แต่ในเอกสาร S‑1 filing ของ SpaceX มีข้อมูลที่ชัดเจนขึ้น
ณ วันที่ 1 พฤษภาคม Musk นำหุ้น SpaceX ไปค้ำหนี้เพียงประมาณ 238,000 หุ้น จากทั้งหมด 849.5 ล้านหุ้น เท่านั้น ซึ่งคิดเป็น น้อยกว่า 0.3% ของหุ้นที่เขาถืออยู่
เมื่อเห็นว่าหุ้นส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกนำไปค้ำประกันเงินกู้ Bloomberg จึงตัดหนี้ประมาณ 45 พันล้านดอลลาร์ ออกจากการประเมินทรัพย์สินของเขา ทำให้ตัวเลขสุทธิพุ่งขึ้นเป็นประมาณ 722 พันล้านดอลลาร์ และกลายเป็นสถิติใหม่ในดัชนีมหาเศรษฐีของ Bloomberg
ทรัพย์สินของ Musk เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ต้นปี
ข้อมูลจาก Bloomberg Billionaires Index ระบุว่าเพียง สองวันทำการแรกของปี 2026 เขาก็มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นประมาณ 24 พันล้านดอลลาร์ ทำให้ความมั่งคั่งแตะราว 644 พันล้านดอลลาร์ในช่วงต้นปี
หลังจากนั้น มูลค่าการลงทุนด้านเทคโนโลยีและ AI รวมถึงการประเมินมูลค่าหุ้น SpaceX ใหม่หลังการยื่น IPO ทำให้ตัวเลขความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นอีกอย่างมีนัยสำคัญ
SpaceX มีแผนเข้าตลาดหุ้นโดยตั้งเป้าระดมทุนประมาณ 75–80 พันล้านดอลลาร์ และอาจมีมูลค่าบริษัทประมาณ 1.75 ล้านล้านดอลลาร์หรือมากกว่า
หากดีลนี้เกิดขึ้นตามแผน จะทำลายสถิติ IPO เดิมอย่างชัดเจน
รายงานหลายแหล่งประเมินว่า Musk ถือหุ้น SpaceX จำนวนมหาศาลหลายพันล้านหุ้น ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสำคัญของบริษัท
หากการ IPO ประเมินมูลค่าบริษัทใกล้ 1.75 ล้านล้านดอลลาร์ หุ้นของเขาเพียงอย่างเดียวก็อาจมีมูลค่า หลายแสนล้านดอลลาร์ ขึ้นอยู่กับโครงสร้างหุ้นและราคาสุดท้ายของการเสนอขาย
เมื่อบริษัทเอกชนขนาดใหญ่อย่าง SpaceX เข้าตลาด มูลค่าที่เคยเป็นเพียงการประเมินในตลาดเอกชนจะถูกสะท้อนในตลาดหุ้นจริง ซึ่งเป็นเหตุผลที่ดัชนีมหาเศรษฐีใช้ในการปรับตัวเลขทรัพย์สิน
นักวิเคราะห์บางรายมองว่า หากการเข้าตลาดประสบความสำเร็จและ SpaceX มีมูลค่าใกล้ 2 ล้านล้านดอลลาร์ ทรัพย์สินรวมของ Musk อาจพุ่งไปถึงประมาณ 1.1 ล้านล้านดอลลาร์
การคำนวณนี้รวมทั้ง:
หากทุกอย่างเป็นไปตามคาด Musk อาจกลายเป็น บุคคลแรกของโลกที่มีทรัพย์สินแตะระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์
การเพิ่มขึ้นของทรัพย์สินเป็น 722 พันล้านดอลลาร์ไม่ได้เกิดจากมูลค่าของ SpaceX เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก ข้อมูลทางการเงินที่โปร่งใสมากขึ้น ในเอกสาร IPO
เมื่อเอกสารเปิดเผยว่าหุ้นของเขาแทบทั้งหมดไม่ได้ถูกนำไปค้ำหนี้ การประเมินทรัพย์สินจึงเปลี่ยนทันที และยิ่งตอกย้ำว่า SpaceX คือหนึ่งในบริษัทเอกชนที่มีมูลค่าสูงและมีอิทธิพลที่สุดในโลก
หากการ IPO ครั้งนี้สำเร็จตามมูลค่าที่นักลงทุนคาดไว้ มันอาจไม่เพียงเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของตลาดหุ้น แต่ยังอาจกำหนด เพดานใหม่ของความมั่งคั่งส่วนบุคคลในยุคเทคโนโลยี อีกด้วย.
Comments
0 comments