ลองนึกภาพว่าราว 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือประมาณ 1 ใน 5 ของน้ำมันโลกต้องลอดผ่านช่องแคบเล็กๆ นี้ แต่เมื่อทุกอย่างหยุดชะงัก ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ใช่แค่ราคาน้ำมันที่พุ่ง แต่คือ การเป็นอัมพาตของระบบโลจิสติกส์
วิกฤตครั้งนี้ได้เปลี่ยนโฉมหน้าตลาดน้ำมันและพลังงานโลกไปอย่างสิ้นเชิง
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดจากการตัดสินใจของโตโยต้าคือการส่งสัญญาณเรื่อง 'เวลา' ในการแก้ปัญหา
บทสรุป: การลดกำลังผลิตครั้งประวัติศาสตร์ของโตโยต้าคือหลักฐานชิ้นเอกว่า วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซได้กลายพันธุ์จากวิกฤตพลังงาน ไปสู่วิกฤตห่วงโซ่อุปทานภาคอุตสาหกรรมเต็มรูปแบบแล้ว และยังไม่มีวี่แววของการแก้ไขในระยะเวลาอันใกล้ เหล่าผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกกำลังเตรียมรับมือกับความปั่นป่วนที่ยังคงอยู่ต่อไปอีกอย่างน้อยครึ่งปี