จากมุมมองของผู้กำกับดูแล ความเสี่ยงหลักมีสองด้าน
แทนที่จะเปิดโมเดลสู่สาธารณะ Anthropic เลือกนำ Mythos ไปใช้ในโครงการวิจัยแบบปิดชื่อ Project Glasswing ซึ่งให้สิทธิ์ใช้งานเฉพาะพันธมิตรที่ผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มงวด เพื่อใช้โมเดลในการตรวจสอบซอฟต์แวร์และแก้ไขช่องโหว่ก่อนที่จะถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ
องค์กรที่เข้าร่วมส่วนใหญ่เป็นบริษัทเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับโลก เช่น
แนวทางนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ดูแลระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสามารถใช้ AI เพื่อป้องกันระบบของตนเองก่อนที่เครื่องมือแบบเดียวกันจะถูกใช้โดยผู้โจมตี
อย่างไรก็ตาม จากมุมมองของยุโรป โมเดลนี้ทำให้เกิดความไม่สมดุลชัดเจน
ผลคือบริษัทหรือหน่วยงานยุโรปไม่สามารถทดสอบระบบของตนเองกับช่องโหว่ที่ AI นี้ค้นพบได้อย่างอิสระ
ประเด็นนี้ขยายไปถึงระดับรัฐมนตรีคลังของยุโรป เพราะ ระบบการเงินถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่อาจได้รับผลกระทบสูง หาก AI สามารถค้นหาช่องโหว่ซอฟต์แวร์ได้อย่างรวดเร็ว
เจ้าหน้าที่สหภาพยุโรประบุว่าคณะกรรมาธิการยุโรปได้ติดต่อกับ Anthropic เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ที่บริษัทและธนาคารยุโรปจะสามารถใช้โมเดลนี้ในการทดสอบความแข็งแกร่งของระบบไซเบอร์ได้ Valdis Dombrovskis กรรมาธิการด้านเศรษฐกิจของ EU กล่าวว่าฝ่ายยุโรปต้องการให้บริษัทและสถาบันการเงินในภูมิภาค มีโอกาสทดสอบความปลอดภัยไซเบอร์ด้วยความสามารถของโมเดลนี้
หน่วยงานกำกับดูแลบางแห่งเตือนว่า หากทีมป้องกันของธนาคารไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีระดับเดียวกันได้ เครื่องมือ AI ที่ค้นหาช่องโหว่ขั้นสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบธนาคารอย่างมีนัยสำคัญ
ในอีกด้านหนึ่ง Anthropic ยังมีแผนสรุปข้อมูลต่อ Financial Stability Board (FSB) ซึ่งเป็นองค์กรกำกับดูแลเสถียรภาพการเงินระดับโลก เกี่ยวกับช่องโหว่ในระบบการเงินที่โมเดล Mythos ค้นพบแล้ว
สถานการณ์ยิ่งถูกจับตาเมื่อบริษัท AI อีกรายเลือกแนวทางที่ต่างออกไป
ในเดือนพฤษภาคม 2026 OpenAI ประกาศให้สหภาพยุโรปเข้าถึงโมเดลความปลอดภัยไซเบอร์ GPT‑5.5‑Cyber ในรูปแบบ preview โดยเปิดให้รัฐบาล ธุรกิจ และหน่วยงานกำกับดูแลของยุโรป เช่น EU AI Office เข้าทดสอบระบบได้
จึงเกิดความแตกต่างชัดเจน
สำหรับผู้กำหนดนโยบายในยุโรป ประเด็นนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเทคโนโลยี แต่เกี่ยวข้องกับ ความไว้วางใจทางเทคโนโลยีและความเท่าเทียมด้านความสามารถด้านไซเบอร์ ระหว่างภูมิภาค
กรณี Mythos สะท้อนความท้าทายสำคัญของยุค AI ขั้นสูง โมเดลที่สามารถค้นหาช่องโหว่ซอฟต์แวร์โดยอัตโนมัติอาจช่วยให้ผู้ป้องกันระบบปิดจุดอ่อนของโครงสร้างพื้นฐานได้เร็วขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่ง หากถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์ มันก็อาจทำให้การโจมตีไซเบอร์ซับซ้อนและรุนแรงขึ้นได้
ขณะที่รัฐบาลจำนวนมาก รวมถึงในยุโรป มองว่าการไม่เปิดให้หน่วยงานกำกับดูแลหรือประเทศพันธมิตรเข้าถึงตั้งแต่แรก อาจสร้างความเสี่ยงใหม่ เช่น
ด้วยเหตุนี้ การถกเถียงเรื่อง Mythos จึงถูกมองมากขึ้นว่าเป็น ประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์ของ AI ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยไซเบอร์ การกำกับดูแลเทคโนโลยี และความร่วมมือด้านเทคโนโลยีระหว่างประเทศ
การเจรจาระหว่าง Anthropic และสถาบันของสหภาพยุโรปยังดำเนินต่อไป โดยฝ่ายยุโรปพยายามหากลไกที่จะให้บริษัทและหน่วยงานในภูมิภาคสามารถเข้าถึงความสามารถของโมเดลได้ภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่เหมาะสม
คำถามสำคัญที่ยังไม่มีคำตอบชัดเจนคือ ใครควรควบคุมการเข้าถึง AI ที่สามารถค้นหา — และอาจใช้ประโยชน์จาก — ช่องโหว่ซอฟต์แวร์ระดับวิกฤตได้
คำตอบของคำถามนี้อาจกำหนดทิศทางของความปลอดภัยไซเบอร์ทั่วโลกในยุคที่ความสามารถของ AI กำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
Comments
0 comments