ตัวเลือกที่ดี: GPT‑5.4, GPT‑5 หรือ o3
ตัวเลือกประหยัด: o3‑mini
โมเดลที่มีความสามารถด้าน reasoning สูงจะเหมาะกับการสังเคราะห์ข้อมูลและการวิเคราะห์ที่ซับซ้อน
ตัวเลือกที่ดี: GPT‑5 หรือ GPT‑5.1
ตัวเลือกประหยัด: GPT‑5 mini
GPT‑5 ถูกออกแบบให้เป็นโมเดลอเนกประสงค์ที่แข็งแรงในหลายงาน
ตัวเลือกที่ดี: GPT‑4o หรือ GPT‑5 mini
ตัวเลือกประหยัดมาก: GPT‑5 nano
ตัวเลือกที่ดี: GPT‑5 หรือ GPT‑5.4
ตัวเลือกประหยัด: GPT‑5 mini
เอกสารของ OpenAI ระบุว่า GPT‑5 เป็นโมเดลที่เหมาะที่สุดสำหรับงานเขียนโค้ดและงานแบบ agentic ที่ซับซ้อน
ตัวเลือกที่ดี: GPT‑5.4 หรือ o3
ตัวเลือกประหยัด: o3‑mini
ตัวเลือกที่ดี: GPT‑5 nano
เหมาะกับงานเช่น
OpenAI อธิบายว่า GPT‑5 nano เป็นเวอร์ชันที่เร็วที่สุดและประหยัดที่สุดในตระกูล GPT‑5
ตัวเลือกที่ดี: GPT‑5 หรือ GPT‑4o
ตัวเลือกประหยัด: GPT‑5 mini
ตัวเลือกที่ดี: GPT‑5.4 หรือ o3
ตัวเลือกที่ดี: GPT‑5 หรือ GPT‑4.1
GPT‑4.1 ถูกอธิบายว่าเป็นโมเดล non‑reasoning ที่ฉลาดที่สุดในเอกสารของ OpenAI
เหมาะกับงานที่ยากที่สุด เช่น
โมเดลอเนกประสงค์ระดับสูง เหมาะกับ
OpenAI ระบุว่า GPT‑5 เป็นโมเดลที่ดีที่สุดสำหรับการเขียนโค้ดและงาน agentic หลายประเภท
ตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการใช้งานประจำวัน
จุดเด่น
OpenAI อธิบายว่า GPT‑5 mini เป็นเวอร์ชันที่เร็วและประหยัดของ GPT‑5 สำหรับงานที่กำหนดชัดเจน
เหมาะกับงานที่ต้องการ
เช่น การสกัดข้อมูลหรือจัดหมวดหมู่ข้อความ
เหมาะกับ
ตัวเลือกเก่าที่เน้นราคาถูกและเร็ว เหมาะกับงานพื้นฐานหรือระบบที่ยังใช้สแต็กเดิม
โมเดลที่ OpenAI ระบุว่าเป็น non‑reasoning model ที่ฉลาดที่สุด เหมาะกับงานวิเคราะห์หรือสรุปที่ไม่ต้องใช้ reasoning เชิงลึกมาก
โมเดลที่ออกแบบมาเพื่อการ reasoning โดยเฉพาะ เหมาะกับ
เวอร์ชัน reasoning ที่เร็วกว่าและถูกกว่า เหมาะกับปัญหาที่ต้องคิดเป็นขั้นตอนแต่ไม่ถึงกับยากมาก
ถ้าต้องใช้งานจริงและไม่อยากสลับหลายตัวมาก ให้ใช้ชุดนี้
สรุปง่ายที่สุด: สำหรับคนส่วนใหญ่ เริ่มที่ GPT‑5 mini ก่อน แล้วถ้างานเริ่มซับซ้อนหรือสำคัญค่อยขยับไปใช้ GPT‑5 หรือ GPT‑5.4