ดังนั้น Chips Act II จึงถูกมองว่าเป็น “เฟสต่อไป” ของยุทธศาสตร์นี้ มากกว่าจะเป็นกฎหมายใหม่ที่มาแทนที่ของเดิม
หนึ่งในแนวคิดที่ถูกพูดถึงในการร่างกฎหมายคือการกำหนดให้ผู้ผลิตรถยนต์ต้องลดการพึ่งพาซัพพลายเออร์เพียงรายเดียว
รายงานล่าสุดระบุว่า กฎใหม่อาจกำหนดให้ผู้ผลิตรถยนต์ จัดหาชิปจากอย่างน้อยสองซัพพลายเออร์ในบางกรณี และต้องนำปัจจัยด้านความยืดหยุ่นของซัพพลายเชนมารวมในกระบวนการจัดซื้อ
เหตุผลสำคัญคือ
นโยบายใหม่จึงพยายามเปลี่ยนแนวคิดจาก “ประสิทธิภาพด้านต้นทุน” ไปสู่ “ความมั่นคงของซัพพลายเชน”
เหตุการณ์ที่ถูกพูดถึงมากคือวิกฤตที่เกี่ยวข้องกับ Nexperia ผู้ผลิตชิปที่มีสำนักงานใหญ่ในเนเธอร์แลนด์ แต่มีความเชื่อมโยงกับบริษัทจีน
ในช่วงปลายปี 2025 รัฐบาลเนเธอร์แลนด์เข้าแทรกแซงการดำเนินงานของบริษัทด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงทางเทคโนโลยี ส่งผลให้เกิดความตึงเครียดทางการเมืองและการค้ากับจีน
ต่อมา จีนตอบโต้ด้วยมาตรการจำกัดการส่งออกที่เกี่ยวข้องกับการผลิตของบริษัท ซึ่งทำให้เกิดความกังวลว่าชิปบางประเภทที่ใช้ในรถยนต์จะขาดแคลน
เหตุการณ์นี้ทำให้เห็นชัดว่า
แม้กฎหมายยังไม่เผยแพร่อย่างเป็นทางการ แต่แนวคิดที่กำลังถูกหารือมีหลายด้าน เช่น
1. กฎจัดหาชิปแบบกระจายความเสี่ยง
อาจกำหนดให้บางอุตสาหกรรมต้องมีซัพพลายเออร์หลายราย เพื่อลดการพึ่งพาแหล่งเดียว
2. เงินสนับสนุนที่มีเงื่อนไข
คล้ายกับกฎหมายเดิม ที่ใช้เงินสาธารณะสนับสนุนโรงงานผลิตชิปหรือโครงการที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงของซัพพลายเชน
3. เครื่องมือการลงทุนระดับสหภาพยุโรป
มีข้อเสนอจากภาคอุตสาหกรรมให้สร้างกองทุนกลางของ EU สำหรับโครงการเซมิคอนดักเตอร์เชิงยุทธศาสตร์
4. เสริมความแข็งแกร่งทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรม
ยุโรปต้องการเพิ่มทั้งการวิจัย การออกแบบ การผลิต และการขยายกำลังการผลิตในภูมิภาค
ในภาพใหญ่ Chips Act II เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของสหภาพยุโรปในการสร้าง “อธิปไตยด้านเทคโนโลยี” หรือความสามารถในการพึ่งพาตนเองในเทคโนโลยีสำคัญ
ยุทธศาสตร์นี้รวมถึง
เนื่องจากเซมิคอนดักเตอร์เป็นหัวใจของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้า โทรคมนาคม ไปจนถึง AI
แม้ทิศทางนโยบายจะค่อนข้างชัด แต่ต้องย้ำว่า EU Chips Act II ยังเป็นเพียงข้อเสนอที่กำลังเตรียมเผยแพร่ และยังไม่ใช่กฎหมายที่มีผลบังคับใช้
รายละเอียดสำคัญ เช่น การบังคับให้ผู้ผลิตรถยนต์มีซัพพลายเออร์หลายราย หรือเงื่อนไขเงินอุดหนุน ยังอยู่ในขั้นการหารือและอาจเปลี่ยนแปลงได้ก่อนที่กฎหมายจะผ่านกระบวนการนิติบัญญัติของสหภาพยุโรป
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์อย่างวิกฤต Nexperia ได้ทำให้ผู้กำหนดนโยบายยุโรปเห็นชัดขึ้นว่า ความมั่นคงของชิปไม่ใช่แค่ประเด็นอุตสาหกรรม แต่เป็นเรื่องยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ของทั้งภูมิภาค
Comments
0 comments