ผู้โจมตีเริ่มจากช่องโหว่ RCE ใน F5 BIG‑IP APM ที่เปิดสู่อินเทอร์เน็ต จากนั้นใช้ช่องโหว่ Linux kernel เช่น Copy Fail (CVE‑2026‑31431) หรือ Dirty Frag เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root Copy Fail และ Dirty Frag ไม่ใช่ช่องโหว่ที่โจมตีจากระยะไกลได้โดยตรง แต่จะถูกใช้หลังจากผู้โจมตีเข้าถึงระบบแล้ว เพื่อเปลี่ยนสิทธิ์ระดับต่ำให้กล...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How are hackers chaining vulnerabilities in internet‑facing F5 BIG‑IP appliances with Linux privilege‑escalation bugs like CopyFail (CVE‑202. Article summary: Hackers are reportedly using a two-step chain: first they gain initial access on exposed F5 BIG‑IP APM devices through a remotely exploitable flaw such as CVE‑2025‑53521, then they use Linux local privilege-escalation bu. Topic tags: general, government, education, documentation, general web. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "A local privilege escalation (LPE) vulnerability, dubbed Copy Fail (CVE-2026-31431), has been identified in the Linux kernel's `authencesn` cryptographic template. This logic flaw" source context "Weekly Threat Bulletin – May 6th, 2026 | F5 Labs" Reference image 2: visual subject "# CVE-2026
อุปกรณ์ความปลอดภัยที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยตรง เช่น VPN gateway หรือ access proxy กำลังกลายเป็น จุดเริ่มต้นของการเจาะระบบองค์กรขนาดใหญ่ มากขึ้นเรื่อย ๆ รายงานเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยล่าสุดพบว่าผู้โจมตีเริ่มจากการยึดอุปกรณ์ F5 BIG‑IP Access Policy Manager (APM) ที่เปิดสู่ภายนอก จากนั้นจึงใช้ช่องโหว่ใน Linux kernel เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root และเคลื่อนที่เข้าไปในระบบภายในขององค์กร
รูปแบบการโจมตีนี้สะท้อนแนวโน้มใหม่ในโลกไซเบอร์: เจาะระบบที่ "ขอบเครือข่าย" ก่อน แล้วค่อยขยายอำนาจควบคุมเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐานภายใน เช่น ระบบตัวตน (Identity systems) หรือแพลตฟอร์มการทำงานร่วมกันขององค์กร
หลายองค์กรใช้ F5 BIG‑IP APM เป็นประตูเชื่อมต่อสำหรับ VPN การยืนยันตัวตน หรือการทำหน้าที่เป็น access proxy ซึ่งมักต้องเปิดให้เข้าถึงจากอินเทอร์เน็ตโดยตรง จึงกลายเป็นเป้าหมายสำคัญของผู้โจมตี
ช่องโหว่ร้ายแรงที่ถูกติดตามในชื่อ CVE‑2025‑53521 ทำให้เกิดการรันโค้ดจากระยะไกลแบบไม่ต้องยืนยันตัวตน (unauthenticated remote code execution) หากมีการกำหนด APM access policy บน virtual server ของระบบ
หากโจมตีสำเร็จ ผู้โจมตีสามารถสั่งรันคำสั่งบนอุปกรณ์ได้โดยไม่ต้องมีบัญชีผู้ใช้ ช่องโหว่นี้ยังถูกเพิ่มเข้าในรายการช่องโหว่ที่มีการโจมตีจริงในโลกจริง (actively exploited) ด้วย
