บริษัทเทคและการเงินรายใหญ่ไม่ได้สร้างระบบเดียวกัน แต่กำลังแข่งขันกันคุม “คนละชั้น” ของ AI payments stack เช่น Coinbase เน้นการจ่ายเงินผ่านเว็บด้วยคริปโต ส่วน Visa เน้นโครงสร้างรับชำระของร้านค้า Coinbase ใช้โปรโตคอล x402 ฝังการจ่ายเงิน stablecoin เข้าไปในคำขอ HTTP, Stripe เปิด Machine Payments Protocol สำหรับการประสา...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What are the competing payment infrastructures being developed by Coinbase, Stripe, Google, and Visa to enable AI agents to autonomously mak. Article summary: The short answer is that these companies are building different control points in the same emerging stack, not four identical systems. Based on what they’ve published, Coinbase is pushing an HTTP-native, stablecoin-first. Topic tags: general, general web, news, documentation, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Risk Disclosure: This website's content is not investment advice and offers no trading guidance or related services. Machines Pay, Humans Reap: Coinbase, Stripe, Google, and Visa B" source context "Machines Pay, Humans Reap: Coinbase, Stripe, Google, and Visa Battle… | Blockchain Industry Ori
การแข่งขันเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI agents ที่สามารถจ่ายเงิน ซื้อบริการ หรือเข้าถึงข้อมูลได้ด้วยตัวเอง ได้เริ่มขึ้นแล้ว
แทนที่จะมีมาตรฐานเดียว บริษัทเทคโนโลยีและการเงินรายใหญ่กำลังสร้างชิ้นส่วนต่าง ๆ ของสิ่งที่เรียกว่า AI payments stack
เมื่อมองรวมกัน จะเห็นว่าการแข่งขันนี้ไม่ใช่เรื่องว่าใครจะชนะทั้งหมด แต่เป็นการแย่งตำแหน่งสำคัญในโครงสร้างเศรษฐกิจที่ AI จะใช้ในอนาคต
Coinbase เสนอโปรโตคอล x402 ที่ฝังระบบจ่ายเงินเข้าไปในกลไกพื้นฐานของเว็บ โดยใช้ HTTP status code ที่แทบไม่เคยถูกใช้มาก่อนคือ 402 “Payment Required”
กระบวนการทำงานมีลักษณะดังนี้
เนื่องจากทำงานบน HTTP โดยตรง ระบบนี้จึงสามารถสร้าง การจ่ายเงินแบบโปรแกรมต่อโปรแกรม โดยไม่ต้องมีบัญชีผู้ใช้หรือขั้นตอน checkout แบบเดิม
รูปแบบนี้เหมาะกับการใช้งานอย่าง
การชำระเงินจริงมักเกิดผ่าน stablecoin บนบล็อกเชน ทำให้รองรับ micropayments ได้ง่าย
Stripe ร่วมกับสตาร์ตอัป Tempo ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Paradigm เปิดตัว Machine Payments Protocol (MPP) เพื่อสร้างมาตรฐานสำหรับการจ่ายเงินอัตโนมัติของเครื่อง
MPP ทำหน้าที่เป็น ชั้นการประสานการจ่ายเงินแบบโปรแกรม ที่ให้ AI agents และบริการออนไลน์สามารถร้องขอและดำเนินการชำระเงินได้เอง
ตัวโปรโตคอลรองรับการใช้งานหลายแบบ เช่น
ในหลายระบบปัจจุบัน MPP ทำงานบน Tempo ซึ่งเป็นบล็อกเชนที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับการทำธุรกรรม stablecoin ความเร็วสูงระหว่างเครื่อง
ขั้นตอนพื้นฐานของธุรกรรมมีลักษณะคล้ายการเรียก API
แนวคิดของ Stripe คือทำให้ MPP เป็น ชั้นโปรโตคอลที่สามารถเชื่อมต่อได้หลายระบบการเงิน ทั้งคริปโตและการจ่ายเงินแบบดั้งเดิมในระบบของ Stripe
Google เลือกแก้ปัญหาอีกด้านหนึ่ง คือ จะพิสูจน์ได้อย่างไรว่า AI agent มีสิทธิ์ใช้เงินจริง
