากที่ถูกวางไว้อย่างแยบยลในศึกยุทธศาสตร์ที่ใหญ่กว่า สมรภูมิที่ ‘เครื่องบิน’ ในแถวคอยกฎระเบียบ ทรงพลังไม่ต่างอะไรกับ ‘กำแพงภาษี’
Comments
0 comments