หลังจากได้สิทธิ์รันโค้ดแล้ว ผู้โจมตีมักจะติดตั้ง web shell หรือสร้าง shell session แบบถาวร ทำให้อุปกรณ์ edge นี้กลายเป็นฐานสำหรับการโจมตีขั้นต่อไป
การเข้าถึงครั้งแรกบนอุปกรณ์อาจยังไม่ใช่การควบคุมระบบเต็มรูปแบบ ผู้โจมตีมักได้สิทธิ์ในระดับจำกัด เช่น บัญชีผู้ใช้สิทธิ์ต่ำ
เพื่อหลุดข้อจำกัดเหล่านี้ ผู้โจมตีสามารถใช้ช่องโหว่ Local Privilege Escalation (LPE) ใน Linux kernel เช่น:
ช่องโหว่ “Copy Fail” ถูกเปิดเผยในเดือนเมษายน 2026 และส่งผลต่อ Linux kernel ที่สร้างตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา โดยเกี่ยวข้องกับโมดูล algif_aead ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบ cryptography interface (AF_ALG) ใน kernel
ข้อผิดพลาดนี้ทำให้โปรเซสที่ไม่มีสิทธิ์สูงสามารถแก้ไขข้อมูลใน page cache ของระบบได้ และสามารถนำไปใช้เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root ได้ในที่สุด
อย่างไรก็ตาม Copy Fail ไม่สามารถโจมตีจากระยะไกลได้โดยตรง ต้องมีการเข้าถึงเครื่องก่อน เช่น ผ่าน shell หรือช่องโหว่อื่น
“Dirty Frag” เป็นชื่อเรียกรวมของช่องโหว่หลายรายการใน Linux kernel ที่เกี่ยวข้องกับส่วนเครือข่าย เช่นโมดูล IPsec ESP (esp4 และ esp6)
ช่องโหว่เหล่านี้ทำให้ผู้ใช้ในระบบสามารถแก้ไข page cache ผ่านเส้นทางการประมวลผลเครือข่ายของ kernel และยกระดับสิทธิ์เป็น root บนหลายดิสทริบิวชันของ Linux
เช่นเดียวกับ Copy Fail ช่องโหว่นี้เป็น post‑exploitation vulnerability หมายความว่าผู้โจมตีต้องมีโค้ดรันอยู่บนเครื่องก่อนจึงจะใช้ประโยชน์ได้
เมื่อผู้โจมตีได้สิทธิ์ root บนอุปกรณ์ edge แล้ว พวกเขาสามารถดึงข้อมูลสำคัญ เช่น
นักวิจัยด้านความปลอดภัยพบกรณีที่ผู้โจมตี เคลื่อนที่จากอุปกรณ์ F5 ที่ถูกยึดไปยังระบบภายในองค์กร เช่นเซิร์ฟเวอร์ Confluence ที่ใช้สำหรับเอกสารและการทำงานร่วมกัน
โครงสร้างพื้นฐาน edge มักมีความสัมพันธ์ด้านความเชื่อถือกับระบบภายในเครือข่าย เมื่อถูกยึดแล้ว ผู้โจมตีจึงสามารถ:
นักวิจัยของ Microsoft ระบุว่าการโจมตีที่เริ่มจาก internet‑facing security appliances กำลังกลายเป็นแนวโน้มเพิ่มขึ้น เพราะอุปกรณ์เหล่านี้เปิดสู่ภายนอกแต่กลับได้รับความไว้วางใจสูงภายในเครือข่ายองค์กร
หากมองแยกกัน ช่องโหว่แต่ละตัวอาจดูมีข้อจำกัด แต่เมื่อเชื่อมต่อกันแล้วจะเกิดผลกระทบมหาศาล
เพียง foothold ระดับต่ำบนอุปกรณ์ขอบเครือข่าย ก็อาจนำไปสู่การเจาะทั้งองค์กรได้ หากผู้โจมตีสามารถยกระดับสิทธิ์และเคลื่อนที่ภายในได้สำเร็จ
องค์กรควรอัปเดตระบบ BIG‑IP APM เพื่อแก้ไขช่องโหว่ CVE‑2025‑53521 โดยเฉพาะอินสแตนซ์ที่เปิดให้เข้าถึงจากอินเทอร์เน็ต
หน่วยงานด้านความปลอดภัยหลายแห่งแนะนำให้จัดลำดับความสำคัญสูง เนื่องจากมีรายงานการโจมตีจริงแล้ว
