นายกรัฐมนตรีฮังการี Péter Magyar เชื่อว่าสหภาพยุโรปอาจกลับไปซื้อก๊าซรัสเซียหลังสงครามยูเครน เพราะเหตุผลด้านต้นทุนพลังงานและภูมิศาสตร์ แม้ EU จะมีกฎหมายยุติการนำเข้าภายในปี 2027 Magyar เสนอแนวคิด “energy pragmatism” คือกระจายแหล่งพลังงาน แต่ยังซื้อพลังงานที่ถูกและปลอดภัยที่สุด พร้อมตั้งเป้าลดการพึ่งพารัสเซียภายในปี 2...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How has Hungarian Prime Minister Péter Magyar challenged the EU’s plan to phase out Russian energy imports by predicting that the European U. Article summary: Péter Magyar’s challenge is essentially that the EU’s legal phase-out is politically and economically unsustainable: he argues Europe will come back to Russian gas after the war because cheaper energy matters for competi. Topic tags: general, general web, user generated, government. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Peter Magyar, leader of the opposition Tisza Party, speaks during a press conference a day after the parliamentary election, in which Hungarian Prime Minister Viktor Orban conceded" source context "Can Hungary wean itself off Russian energy, as its new leader has promised? | Explainer News | Al Jazeer
ความพยายามของสหภาพยุโรป (EU) ในการยุติการนำเข้าพลังงานจากรัสเซียกำลังกลายเป็นประเด็นถกเถียงทางการเมืองครั้งสำคัญภายในยุโรปเอง เมื่อ Péter Magyar นายกรัฐมนตรีฮังการี ออกมาวิพากษ์แผนของบรัสเซลส์ พร้อมคาดการณ์ว่ายุโรปอาจกลับไปซื้อก๊าซรัสเซียอีกครั้งหลังสงครามยูเครนสิ้นสุดลง
มุมมองนี้ขัดกับทิศทางของ EU ที่ออกกฎหมายให้ยุติการนำเข้าก๊าซรัสเซียทั้งหมดภายในปี 2027 และสะท้อนความแตกต่างด้านยุทธศาสตร์พลังงานระหว่างประเทศสมาชิกในยุโรป
Magyar ให้เหตุผลว่าปัจจัยพื้นฐานสองอย่างจะยังคงกำหนดตลาดพลังงานยุโรป ได้แก่ ต้นทุนและภูมิศาสตร์
เขาชี้ว่าในหลายกรณี ก๊าซรัสเซียมีราคาถูกกว่าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ต้องขนส่งทางเรือมายังยุโรปตอนเหนือผ่านเส้นทางทะเลบอลติก และยังเน้นว่าที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้—รัสเซียยังคงอยู่ใกล้ยุโรปเหมือนเดิม
ดังนั้น เมื่อสงครามยูเครนสิ้นสุดลง เขามองว่ารัฐบาลยุโรปอาจต้องกลับมาพิจารณานำเข้าพลังงานจากรัสเซียอีกครั้ง โดยเฉพาะหากต้องการลดต้นทุนพลังงานเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจยุโรป
จุดยืนของ Magyar ถูกอธิบายว่าเป็นแนวคิด “พลังงานเชิงปฏิบัติ” (energy pragmatism) ซึ่งมีหลักคิดสำคัญสองด้าน
แนวคิดนี้ยังสะท้อนข้อจำกัดด้านโครงสร้างของฮังการี ซึ่งพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียมานานผ่านเครือข่ายท่อส่งในยุโรปกลาง
แม้ Magyar ยอมรับว่าการลดการพึ่งพารัสเซียเป็นสิ่งจำเป็น แต่เขามองว่าการเปลี่ยนผ่านต้องใช้เวลา และเสนอเป้าหมายให้ฮังการีลดการพึ่งพาพลังงานรัสเซียอย่างสมบูรณ์ภายใน ปี 2035
ในทางตรงกันข้าม EU กำลังเดินหน้าอย่างชัดเจนเพื่อยุติการนำเข้าก๊าซรัสเซียผ่านโครงการ REPowerEU และกฎหมาย Regulation (EU) 2026/261 ซึ่งเป็นกรอบกฎหมายที่มีผลผูกพันสำหรับทุกประเทศสมาชิก
ไทม์ไลน์สำคัญของแผนนี้ ได้แก่
