ข้อได้เปรียบหลักของจีนในสมรภูมิ AI อาจไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่คือทัศนคติที่เป็น 'บวกอย่างน่าทึ่ง' ของประชาชน โดยมีเพียงไม่ถึง 10% ที่กลัวการถูกแย่งงาน และ 96% ใช้ AI ทำงานทุกสัปดาห์ สร้างแรงเสียดทานต่ำทางสังคม การมองโลกในแง่ดีทางวัฒนธรรมนี้ช่วยลดความเสี่ยงในการต่อต้านจากสาธารณะหรือการออกกฎหมายเข้มงวด ทำให้บริษัท AI...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: According to a new University College London survey, what does the Chinese public's "strikingly positive" attitude toward AI — including tha. Article summary: The survey reveals that China's biggest competitive edge in the global AI race may not be technical talent, data scale, or state funding — but **public consent and cultural optimism** that allows AI deployment to acceler. Topic tags: general, education, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Young Chinese hold overwhelmingly positive attitudes toward the rise of generative artificial intelligence and are mostly concerned about" source context "Young Chinese Have Almost No Concerns About AI, Survey Finds" Reference image 2: visual subject "Young Chinese hold overwhelmingly positive attitude
เมื่อพูดถึงการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) บทสนทนามักวนเวียนอยู่กับพลังการประมวลผล ข้อมูล และเงินทุน แต่งานวิจัยชิ้นสำคัญจาก University College London (UCL) ชี้ว่าจีนอาจมีข้อได้เปรียบที่ทรงพลังกว่าและถูกพูดถึงน้อยกว่า นั่นคือ ประชาชนที่โอบรับเทคโนโลยีนี้อย่างเต็มใจ
ผลสำรวจที่รายงานโดย South China Morning Post ระบุว่าทัศนคติของสาธารณชนจีนต่อ AI นั้น "เป็นบวกอย่างน่าทึ่ง" (strikingly positive) นี่ไม่ใช่แค่ความไว้วางใจแบบ passive แต่ตัวเลขบ่งชี้ถึงแรงงานที่ผสมผสาน AI เข้ากับชีวิตการทำงานอย่างลึกซึ้ง และสังคมที่คาดหวังว่า AI จะสร้างโอกาส ไม่ใช่ทำลายล้าง
ข้อค้นพบสำคัญจากผลสำรวจของ UCL :
ผลกระทบที่เกิดขึ้นทันทีคือการขจัดแรงเสียดทานทางสังคมและการเมือง ในหลายประเทศตะวันตก ความวิตกกังวลของสาธารณชนต่อการถูกแทนที่ด้วยจักรกลนำไปสู่การเรียกร้องให้มีกฎระเบียบปกป้อง การต่อต้านจากสหภาพแรงงาน และเป็นกับระเบิดทางการเมืองสำหรับผู้นำที่ต้องการผลักดันระบบอัตโนมัติอย่างรวดเร็ว แต่ด้วยจำนวนประชากรจีนเพียงน้อยนิดที่แสดงความกลัวเช่นนี้ รัฐบาลและบริษัทภายในประเทศจึงสามารถนำ AI ไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ ตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการดูแลสุขภาพ โดยไม่ต้องเผชิญกับแรงต้านจากประชาชนในระดับเดียวกัน
ฉันทามติของสาธารณชนนี้ทำหน้าที่เป็น "ตัวเร่งทางสังคม" (social accelerant) ซึ่งเป็นคำที่จับภาพว่าการมองโลกในแง่ดีทางวัฒนธรรมสามารถย่นระยะเวลาจากการค้นพบในห้องทดลองไปสู่ผลกระทบทางเศรษฐกิจในโลกแห่งความเป็นจริงได้อย่างไร
