iACT จึงทดสอบสูตรยาหลายแบบโดยตรงกับเชื้อแบคทีเรียของผู้ป่วย เพื่อค้นหาว่าการผสมยาชนิดใดสามารถหยุดหรือฆ่าเชื้อได้ดีที่สุด
จุดเด่นของ iACT คือความสามารถในการประเมิน สูตรยาปฏิชีวนะได้สูงสุดถึง 180 แบบ ในระดับความเข้มข้นที่สอดคล้องกับการใช้จริงทางคลินิก
นักวิจัยจะนำเชื้อแบคทีเรียของผู้ป่วยมาทดลองกับสูตรยาต่าง ๆ ในห้องปฏิบัติการ แล้ววัดผลว่าการผสมยานั้นสามารถยับยั้งหรือกำจัดเชื้อได้ดีเพียงใด
การทดสอบจำนวนมากเช่นนี้สำคัญเพราะยาปฏิชีวนะอาจมีปฏิกิริยาต่อกันได้หลายรูปแบบ เช่น
การวิเคราะห์หลายสูตรช่วยเพิ่มโอกาสในการพบวิธีรักษาที่ได้ผลกับเชื้อดื้อยาที่ซับซ้อน นอกจากนี้ระบบยังออกแบบให้ให้ผลลัพธ์ได้เร็ว โดยมักใช้เวลาประมาณ 48 ชั่วโมง เพื่อให้แพทย์ปรับการรักษาได้ทันเวลา
แพลตฟอร์ม iACT ถูกอธิบายว่าเป็นระบบที่ ขับเคลื่อนด้วย AI เนื่องจากใช้การวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากจากการทดลองหลายร้อยชุด เพื่อช่วยระบุว่าสูตรยาชนิดใดมีแนวโน้มได้ผลดีที่สุด
แม้รายละเอียดของอัลกอริทึมจะไม่ได้เปิดเผยอย่างละเอียดในแหล่งข้อมูลสาธารณะ แต่แนวคิดหลักคือการใช้การประมวลผลข้อมูลเพื่อช่วยแพทย์ตีความผลการทดลองจำนวนมาก และเลือกสูตรยาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยมากที่สุด
การดื้อยาปฏิชีวนะกำลังทำให้จำนวนยาที่ใช้ได้ผลลดลงอย่างต่อเนื่อง ในหลายกรณีแพทย์จำเป็นต้องใช้ยาหลายชนิดร่วมกันเพื่อเอาชนะกลไกการดื้อยาของแบคทีเรีย
แต่การศึกษาพบว่า สูตรยาที่ได้ผลมักขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของเชื้อ หมายความว่าสูตรที่ได้ผลกับผู้ป่วยรายหนึ่งอาจใช้ไม่ได้ผลกับอีกรายหนึ่ง
ด้วยเหตุนี้ iACT จึงมีเป้าหมายเพื่อ
แนวทางนี้สอดคล้องกับแนวคิด antimicrobial stewardship หรือการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างแม่นยำ เพื่อรักษาประสิทธิภาพของยาในระยะยาว
เพื่อให้เทคโนโลยีนี้ก้าวจากงานวิจัยไปสู่การใช้งานจริง Singapore General Hospital และ Diagnostics Development Hub ของ A*STAR ได้ลงนามความร่วมมือเพื่อผลักดันการพัฒนาเครื่องมือวินิจฉัยทางการแพทย์รุ่นใหม่
ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายในการเปลี่ยนงานวิจัยด้าน AI และการแพทย์แม่นยำให้กลายเป็น เทคโนโลยีที่สามารถผลิต ใช้งาน และให้สิทธิ์เชิงพาณิชย์ได้ รวมถึงอาจนำไปสู่การสร้างสตาร์ตอัปหรือการให้สิทธิ์แก่บริษัท MedTech ในอนาคต
รัฐบาลสิงคโปร์ยังระบุว่า iACT เป็นหนึ่งในนวัตกรรมสำคัญที่ได้รับการสนับสนุนภายใต้ความร่วมมือนี้ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ต่อผู้ป่วยจริง
ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกมองว่า การดื้อยาปฏิชีวนะ (Antimicrobial Resistance) เป็นหนึ่งในภัยคุกคามด้านสาธารณสุขที่ใหญ่ที่สุดในอนาคต
ในขณะที่การค้นพบยาปฏิชีวนะใหม่ทำได้ยากขึ้น การใช้ยาที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
เทคโนโลยีอย่าง iACT แสดงให้เห็นแนวทางหนึ่งของ Precision Medicine ในการรักษาการติดเชื้อ โดยจับคู่สูตรยาที่เหมาะสมกับเชื้อแบคทีเรียของผู้ป่วยโดยตรง หากนำไปใช้ในวงกว้างได้สำเร็จ ก็อาจช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วย พร้อมทั้งลดการใช้ยาปฏิชีวนะแบบลองผิดลองถูก
แม้ยังต้องมีข้อมูลทางคลินิกและการใช้งานจริงเพิ่มเติมในอนาคต แต่ iACT ถือเป็นตัวอย่างสำคัญของการผสาน การทดลองในห้องแล็บ การวิเคราะห์ข้อมูล และ AI เพื่อรับมือกับปัญหาเชื้อดื้อยาที่ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก
Comments
0 comments