เป้าหมายสุดท้ายคือ ยุติการนำเข้าก๊าซรัสเซียทั้งแบบ LNG และท่อส่งภายในสิ้นปี 2027 เพื่อลดความเสี่ยงด้านพลังงานและการพึ่งพารัสเซีย
นโยบายนี้เกิดขึ้นหลังการรุกรานยูเครนของรัสเซียในปี 2022 ซึ่งทำให้ยุโรปเร่งกระจายแหล่งพลังงาน เพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียน และลดการพึ่งพาพลังงานจากมอสโก
ฝ่ายสหภาพยุโรปตอบโต้แนวคิดของ Magyar อย่างชัดเจน
Valdis Dombrovskis กรรมาธิการเศรษฐกิจของ EU ระบุว่ายุโรปไม่ควรมองหาก๊าซหรือพลังงานฟอสซิลราคาถูกจากรัสเซียเพื่อแก้ปัญหาระยะสั้น และย้ำว่าการพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียในอดีตทำให้ยุโรปต้องจ่ายต้นทุนทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์สูงมาก
เขายังกล่าวว่าหากมีอะไรควรทำเพิ่มเติม ก็ไม่ใช่การผ่อนคลายมาตรการ แต่คือ การเพิ่มความเข้มงวดของการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย เพื่อจำกัดรายได้ที่อาจถูกใช้สนับสนุนสงคราม
การโต้แย้งระหว่าง Magyar และบรัสเซลส์สะท้อนการถกเถียงเชิงยุทธศาสตร์ที่ลึกกว่านั้นในยุโรป
นโยบายของ EU ให้ความสำคัญกับ ความมั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์และการลดการพึ่งพารัสเซีย แม้ต้นทุนพลังงานจะสูงขึ้น
ในทางตรงกันข้าม แนวคิดของ Magyar ให้ความสำคัญกับ ความสามารถในการแข่งขันและราคาพลังงานที่เข้าถึงได้ โดยเฉพาะสำหรับเศรษฐกิจอุตสาหกรรมในยุโรปกลาง
หากประเทศสมาชิกอื่นเริ่มเห็นด้วยกับตรรกะของ Magyar—ว่าการกลับไปใช้พลังงานรัสเซียอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้—การสนับสนุนทางการเมืองต่อมาตรการคว่ำบาตรที่เข้มงวดอาจอ่อนตัวลงในระยะยาว
พลังงานเป็นประเด็นที่เชื่อมโยงกับการสนับสนุนยูเครนโดยตรง เนื่องจากรายได้จากพลังงานของรัสเซียถูกมองว่าเป็นแหล่งเงินสำคัญสำหรับสงคราม
ดังนั้น การกลับไปซื้อก๊าซรัสเซียในอนาคตจะเป็นประเด็นที่มีความอ่อนไหวทางการเมืองอย่างมาก
ปัจจุบัน EU ยังคงยืนยันว่าจะยุติการนำเข้าก๊าซรัสเซียทั้งหมดภายในปี 2027 ตามกฎหมายที่มีผลผูกพัน
อย่างไรก็ตาม ความเห็นของ Magyar ชี้ให้เห็นคำถามสำคัญที่ยังคงถกเถียงกันในยุโรป: ยุทธศาสตร์พลังงานระยะยาวควรให้ความสำคัญกับความเป็นอิสระทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือกับความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจมากกว่ากัน
เมื่อยุโรปกำลังปรับโครงสร้างระบบพลังงานครั้งใหญ่ ความตึงเครียดระหว่างสองเป้าหมายนี้มีแนวโน้มจะยังคงเป็นหนึ่งในประเด็นหลักของนโยบายยุโรปในทศวรรษหน้า
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
นายกรัฐมนตรีฮังการี Péter Magyar เชื่อว่าสหภาพยุโรปอาจกลับไปซื้อก๊าซรัสเซียหลังสงครามยูเครน เพราะเหตุผลด้านต้นทุนพลังงานและภูมิศาสตร์ แม้ EU จะมีกฎหมายยุติการนำเข้าภายในปี 2027
นายกรัฐมนตรีฮังการี Péter Magyar เชื่อว่าสหภาพยุโรปอาจกลับไปซื้อก๊าซรัสเซียหลังสงครามยูเครน เพราะเหตุผลด้านต้นทุนพลังงานและภูมิศาสตร์ แม้ EU จะมีกฎหมายยุติการนำเข้าภายในปี 2027 Magyar เสนอแนวคิด “energy pragmatism” คือกระจายแหล่งพลังงาน แต่ยังซื้อพลังงานที่ถูกและปลอดภัยที่สุด พร้อมตั้งเป้าลดการพึ่งพารัสเซียภายในปี 2035
Valdis Dombrovskis กรรมาธิการเศรษฐกิจ EU โต้กลับว่าไม่ควรกลับไปพึ่งพาพลังงานรัสเซีย และควรเพิ่มแรงกดดันด้วยมาตรการคว่ำบาตรแทน