การอัปเดตล่าสุด (ประกาศในช่วงเดือนพฤษภาคม) เพิ่มความสามารถสำคัญคือ Codex สามารถใช้แอปบน macOS ต่อไปได้แม้เครื่องถูกล็อก และผู้ใช้ยังสามารถควบคุมงานจากมือถือผ่าน Codex Mobile ได้ด้วย
ในอดีต ระบบ AI ที่ควบคุมคอมพิวเตอร์มักต้องมีเงื่อนไขดังนี้
ฟีเจอร์ใหม่นี้จึงช่วยให้ AI ทำงานอัตโนมัติระยะยาวได้ เช่น รันงานทดสอบซอฟต์แวร์หรือ workflow เป็นชั่วโมงหรือเป็นวันโดยไม่ต้องเปิดหน้าจอทิ้งไว้
อย่างไรก็ตาม เอกสารที่เผยแพร่สาธารณะยัง ไม่ได้อธิบายกลไกภายใน ที่ทำให้ AI ควบคุมอินพุตและมองเห็นบริบทของแอปเมื่อหน้าจอดับหรือเครื่องล็อก
ผู้ใช้สามารถเปิดใช้งานผ่านแอป Codex บน Mac ตามขั้นตอนหลักดังนี้
ในแอป Codex
macOS จะขอสิทธิ์ระดับระบบ ซึ่งผู้ใช้ต้องอนุญาต ได้แก่
สิทธิ์สองรายการนี้เป็นกลไกมาตรฐานของ macOS สำหรับซอฟต์แวร์ที่ต้องควบคุมอินเทอร์เฟซของระบบ
หากต้องการควบคุมงานจากอุปกรณ์อื่น
หลังเชื่อมต่อแล้ว ผู้ใช้สามารถเริ่มงาน ตรวจสอบสถานะ หรืออนุมัติขั้นตอนต่าง ๆ จากมือถือได้ ขณะที่ Mac ทำงานอัตโนมัติอยู่เบื้องหลัง
การให้ AI ควบคุมคอมพิวเตอร์มีความเสี่ยง OpenAI จึงเพิ่มกลไกความปลอดภัยหลายชั้น
Codex ทำงานภายใน OS‑enforced sandbox ที่จำกัดสิ่งที่ agent เข้าถึงได้ เช่น ไฟล์หรือพื้นที่ทำงานบางส่วนเท่านั้น
มีนโยบายที่กำหนดว่าเมื่อใด agent ต้อง หยุดและขออนุญาตผู้ใช้ ก่อนดำเนินการต่อ เช่น การทำงานที่มีความเสี่ยงสูง
ตามค่าเริ่มต้น Codex จะ ไม่มีสิทธิ์เชื่อมต่อเครือข่าย จนกว่าผู้ใช้จะเปิดใช้งานเอง เพื่อลดความเสี่ยงจากการเชื่อมต่อภายนอกโดยไม่ตั้งใจ
macOS จะถามสิทธิ์ Screen Recording และ Accessibility ก่อนใช้งาน และบางกรณีผู้ใช้ต้องอนุญาตแต่ละแอปก่อนที่ Codex จะควบคุมได้
ในช่วงเปิดตัว ฟีเจอร์ Computer Use ใช้งานได้เฉพาะ macOS และยังไม่เปิดให้ใช้ในบางภูมิภาค ได้แก่
OpenAI ยังไม่ได้อธิบายเหตุผลอย่างละเอียด แต่การเปิดตัวแบบจำกัดภูมิภาคมักเกี่ยวข้องกับกฎระเบียบหรือข้อกำหนดด้านความปลอดภัยข้อมูล
อัปเดตเดียวกันยังเพิ่มเครื่องมือใหม่หลายอย่างให้ Codex
Goal Mode ช่วยให้ Codex ทำงานตามเป้าหมายระยะยาว เช่น งานที่ใช้เวลาหลายชั่วโมงหรือหลายวัน ผู้ใช้สามารถเริ่มได้ด้วยคำสั่ง /goal ในอินเทอร์เฟซ Codex
Appshots เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยส่งบริบทจากแอปอื่นให้ Codex อย่างรวดเร็ว
เมื่อกด Command + Command ระบบจะส่ง
แม้ฟีเจอร์จะทรงพลัง แต่ยังมีหลายประเด็นที่เอกสารสาธารณะไม่ได้อธิบาย เช่น
Remote Computer Use เป็นสัญญาณว่าซอฟต์แวร์กำลังเปลี่ยนจาก AI ที่ตอบคำถาม ไปสู่ AI agent ที่ทำงานแทนผู้ใช้จริง ภายในระบบคอมพิวเตอร์
แทนที่จะเพียงขอคำแนะนำ ผู้ใช้สามารถให้ AI เปิดแอป รันขั้นตอน ทดสอบอินเทอร์เฟซ หรือทำงานอัตโนมัติในพื้นหลังได้ต่อเนื่อง และเมื่อรวมกับความสามารถอย่าง Goal Mode ก็ทำให้ Codex สามารถติดตามงานระยะยาวได้เหมือนผู้ช่วยซอฟต์แวร์อัตโนมัติเต็มรูปแบบ
Comments
0 comments