ระบบ In‑App Purchase นี้เป็นช่องทางหลักที่ Apple ใช้เรียกเก็บค่าคอมมิชชันจากธุรกรรมดิจิทัล ซึ่งโดยทั่วไปอยู่ที่ 15% ถึง 30% ของยอดขาย
อย่างไรก็ตาม คำตัดสินไม่ได้ระบุชัดว่า Apple จะยังสามารถเก็บค่าธรรมเนียมจากการซื้อที่เกิดขึ้นนอกระบบได้หรือไม่
หลังคำสั่งศาลมีผล Apple ปรับกฎ App Store โดยอนุญาตให้แอปใส่ลิงก์ไปยังการชำระเงินภายนอกได้ แต่ยังคงเก็บค่าคอมมิชชัน สูงสุดประมาณ 27% จากธุรกรรมหลายรายการที่เกิดผ่านลิงก์เหล่านั้น
Epic โต้แย้งว่าการตั้งค่าธรรมเนียมในระดับใกล้เคียงเดิมทำให้คำสั่งศาลแทบไม่มีผลจริง และเป็นการหลีกเลี่ยงเจตนาของคำตัดสิน
ในที่สุดศาลจึงตัดสินว่า Apple ละเมิดคำสั่งศาล (civil contempt) จากวิธีการดำเนินนโยบายดังกล่าว และศาลอุทธรณ์เขตที่ 9 ก็ยืนยันบทลงโทษส่วนใหญ่ของคำตัดสินนี้
อย่างไรก็ตาม ศาลยังส่งบางประเด็นกลับไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาต่อ โดยเฉพาะคำถามสำคัญว่า Apple สามารถเก็บค่าคอมมิชชันจากการซื้อที่เกิดนอก App Store ได้มากน้อยเพียงใด หรือควรเก็บได้เลยหรือไม่
Epic Games คัดค้านคำขอของ Apple ที่ต้องการให้ศาลสูงหยุดคำสั่งศาลอุทธรณ์ชั่วคราว
Epic ระบุว่าศาลล่างได้ตัดสินหลายครั้งแล้วว่า Apple ต้องปฏิบัติตามคำสั่งเกี่ยวกับการอนุญาตลิงก์จ่ายเงินภายนอก และ Apple ยังไม่ได้แสดงเหตุผลเพียงพอสำหรับการขอ “การช่วยเหลือฉุกเฉิน” จากศาลสูง
ความเคลื่อนไหวสำคัญล่าสุด ได้แก่
ในด้านธุรกิจ ความขัดแย้งยังดำเนินควบคู่กับคดีความ โดย Fortnite ได้กลับมาอยู่บน App Store ในหลายประเทศทั่วโลกหลังหายไปหลายปี แม้ว่าบางตลาดอย่างออสเตรเลียยังไม่เปิดให้บริการก็ตาม
แม้คดีจะเริ่มจากความขัดแย้งระหว่างผู้พัฒนาเกมกับเจ้าของแพลตฟอร์ม แต่ผลลัพธ์อาจส่งผลต่อทั้งอุตสาหกรรม
คำถามสำคัญคือ แพลตฟอร์มมือถือควบคุมระบบชำระเงินและเก็บค่าธรรมเนียมได้มากแค่ไหน หากศาลกำหนดขอบเขตใหม่ ก็อาจเปลี่ยนวิธีที่ App Store และร้านแอปอื่น ๆ ดำเนินธุรกิจทั่วโลก
ขณะนี้คดียังไม่สิ้นสุด Apple กำลังพยายามให้ศาลสูงรับพิจารณาคดี ขณะที่ศาลล่างยังต้องตัดสินรายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมสำหรับการชำระเงินภายนอกต่อไป
Comments
0 comments