ควรติดตั้งแพตช์ที่แก้ไข:
ช่องโหว่เหล่านี้ส่งผลต่อ Linux kernel ในดิสทริบิวชันหลักจำนวนมากตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา
เนื่องจาก Copy Fail และ Dirty Frag ต้องใช้การรันโค้ดภายในเครื่อง การจำกัดหรือปิด shell access บนอุปกรณ์ edge จะช่วยลดโอกาสถูกใช้โจมตี
ควรกำหนดสิทธิ์ผู้ดูแลอย่างเข้มงวดและมีระบบติดตามการใช้งาน
หากไม่สามารถติดตั้งแพตช์ได้ทันที อาจปิดการใช้งานโมดูลที่เกี่ยวข้องกับ Dirty Frag เช่น esp4 และ esp6 หลังจากตรวจสอบผลกระทบต่อระบบแล้ว
ช่องโหว่ LPE ใน kernel อาจทำให้เกิด container escape ได้ องค์กรควร
สัญญาณที่ควรตรวจจับ เช่น
รายงานด้านความปลอดภัยสนับสนุนรูปแบบการโจมตีโดยรวม คือ การเจาะอุปกรณ์ edge ที่เปิดสู่ภายนอก แล้วจึงยกระดับสิทธิ์บน Linux และเคลื่อนที่เข้าสู่ระบบภายใน
อย่างไรก็ตาม หลักฐานสาธารณะที่ยืนยันว่า มีแคมเปญเดียวที่ใช้ CVE‑2025‑53521 ร่วมกับ Copy Fail และ Dirty Frag ในทุกกรณี ยังมีจำกัด ช่องโหว่เหล่านี้สามารถเชื่อมต่อกันได้ในทางเทคนิค แต่รูปแบบการโจมตีจริงอาจแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมของแต่ละองค์กร
ในอดีต อุปกรณ์ edge มักถูกมองว่าเป็น “อุปกรณ์ความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง” แต่ความจริงในปัจจุบันคือมันกำลังกลายเป็น จุดเริ่มต้นที่มีมูลค่าสูงสำหรับผู้โจมตี
เมื่ออุปกรณ์ที่เปิดสู่ภายนอกทำงานบน Linux ภายใน ช่องโหว่ใน ecosystem เดียวกันก็สามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การโจมตีได้ทันที
ดังนั้น การแพตช์อย่างรวดเร็ว การควบคุมการเข้าถึงอย่างเข้มงวด และการตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติรอบระบบ edge จึงเป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันเครือข่ายองค์กรยุคใหม่
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ผู้โจมตีเริ่มจากช่องโหว่ RCE ใน F5 BIG‑IP APM ที่เปิดสู่อินเทอร์เน็ต จากนั้นใช้ช่องโหว่ Linux kernel เช่น Copy Fail (CVE‑2026‑31431) หรือ Dirty Frag เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root
ผู้โจมตีเริ่มจากช่องโหว่ RCE ใน F5 BIG‑IP APM ที่เปิดสู่อินเทอร์เน็ต จากนั้นใช้ช่องโหว่ Linux kernel เช่น Copy Fail (CVE‑2026‑31431) หรือ Dirty Frag เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root Copy Fail และ Dirty Frag ไม่ใช่ช่องโหว่ที่โจมตีจากระยะไกลได้โดยตรง แต่จะถูกใช้หลังจากผู้โจมตีเข้าถึงระบบแล้ว เพื่อเปลี่ยนสิทธิ์ระดับต่ำให้กลายเป็นการควบคุมระบบเต็มรูปแบบ
องค์กรควรอัปเดตแพตช์ F5 BIG‑IP และ Linux kernel อย่างเร่งด่วน จำกัด shell access บนอุปกรณ์ edge ปิดโมดูล kernel ที่เสี่ยง เสริมความปลอดภัยของคอนเทนเนอร์ และเฝ้าระวังพฤติกรรมการยกระดับสิทธิ์