นอกเหนือจากนโยบายแล้ว อัตราการใช้งานรายสัปดาห์ที่ 96% ยังส่งสัญญาณถึงวงจรป้อนกลับของข้อมูลที่ทรงพลัง ผลการศึกษาระดับโลกด้าน AI ของ KPMG พบตัวเลขที่สูงใกล้เคียงกัน โดยพนักงานจีน 93% ใช้ AI ในการทำงาน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 58% อย่างมาก เมื่อแรงงานแทบทั้งหมดมีปฏิสัมพันธ์กับเครื่องมือ AI ทุกวัน พวกเขากำลังสร้างกระแสข้อมูลการฝึกฝนในโลกแห่งความเป็นจริงและการค้นพบกรณีการใช้งานใหม่อย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้ทำให้โมเดล AI ของจีนสามารถพัฒนาและปรับตัวให้เข้ากับความต้องการทางธุรกิจจริงได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นเรื่องยากที่คู่แข่งที่มีฐานผู้ใช้ไม่ต่อเนื่องและกระจัดกระจายจะทำได้ทัน
ผลสำรวจยังเน้นย้ำถึงท่าทีเชิงรุกต่อทักษะแห่งอนาคต ด้วย 79% ของสาธารณชนที่ต้องการให้มีการฝึกอบรม AI อย่างมีประสิทธิภาพในมหาวิทยาลัย จีนจึงพร้อมที่จะบีบอัดกรอบเวลาในการเพิ่มทักษะครั้งใหญ่ แทนที่จะต้องใช้เวลาหลายปีในโครงการอบรมพนักงานใหม่ของบริษัทเพื่อเอาชนะแรงต่อต้าน ความคาดหวังคือบัณฑิตจบใหม่จะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยมองว่า AI เป็นองค์ประกอบพื้นฐานของความสามารถทางวิชาชีพอยู่แล้ว
ผลสำรวจของ UCL นี้สอดคล้องกับรูปแบบที่กว้างขึ้นและสม่ำเสมอซึ่งพบในโพลระดับโลก Edelman Trust Barometer พบว่า 87% ของผู้ตอบแบบสอบถามชาวจีนไว้วางใจ AI เมื่อเทียบกับเพียง 32% ในสหรัฐฯ และ 36% ในสหราชอาณาจักร การศึกษาอีกชิ้นพบว่า 92% ของคนในจีนยอมรับหรือเห็นด้วยกับการใช้ AI โดย 89% ระบุว่าได้รับประสิทธิภาพที่ดีขึ้นจาก AI แล้ว
จีนไม่ได้ไร้ซึ่งความกังวล การวิจัยแยกต่างหากแสดงให้เห็นถึงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับข้อมูลเท็จและความเป็นส่วนตัว แต่เรื่องเล่าหลักเกี่ยวกับ AI และการทำงานคือเรื่องของโอกาสมากกว่าภัยคุกคาม ในการแข่งขันระดับโลกที่ความเร็วในการยอมรับเทคโนโลยีมีความสำคัญพอๆ กับวิทยาศาสตร์พื้นฐาน การยอมรับทางวัฒนธรรมในวงกว้างนั้นอาจพิสูจน์ได้ว่าเป็นคูเมืองเชิงกลยุทธ์ที่ยั่งยืนที่สุดของจีน
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ข้อได้เปรียบหลักของจีนในสมรภูมิ AI อาจไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่คือทัศนคติที่เป็น 'บวกอย่างน่าทึ่ง' ของประชาชน โดยมีเพียงไม่ถึง 10% ที่กลัวการถูกแย่งงาน และ 96% ใช้ AI ทำงานทุกสัปดาห์ สร้างแรงเสียดทานต่ำทางสังคม
ข้อได้เปรียบหลักของจีนในสมรภูมิ AI อาจไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่คือทัศนคติที่เป็น 'บวกอย่างน่าทึ่ง' ของประชาชน โดยมีเพียงไม่ถึง 10% ที่กลัวการถูกแย่งงาน และ 96% ใช้ AI ทำงานทุกสัปดาห์ สร้างแรงเสียดทานต่ำทางสังคม การมองโลกในแง่ดีทางวัฒนธรรมนี้ช่วยลดความเสี่ยงในการต่อต้านจากสาธารณะหรือการออกกฎหมายเข้มงวด ทำให้บริษัท AI จีนมีแหล่งข้อมูลมหาศาลและกำลังคนในอนาคตที่พร้อมเรียนรู้
ในขณะที่ประชาชนตะวันตกส่วนใหญ่ยังกังขาและกลัวการถูกแทนที่ด้วย AI แรงงานจีนกำลังปรับตัวอย่างรวดเร็ว โดย 1 ใน 3 เชื่อว่า AI จะสร้างงานที่ใช้ทักษะสูงขึ้น