บริษัทจึงพัฒนา Agent Payments Protocol (AP2) ซึ่งเป็นส่วนขยายของระบบสื่อสารระหว่าง agent อย่าง Agent2Agent (A2A) และ Model Context Protocol (MCP)
AP2 ไม่ใช่ระบบโอนเงินโดยตรง แต่เป็น เฟรมเวิร์กด้านการอนุญาตและความน่าเชื่อถือ
หัวใจสำคัญของระบบคือสิ่งที่เรียกว่า “Mandates” ซึ่งเป็น credential ที่ลงลายเซ็นแบบเข้ารหัสเพื่อยืนยันคำสั่งของผู้ใช้
ตัวอย่างการอนุญาต เช่น
ร้านค้าและผู้ให้บริการชำระเงินสามารถตรวจสอบ Mandate เพื่อยืนยันว่า AI agent ทำธุรกรรมตามความตั้งใจของผู้ใช้จริง และยังมีบันทึกสำหรับการตรวจสอบย้อนหลังในกรณีเกิดความผิดพลาดหรือการทุจริต
เวอร์ชันใหม่ของ AP2 ยังรองรับธุรกรรมแบบ “Human Not Present” ซึ่งอนุญาตให้ AI ทำการจ่ายเงินตามคำสั่งที่ได้รับล่วงหน้า โดยไม่ต้องมีผู้ใช้กดจ่ายเงินทุกครั้ง
Visa มุ่งแก้ปัญหาที่ปลายทางของธุรกรรม นั่นคือ ร้านค้าจะรับการจ่ายเงินจาก AI agents อย่างไร
แพลตฟอร์ม Intelligent Commerce Connect เปิดให้ธุรกิจเชื่อมต่อเพียงครั้งเดียวเพื่อรับการชำระเงินจาก AI agents
ระบบนี้จัดการหลายเรื่องสำคัญ เช่น
ผ่าน Visa Acceptance Platform ร้านค้าสามารถ
แพลตฟอร์มนี้ยังสามารถเชื่อมกับหลายโปรโตคอลของ AI commerce ทำให้ร้านค้าเข้าร่วมเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้โดยไม่ต้องสร้างระบบใหม่ทั้งหมด
หากมองภาพรวม การแข่งขันนี้ไม่ได้เป็นการสร้างโปรโตคอลเดียวที่ครองตลาด แต่เป็นการแย่ง ตำแหน่งสำคัญในแต่ละชั้นของระบบ
Coinbase
Stripe / Tempo
Visa
สัญญาณจากโปรโตคอลหลายตัวบ่งชี้ว่า AI commerce น่าจะไม่รวมศูนย์อยู่ที่ระบบเดียว
โครงสร้างน่าจะคล้ายอินเทอร์เน็ตยุคแรก ซึ่งประกอบด้วยหลายชั้นที่ทำงานร่วมกัน
ตัวอย่างการแบ่งบทบาทที่เป็นไปได้
ระบบคริปโตอาจเด่นใน
เครือข่ายบัตรแบบดั้งเดิมอาจยังสำคัญใน
แพลตฟอร์มของ Visa เองก็สะท้อนแนวคิดนี้ เพราะรองรับการจ่ายเงินจาก AI ผ่านหลายเครือข่ายและโปรโตคอลในอินทิเกรชันเดียว
ภาพรวมของสถาปัตยกรรม AI commerce ในอนาคตอาจมีลักษณะดังนี้
ในโลกแบบนี้ AI agent อาจเลือกวิธีจ่ายเงินที่เหมาะสมที่สุดในแต่ละครั้ง เช่น
ดังนั้นแทนที่เทคโนโลยีใหม่จะมาแทนที่ระบบเดิมทั้งหมด สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือ การเชื่อม AI agents เข้ากับระบบการเงินโลกที่มีอยู่ จนเกิดเป็นสแต็กใหม่ที่ทั้งคริปโตและระบบการเงินดั้งเดิมต้องทำงานร่วมกัน
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
บริษัทเทคและการเงินรายใหญ่ไม่ได้สร้างระบบเดียวกัน แต่กำลังแข่งขันกันคุม “คนละชั้น” ของ AI payments stack เช่น Coinbase เน้นการจ่ายเงินผ่านเว็บด้วยคริปโต ส่วน Visa เน้นโครงสร้างรับชำระของร้านค้า
บริษัทเทคและการเงินรายใหญ่ไม่ได้สร้างระบบเดียวกัน แต่กำลังแข่งขันกันคุม “คนละชั้น” ของ AI payments stack เช่น Coinbase เน้นการจ่ายเงินผ่านเว็บด้วยคริปโต ส่วน Visa เน้นโครงสร้างรับชำระของร้านค้า Coinbase ใช้โปรโตคอล x402 ฝังการจ่ายเงิน stablecoin เข้าไปในคำขอ HTTP, Stripe เปิด Machine Payments Protocol สำหรับการประสานการจ่ายเงินของเครื่องผ่านเครือข่าย Tempo, Google สร้าง AP2 เพื่อพิสูจน์สิทธิ์ของ AI agent ในก...
แนวโน้มที่เป็นไปได้มากที่สุดคือระบบแบบไฮบริด: คริปโตเหมาะกับ micropayments และ machine‑to‑machine commerce ขณะที่เครือข่ายบัตรยังคงสำคัญสำหรับการซื้อสินค้าของผู้บริโภค